บก.ปพ.รวบชายวัย 52 ผู้ต้องหาคดีบัญชีม้าที่ราชบุรี แก๊งอ้างธนาคารโอนสายให้ตำรวจปลอมวิดีโอคอลขู่คดีฟอกเงิน เหยื่อสูญ 76,000 บาท ผู้ต้องหาปฏิเสธ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) จับกุมผู้ต้องหาชายวัย 52 ปี ได้ริมถนนในพื้นที่ ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ในคดีที่ตำรวจระบุว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแล้วโอนสายต่อให้ผู้แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งวิดีโอคอลผ่าน LINE ในชุดเครื่องแบบตำรวจ ข่มขู่ผู้เสียหายว่าพัวพันคดีฟอกเงิน จนหลอกให้โอนเงิน 2 ครั้ง รวม 76,000 บาท ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา กรุงเทพธุรกิจรายงานข่าวนี้เมื่อ 3 พ.ย. 2569
เริ่มจากสายอ้างธนาคาร จบที่ตำรวจปลอมในชุดเครื่องแบบ
ตามรายงานข่าว เหตุเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งว่ามีความพยายามโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย จากนั้นสายถูกโอนต่อไปยังบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี และนัดวิดีโอคอลผ่าน LINE โดยคนร้ายแต่งชุดเครื่องแบบตำรวจเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ แล้วกล่าวหาว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน จึงหลอกให้โอนเงิน 26,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน ต่อมาคนร้ายอ้างอีกว่าผู้เสียหายขายบัญชีธนาคารให้ผู้อื่น และหลอกให้โอนเงินเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมเป็นเงิน 76,000 บาท
ตามรายงานข่าว หลังโอนเงินแล้วผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืนและติดต่อคนร้ายไม่ได้อีก จึงเข้าแจ้งความที่ สน.ท่าข้าม ต่อมาศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ลงวันที่ 10 ก.ค. 2569
ตามจับได้ที่ราชบุรี ผู้ต้องหาปฏิเสธ อ้างให้คนรู้จักใช้บัญชี
ตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่ จ.ราชบุรี จึงติดตามจับกุมได้ริมถนนในพื้นที่ ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดี
ตามรายงานข่าว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่ารู้จักกับหญิงคนหนึ่งและยินยอมให้ใช้โทรศัพท์และบัญชีธนาคารของตนในการโอนเงิน จนกระทั่งบัญชีถูกอายัดในภายหลัง รายงานข่าวไม่ระบุรายการของกลางที่ตรวจยึด และไม่ระบุเพศ อายุ หรือภูมิลำเนาของผู้เสียหาย
ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้
สายที่อ้างเป็นธนาคารแล้วบอกว่ามีคนพยายามโอนเงินออกจากบัญชีของคุณ ก่อนจะโอนสายต่อให้ "ตำรวจ" เป็นบทที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ซ้ำ ๆ ธนาคารจริงไม่โอนสายไปหาตำรวจ และตำรวจจริงไม่ขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แม้ปลายสายจะวิดีโอคอลในชุดเครื่องแบบก็ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ให้วางสายแล้วโทรกลับไปที่เบอร์ทางการของธนาคารหรือสถานีตำรวจที่ถูกอ้างด้วยตัวเอง และอย่าให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารหรือโทรศัพท์ของคุณรับโอนเงิน เพราะเจ้าของบัญชีอาจถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับกรณีนี้ หากสงสัยว่าถูกหลอก แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วน 1441 อ่านกลโกงใกล้เคียงได้ที่ บก.ปพ.จับหญิงวัย 38 ผู้ต้องหาคดีบัญชีม้า แก๊งอ้างตำรวจเสนอช่วยตามเงินคืน หลอกซ้ำเหยื่อสูญกว่า 8.1 ล้าน และ DSI จับ 2 เจ้าของบัญชีรับเงิน แก๊งอ้างตำรวจหลอกเหยื่อสูญกว่า 7.5 ล้านบาท
แหล่งข้อมูล
บทความนี้เรียบเรียงจากข่าวต้นฉบับดังต่อไปนี้ โดยไม่คัดลอกข้อความทั้งประโยค:
- กรุงเทพธุรกิจ: หลอกโอนเงิน ล่าแก๊งสแกมเมอร์ปลอมเป็นตำรวจ บุกจับที่ราชบุรี (สืบค้น 4 พ.ย. 2569)
SpamInThai ไม่ใช่สื่อข่าว เนื้อหาจัดทำเพื่อเตือนภัยและให้ข้อมูลอ้างอิง หากพบข้อผิดพลาดกรุณาแจ้งทีมงาน
สงสัยเบอร์มิจฉาชีพ? เช็คเบอร์ฟรี หรือ แจ้งเบาะแส
เช็คเบอร์โทรฟรี