หลอกรักออนไลน์ (โรแมนซ์สแกม) ขั้นตอนการหลอก สัญญาณเตือน และวิธีคุยกับคนในครอบครัวที่กำลังโดน

คำตอบสั้น: โรแมนซ์สแกม (Romance Scam) คือการหลอกให้รักหรือไว้ใจผ่านแอปหาคู่ Facebook Instagram หรือ LINE แล้วค่อย ๆ สร้างเรื่องให้โอนเงิน สัญญาณที่ชัดที่สุดคือ คนที่คุณยังไม่เคยเจอตัวจริง แต่เริ่มขอเงินหรือชวนลงทุน ถ้าโอนไปแล้ว ให้หยุดโอนเพิ่ม เก็บหลักฐาน โทรหาธนาคารและสายด่วน 1441 และถ้าคนที่โดนเป็นพ่อแม่หรือญาติ ให้เริ่มคุยด้วยคำถามแทนการตำหนิ
โรแมนซ์สแกมคืออะไร ทำไมคนฉลาดก็โดนได้
โรแมนซ์สแกมต่างจากการหลอกทางโทรศัพท์ทั่วไปตรงที่มันไม่ได้รีบ มิจฉาชีพยอมใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนคุยทุกวัน ส่งข้อความตอนเช้าและก่อนนอน จำเรื่องเล็ก ๆ ที่เราเคยเล่าได้ และทำให้เรารู้สึกว่ามีคนเข้าใจ เมื่อถึงวันที่เขาขอเงิน มันจึงไม่ได้รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าขอ แต่รู้สึกเหมือนคนรักกำลังเดือดร้อน
คนที่โดนหลอกจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยี หลายคนมีการศึกษาและมีหน้าที่การงานดี สิ่งที่ทำให้โดนคือช่วงชีวิตที่เปราะบาง เช่น เพิ่งเสียคู่ชีวิต หย่าร้าง อยู่คนเดียว ทำงานต่างจังหวัด หรือเพิ่งเกษียณ มิจฉาชีพไม่ได้ขายของ เขาขายความรู้สึกว่า "มีคนอยู่ข้าง ๆ"
เข้าใจเรื่องนี้ก่อนจะช่วยให้คุยกับคนที่กำลังโดนหลอกได้ดีขึ้น เพราะถ้าเราพูดว่า "ทำไมโง่แบบนี้" อีกฝ่ายจะปกป้องความสัมพันธ์นั้น และอาจกลับไปเล่าให้มิจฉาชีพฟัง ซึ่งเขาจะใช้เป็นข้ออ้างว่า "ครอบครัวไม่อยากให้เรามีความสุข"
ขั้นตอนการหลอก 6 ระยะ (ตัวอย่างที่เรียบเรียงใหม่)
ลำดับนี้สรุปจากลักษณะที่พบบ่อย ไม่ได้มาจากเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง บางกรณีอาจข้ามหรือสลับขั้นได้
- ทักมาแบบบังเอิญ: "ขอโทษครับ ทักผิดคน แต่รูปโปรไฟล์คุณดูใจดีมาก" หรือกดไลก์รูปเก่า ๆ ในโปรไฟล์ แล้วชวนคุย โปรไฟล์มักดูดี มีอาชีพน่าเชื่อถือ เช่น วิศวกรบนแท่นขุดเจาะ แพทย์ในองค์กรระหว่างประเทศ ทหารที่ประจำการต่างประเทศ หรือนักธุรกิจลูกครึ่ง
- ย้ายช่องทาง: หลังคุยไม่กี่วันจะขอย้ายไปคุยใน LINE WhatsApp หรือแอปอื่น "ที่นี่ไม่ค่อยได้เข้า" การย้ายช่องทางทำให้หลุดจากระบบตรวจจับของแพลตฟอร์มเดิม
- สร้างความผูกพันเร็ว: เรียก "ที่รัก" ภายในไม่กี่สัปดาห์ พูดถึงอนาคตด้วยกัน วางแผนจะมาเมืองไทย ส่งรูปที่ดูเหมือนชีวิตประจำวัน แต่หลีกเลี่ยงการวิดีโอคอลจริงจัง หรือคอลแค่สั้น ๆ
- ทดสอบด้วยเรื่องเล็ก: ขอให้ช่วยเติมเงินเกม ซื้อบัตรของขวัญ หรือโอนเงินจำนวนน้อย เพื่อดูว่าเหยื่อยอมหรือไม่
- วิกฤตครั้งใหญ่: เรื่องที่พบบ่อยคือ ส่งของขวัญมาให้แต่ติดศุลกากร ต้องจ่ายภาษีก่อน หรือป่วยฉุกเฉินที่ต่างประเทศ บัญชีถูกอายัดชั่วคราว ตั๋วเครื่องบินมาหาไม่พอ หรือชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่ "ตัวเองได้กำไรมาตลอด" (ดูเรื่องหลอกลงทุนออนไลน์)
- ดึงเงินต่อเนื่อง: เมื่อโอนครั้งแรกแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายครั้งต่อไปตามมาเสมอ "อีกนิดเดียว ของก็จะถึงแล้ว" และถ้าเหยื่อเริ่มสงสัย ก็จะมีทั้งการโกรธ งอน ขู่ว่าจะเลิก หรือร้องไห้
ตัวอย่างข้อความในระยะที่ 5 (เรียบเรียงขึ้นใหม่):
"ที่รัก ผมส่งกล่องของขวัญกับเงินสดที่เก็บไว้ไปให้คุณแล้ว จะได้ใช้ตอนผมไปหา แต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรโทรมาบอกว่าต้องจ่ายค่าภาษีก่อนถึงจะปล่อยของ ผมอยู่บนเรือ โอนเงินไม่ได้ คุณช่วยจ่ายให้ก่อนได้ไหม พอผมถึงไทยผมคืนให้สองเท่า ผมไว้ใจคุณคนเดียว"
สังเกตว่าในข้อความเดียวมีทั้งความรัก ความเร่งรีบ ข้ออ้างที่ตรวจสอบยาก และสัญญาว่าจะคืนเงิน ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้ซ้ำในหลายรูปแบบ บางครั้งจะมีอีกคนโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือบริษัทขนส่งเพื่อเสริมให้ดูจริง ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับSMS พัสดุปลอม
สัญญาณเตือนในแชท: ข้อไหนเจอแล้วต้องหยุดคิด
ข้อความเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นมิจฉาชีพ แต่ถ้าเจอหลายข้อพร้อมกัน ให้หยุดโอนเงินทุกกรณี
- ยังไม่เคยเจอตัวจริง แต่พูดเรื่องแต่งงานหรืออนาคตด้วยกันเร็วมาก
- มีเหตุผลเสมอว่าทำไมวิดีโอคอลไม่ได้ หรือคอลได้แค่สั้น ๆ ภาพไม่ชัด
- อาชีพที่อยู่ไกลและติดต่อยาก เช่น ทำงานกลางทะเล ประจำการในพื้นที่ขัดแย้ง หรือเดินทางตลอด
- ภาษาไทยหรืออังกฤษที่ใช้เปลี่ยนสไตล์ไปมา เหมือนมีหลายคนพิมพ์
- ขอให้เก็บความสัมพันธ์เป็นความลับจากครอบครัวหรือเพื่อน
- ขอเงิน ขอบัตรของขวัญ ขอให้รับโอนเงินแล้วโอนต่อ หรือขอเลขบัญชีและรหัสต่าง ๆ
- ชวนลงทุนในแอปหรือเว็บที่คุณไม่เคยได้ยิน และแสดงภาพกำไรให้ดู
- บัญชีที่ให้โอนเป็นชื่อคนอื่น ไม่ใช่ชื่อของเขา โดยอ้างว่าเป็น "เพื่อน" "ตัวแทน" หรือ "บริษัทขนส่ง"
- โกรธหรือน้อยใจเมื่อคุณขอเวลาคิดหรือขอปรึกษาคนอื่น
ข้อที่ขอให้รับเงินแล้วโอนต่อนั้นอันตรายเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้คุณกลายเป็นผู้ถือบัญชีที่ถูกใช้ส่งต่อเงินจากการหลอกลวง ซึ่งมีความเสี่ยงทางกฎหมายต่อตัวคุณเอง
วิธีตรวจสอบว่าคนที่คุยด้วยมีตัวตนจริงไหม
ทำได้เองโดยไม่ต้องบอกอีกฝ่าย
- ค้นหารูปย้อนกลับ: บันทึกรูปโปรไฟล์และรูปที่เขาส่งมา แล้วใช้ฟีเจอร์ค้นหาด้วยรูปภาพของ Google (Google Lens) ถ้ารูปไปปรากฏในชื่อคนอื่น บัญชีนายแบบ หรือเว็บไซต์ต่างประเทศ นั่นคือสัญญาณชัดเจน
- ค้นชื่อและอาชีพ: ลองค้นชื่อคู่กับอาชีพหรือบริษัทที่เขาอ้าง ดูว่ามีตัวตนสอดคล้องกันหรือไม่ แต่อย่าใช้วิธีนี้วิธีเดียว เพราะมิจฉาชีพอาจขโมยตัวตนคนจริงมา
- ขอวิดีโอคอลแบบมีเงื่อนไข: ขอให้เขาทำสิ่งเฉพาะเจาะจงในวิดีโอ เช่น โบกมือ หันหน้าซ้ายขวา หรือถือกระดาษเขียนชื่อคุณกับวันที่วันนี้ ถ้าปฏิเสธหลายครั้ง ให้ถือว่าน่าสงสัย
- ตรวจบัญชีปลายทาง: ถ้ามีการขอให้โอน ให้ดูชื่อบัญชีว่าตรงกับคนที่คุยหรือไม่ และตรวจสอบเลขบัญชีก่อนโอนว่าเคยมีรายงานหรือไม่
- เช็คเบอร์ที่โทรมา: ถ้ามีคนโทรมาอ้างเป็นศุลกากร โรงพยาบาล หรือบริษัทขนส่งที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้เช็คเบอร์ก่อน และติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านเบอร์ที่หาเองจากเว็บไซต์ทางการ
- ถามคนที่สามที่ไว้ใจ: ให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวอ่านแชทบางส่วน คนนอกที่ไม่มีความรู้สึกเกี่ยวข้องมักเห็นความผิดปกติได้เร็วกว่า
ถ้าโอนเงินไปแล้ว: ทำอะไรตามลำดับ
กรณีเพิ่งโอน (ภายในวันเดียวกัน)
- หยุดโอนเพิ่ม ไม่ว่าเขาจะอ้างว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายหรือจะคืนเงินให้
- โทรหาธนาคารของคุณผ่านเบอร์ทางการทันที แจ้งว่าโอนเงินให้มิจฉาชีพ ขอให้ประสานระงับบัญชีปลายทาง
- โทรสายด่วน 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
- แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th หรือไปที่สถานีตำรวจ
กรณีโอนมาหลายครั้งในหลายเดือน
- รวบรวมสลิปการโอนทุกครั้ง เรียงตามวันที่ และทำตารางสรุปจำนวนเงินกับบัญชีปลายทาง
- บันทึกแชททั้งหมด รวมรูปโปรไฟล์ ชื่อบัญชี ID และลิงก์โปรไฟล์ ก่อนที่อีกฝ่ายจะลบหรือบล็อก
- แจ้งความแม้จะผ่านมานานแล้ว เพราะข้อมูลของคุณอาจเชื่อมกับคดีอื่นได้
- ทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงินเพื่อไม่ให้พลาดขั้นตอน
กรณีส่งรูปส่วนตัวหรือข้อมูลบัตรไปแล้ว
- ถ้าโดนขู่ว่าจะเผยแพร่รูป อย่าจ่ายเงินตามที่ขู่ เพราะมักจะไม่จบ ให้เก็บหลักฐานและแจ้งความ
- ถ้าให้ข้อมูลบัตรประชาชนหรือบัญชีธนาคาร แจ้งธนาคารให้เฝ้าระวัง และเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีออนไลน์ทั้งหมด
ระวังการหลอกซ้ำ: หลังจากแจ้งความหรือโพสต์เล่าเรื่อง อาจมีคนทักมาอ้างว่าเป็นทนาย เจ้าหน้าที่ หรือ "ทีมตามเงินคืน" ที่ขอค่าดำเนินการก่อน ให้ปฏิเสธทุกกรณีที่เรียกเงินล่วงหน้า และติดต่อหน่วยงานผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การอายัดบัญชีหรือการได้เงินคืนขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากมีข้อสงสัยด้านกฎหมาย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทนายความ
วิธีคุยกับพ่อแม่หรือญาติที่กำลังโดนหลอกรัก
นี่คือส่วนที่ยากที่สุด เพราะคนที่กำลังโดนมักไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเหยื่อ แต่มองว่ากำลังมีความรัก การโต้แย้งตรง ๆ มักทำให้อีกฝ่ายปิดใจ ลองใช้ลำดับนี้
ขั้นที่ 1 เลือกเวลาและที่ที่เหมาะ คุยตัวต่อตัว ไม่ใช่ต่อหน้าญาติหลายคน และไม่ใช่ในแชทกลุ่มครอบครัว คนที่ถูกรุมจะรู้สึกอับอายและปกป้องตัวเอง
ขั้นที่ 2 เริ่มด้วยความห่วงใย ไม่ใช่ข้อกล่าวหา
"หนูดีใจนะที่แม่มีคนคุยด้วย ช่วงนี้แม่ดูมีความสุขขึ้น หนูแค่อยากรู้จักเขามากขึ้น เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเขาเป็นคนยังไง"
ขั้นที่ 3 ถามคำถามที่ให้ท่านตรวจสอบเอง แทนที่จะบอกว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ ให้ถามว่า
- "เคยวิดีโอคอลกันนานแค่ไหน เห็นหน้าเขาชัดไหม"
- "ลองเอารูปเขาไปค้นใน Google ด้วยกันไหม อยากดูว่าเขาทำงานที่ไหน"
- "บัญชีที่ให้โอน เป็นชื่อเขาเองหรือเปล่า"
- "ถ้าเขารักแม่จริง แล้วแม่ขอให้รอสองวันก่อนโอน เขาจะว่ายังไง"
ขั้นที่ 4 ทำข้อตกลงเล็ก ๆ แทนการห้ามเด็ดขาด เช่น "ก่อนโอนเงินให้ใครที่ยังไม่เคยเจอตัว ขอให้รอ 48 ชั่วโมงและบอกหนูก่อน หนูจะไม่ว่าอะไร แค่อยากช่วยดู" ข้อตกลงที่อีกฝ่ายรับได้มีโอกาสถูกทำตามมากกว่าคำสั่งห้าม
ขั้นที่ 5 ถ้าท่านยอมรับแล้วว่าโดนหลอก อย่าพูดว่า "บอกแล้วไง" ให้พูดว่า "ไม่ใช่ความผิดแม่ คนพวกนี้หลอกเป็นอาชีพ" แล้วช่วยกันทำขั้นตอนแจ้งธนาคารและแจ้งความ ความรู้สึกอับอายเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนไม่แจ้งความ
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ควรแอบเข้าไปด่าหรือขู่มิจฉาชีพในแชทของท่าน เพราะเขาจะใช้เรื่องนี้ยุยงให้ท่านไม่ไว้ใจคุณ
- ไม่ควรยึดโทรศัพท์โดยไม่บอก เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวจะเสียหาย และท่านอาจไปหาช่องทางอื่นคุยต่อ
- ไม่ควรประจานในโซเชียลมีเดีย
ถ้าท่านยังยืนยันจะโอนเงิน ลองคุยกับธนาคารเรื่องการตั้งวงเงินโอนต่อวันให้ต่ำลงร่วมกัน หรือขอให้ท่านพาไปทำธุรกรรมที่สาขาซึ่งพนักงานอาจช่วยสังเกตความผิดปกติได้
ความเชื่อที่ทำให้คนโอนต่อ และความจริงที่ควรรู้
ประโยคด้านล่างเป็นสิ่งที่คนที่กำลังโดนหลอกรักมักใช้ปลอบใจตัวเอง ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังคิดแบบนี้ ลองอ่านอีกด้านหนึ่ง
- "เขาไม่เคยขอเงินเลยตั้งหลายเดือน แปลว่าจริงใจ" ความจริงคือ การไม่ขอเงินในช่วงแรกเป็นส่วนหนึ่งของแผน ยิ่งสร้างความไว้ใจได้นาน ยอดเงินที่ขอในภายหลังยิ่งสูง
- "เขาส่งรูปบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตมาให้ดูแล้ว" รูปเอกสารถูกตัดต่อหรือขโมยมาจากคนอื่นได้ง่าย เอกสารที่ส่งมาทางแชทจึงไม่ได้พิสูจน์อะไร
- "เขาโอนเงินมาให้เราก่อนแล้วครั้งหนึ่ง" บางครั้งเงินที่โอนมาเป็นเงินของผู้เสียหายรายอื่น และถ้าถูกขอให้โอนต่อ บัญชีของคุณอาจกลายเป็นทางผ่านเงิน
- "เขามีเพื่อนและครอบครัวในโปรไฟล์ คอมเมนต์กันเยอะ" บัญชีที่คอมเมนต์อาจเป็นบัญชีปลอมที่ทีมเดียวกันสร้างขึ้น ดูว่าบัญชีเหล่านั้นสร้างนานแค่ไหนและมีโพสต์ของตัวเองหรือไม่
- "ถ้าหยุดตอนนี้ เงินที่โอนไปแล้วจะสูญเปล่า" เงินที่โอนไปแล้วจะไม่กลับมาด้วยการโอนเพิ่ม การหยุดตอนนี้คือการป้องกันไม่ให้เสียมากกว่าเดิม และการแจ้งความเร็วคือโอกาสเดียวที่จะตามเงินบางส่วน
- "คนอื่นโดนหลอก แต่เรื่องของเราไม่เหมือนกัน" ทุกคนที่โดนหลอกรู้สึกแบบนี้ เพราะมิจฉาชีพปรับเรื่องให้เข้ากับชีวิตของแต่ละคน แต่โครงสร้างยังเหมือนเดิม คือ ยังไม่เคยเจอตัว และมีเหตุผลให้ต้องโอนเงิน
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกโกรธหรืออยากปกป้องคนที่คุยด้วย ลองตั้งคำถามกับตัวเองเพียงข้อเดียว: "ถ้าเพื่อนสนิทเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทุกรายละเอียด เราจะบอกเพื่อนว่าอย่างไร"
ป้องกันตัวเองก่อนเริ่มคุยกับคนใหม่ทางออนไลน์
- ตั้งกฎกับตัวเองว่า จะไม่โอนเงิน ไม่ให้ยืม และไม่ลงทุนกับคนที่ยังไม่เคยเจอตัวจริง ไม่ว่าเหตุผลจะน่าเห็นใจแค่ไหน
- ไม่ส่งรูปบัตรประชาชน สมุดบัญชี หรือรูปส่วนตัวให้คนที่รู้จักทางออนไลน์
- คุยในแอปหาคู่ให้นานพอก่อนย้ายไปช่องทางอื่น เพราะแพลตฟอร์มมีระบบรายงานบัญชีปลอม
- ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ Facebook และ LINE ไม่ให้คนแปลกหน้าเห็นรายชื่อเพื่อนและครอบครัว เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้ปรับเรื่องให้ตรงใจเราได้
- ถ้ามีเบอร์แปลกโทรมาเกี่ยวกับ "ของขวัญ" หรือ "พัสดุจากต่างประเทศ" ให้เช็คเบอร์และรายงานเบอร์เพื่อเตือนคนอื่น
ถ้ามีสายแปลกโทรเข้าบ่อย ติดตั้งแอป SpamInThaiบน Android เพื่อให้ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์นั้นมีผู้ใช้รายงาน ข้อมูลในระบบมาจากผู้ใช้และไม่ใช่คำตัดสินว่าใครผิด อ่านเพิ่มที่นโยบายเนื้อหา
คำถามที่พบบ่อย
โรแมนซ์สแกมคืออะไร
คือการหลอกที่เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ทางใจผ่านแอปหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย คุยกันนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนจนเหยื่อไว้ใจ แล้วจึงสร้างเหตุผลให้โอนเงิน เช่น ค่าภาษีพัสดุ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง หรือชวนลงทุน
ถ้าคนที่คุยด้วยยอมวิดีโอคอล แปลว่าเป็นคนจริงไหม
ไม่เสมอไป มิจฉาชีพบางรายวิดีโอคอลสั้น ๆ ภาพไม่ชัด หรือเปิดกล้องแค่ไม่กี่วินาทีแล้วอ้างว่าสัญญาณไม่ดี และเทคโนโลยีปลอมใบหน้าก็ทำได้ง่ายขึ้น การวิดีโอคอลจึงช่วยได้บางส่วน แต่หลักที่ชัดที่สุดคือ คนที่ยังไม่เคยเจอตัวจริงแล้วขอเงิน ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย
โดนหลอกโอนไปแล้วหลายครั้ง ยังแจ้งความได้ไหม
ได้ ไม่ว่าจะโอนไปกี่ครั้งหรือนานเท่าไหร่ ให้รวบรวมหลักฐานการโอนและแชททั้งหมด โทรสายด่วน 1441 และแจ้งความ ยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสอายัดเงินที่ยังค้างในบัญชีปลายทางยิ่งมี
มีคนติดต่อมาบอกว่าช่วยตามเงินคืนจากโรแมนซ์สแกมได้ ควรเชื่อไหม
ควรระวังมาก คนที่เพิ่งโดนหลอกมักถูกหลอกซ้ำโดยคนที่อ้างเป็นทนาย เจ้าหน้าที่ หรือแฮกเกอร์ที่ตามเงินคืนได้ แล้วเรียกค่าธรรมเนียมล่วงหน้า ให้ติดต่อผ่านช่องทางทางการ เช่น สายด่วน 1441 หรือสถานีตำรวจเท่านั้น
พ่อหรือแม่ไม่ยอมเชื่อว่าโดนหลอก ควรทำอย่างไร
อย่าเริ่มด้วยการตำหนิหรือบอกว่าโง่ ให้ถามคำถามที่ช่วยให้ท่านตรวจสอบเอง เช่น เคยเจอตัวจริงไหม รูปนี้ลองค้นหาแล้วไปเจอที่ไหน และตกลงร่วมกันว่าก่อนโอนเงินครั้งต่อไปให้รอ 48 ชั่วโมงและปรึกษาคนในบ้านก่อน
อ่านต่อ: หลอกลงทุนออนไลน์ · หลอกทำงานออนไลน์ กดไลก์รับเงิน · SMS พัสดุปลอม · โดนหลอกโอนเงิน ต้องทำอะไร