ตำรวจไซเบอร์ส่งเงินคืนผู้เสียหาย 2 คดี รวม 1,339,649 บาท
ตามรายงานของสยามรัฐเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ (ผบช.สอท.) แถลงที่ บก.สอท.3 จังหวัดขอนแก่น ว่าตำรวจติดตามเส้นทางเงินใน 2 คดีหลอกลวงออนไลน์ และส่งเงินคืนผู้เสียหายรวม 1,339,649 บาท
คดีแรก ถูกอ้างเป็นค่ายมือถือและตำรวจ
ผู้เสียหายเป็นข้าราชการหญิงในภาคอีสาน ถูกคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและเป็นตำรวจ จนโอนเงินรวม 1,000,000 บาท ตำรวจอายัดบัญชีปลายทางได้เร็ว พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหาหญิง 2 ราย อายุ 21 ปีและ 44 ปี มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งเกี่ยวกับการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ข้อมูลเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ และการเปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชีม้า
คดีที่สอง ชวนทำกิจกรรมผ่านเพจอาหารเสริม
ผู้เสียหายหญิงพบเพจเฟซบุ๊กโฆษณาอาหารเสริมและถูกชวนให้ทำกิจกรรมแลกค่าตอบแทน ความเสียหายรวม 4,550,878 บาท ผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ 12 รายมีหมายจับจากศาลจังหวัดนครราชสีมา
คำเตือนของ ผบช.สอท.
ผบช.สอท. ระบุว่าคดีแนวนี้เกิดทั่วประเทศประมาณวันละ 700–800 เรื่อง จึงฝากหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” และให้โทร 1441 โดยเร็ว เพราะยิ่งแจ้งเร็วยิ่งมีโอกาสระงับบัญชีและตามเงินคืนได้
แหล่งข้อมูล
บทความนี้เรียบเรียงจากข่าวต้นฉบับดังต่อไปนี้ โดยไม่คัดลอกข้อความทั้งประโยค:
- สยามรัฐ: ตำรวจไซเบอร์ตามเงิน 1.33 ล้านคืนเหยื่อ เตือนภัยมิจฉาชีพ “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” (เผยแพร่ 21 ก.ย. 2569)
SpamInThai ไม่ใช่สื่อข่าว เนื้อหาจัดทำเพื่อเตือนภัยและให้ข้อมูลอ้างอิง หากพบข้อผิดพลาดกรุณาแจ้งทีมงาน
สงสัยเบอร์มิจฉาชีพ? เช็คเบอร์ฟรี หรือ แจ้งเบาะแส
เช็คเบอร์โทรฟรี