แอปดูดเงิน คืออะไร? ลิงก์ให้ติดตั้งแอปปลอม ควบคุมมือถือระยะไกล และต้องทำอะไรทันทีถ้าเผลอติดตั้ง

คำตอบสั้น: "แอปดูดเงิน" คือแอปปลอมที่มิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งจากลิงก์ในแชท LINE หรือ SMS แล้วขอให้เปิดสิทธิ์ "การช่วยเหลือพิเศษ" (Accessibility) เพื่อดูหน้าจอและกดสั่งงานมือถือแทนเรา จากนั้นจึงเปิดแอปธนาคารและโอนเงินออก ถ้าเผลอติดตั้งไปแล้ว ให้ตัดอินเทอร์เน็ตทันที (เปิดโหมดเครื่องบิน ปิด Wi-Fi ถอดซิม) แล้วใช้โทรศัพท์เครื่องอื่นโทรหาธนาคารผ่านเบอร์ทางการเพื่อระงับบัญชี และโทรสายด่วน 1441 ห้ามโทรกลับไปหาคนที่ส่งลิงก์มา
แอปดูดเงินคืออะไร และต่างจากการโดนหลอกโอนเงินธรรมดาอย่างไร
การหลอกแบบเดิมต้องพูดให้เหยื่อเป็นคนกดโอนเงินเอง เช่น อ้างว่าบัญชีพัวพันคดีแล้วให้โอนไป "ตรวจสอบ" แต่แอปดูดเงินไปไกลกว่านั้น มิจฉาชีพไม่ต้องรอให้เราโอนเอง เพราะเมื่อแอปปลอมได้สิทธิ์ที่ต้องการแล้ว มันสามารถเห็นทุกอย่างที่ขึ้นบนจอ รวมถึงรหัส PIN ที่เรากดเข้าแอปธนาคาร และสามารถกดปุ่มบนจอแทนเราได้
คำว่า "ดูดเงิน" จึงไม่ได้หมายถึงแอปที่ดึงเงินออกจากบัญชีได้เองโดยไม่ต้องมีใครกด แต่หมายถึงแอปที่เปิดทางให้คนอีกฝั่งควบคุมโทรศัพท์ของเราจากระยะไกล คล้ายกับมีคนแอบนั่งถือมือถือของเราอยู่ เขาจะรอจังหวะที่เราไม่ได้ดูจอ เช่น กลางคืนหรือตอนที่หน้าจอถูกปิดทับด้วยภาพ "กำลังอัปเดตระบบ" แล้วจึงเข้าแอปธนาคารและโอนเงินออก
จุดสำคัญที่ทำให้กลโกงนี้ได้ผลมีสามข้อ
- ไฟล์ติดตั้งไม่ได้มาจาก Play Store แต่เป็นไฟล์นามสกุล .apk ที่ส่งมาเป็นลิงก์ ทำให้ไม่ผ่านการตรวจของร้านแอป
- ผู้ใช้ต้องอนุญาตเอง ทั้งการติดตั้งจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และการเปิดสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ มิจฉาชีพจึงต้องคุยโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลค้างไว้เพื่อ "สอน" ทีละขั้น
- เหยื่อเชื่อว่ากำลังคุยกับหน่วยงานจริง เพราะมีบัตรพนักงาน โลโก้ หรือเอกสารที่ดูเป็นทางการส่งมาในแชท
ข้อดีคือ ถ้าเรารู้ว่าทั้งสามจุดนี้คือ "ประตู" ที่มิจฉาชีพต้องผ่าน เราก็ปิดประตูได้ตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
ขั้นตอนการหลอกทีละฉาก (ตัวอย่างบทสนทนาที่เรียบเรียงขึ้นใหม่)
รูปแบบด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติที่รวบรวมจากลักษณะที่ผู้ใช้เล่าให้ฟังบ่อย ไม่ได้ลอกจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง และชื่อหน่วยงานที่มิจฉาชีพอ้างอาจเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
ฉากที่ 1 สร้างเหตุผลให้ต้องติดต่อ มีสายโทรมาจากเบอร์มือถือหรือเบอร์ 02-xxx-xxxx อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า ประปา สรรพากร ที่ดิน หรือหน่วยงานที่จ่ายเงินคืน บอกว่า "คุณมีค่าไฟค้างชำระ" หรือ "คุณมีสิทธิ์รับเงินคืนภาษี" หรือ "ข้อมูลผู้ใช้ไฟของคุณยังไม่ได้ยืนยัน มิเช่นนั้นจะถูกตัดไฟ"
ฉากที่ 2 ย้ายไปคุยใน LINE "เพื่อความสะดวก ขอให้แอดไลน์เจ้าหน้าที่ แล้วจะส่งแบบฟอร์มให้" บัญชี LINE ที่ให้แอดมักใช้โลโก้หน่วยงานเป็นรูปโปรไฟล์ และอาจตั้งชื่อเหมือนบัญชีทางการ
ฉากที่ 3 ส่งลิงก์ให้ติดตั้ง "ระบบใหม่ต้องยืนยันผ่านแอป กดลิงก์นี้แล้วติดตั้งได้เลยค่ะ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที" ลิงก์จะพาไปหน้าเว็บที่ทำให้ดูเหมือนร้านแอป มีปุ่มดาวน์โหลดใหญ่ ๆ แต่สิ่งที่ได้คือไฟล์ APK
ฉากที่ 4 พาข้ามคำเตือนของเครื่อง โทรศัพท์จะแจ้งว่า "ไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จักจากแหล่งนี้" มิจฉาชีพจะบอกว่า "ไม่เป็นไรค่ะ ระบบของรัฐยังไม่ได้ขึ้น Play Store กดตั้งค่า แล้วเปิดอนุญาตได้เลย" เมื่อติดตั้งเสร็จ แอปจะขอให้เปิด "การช่วยเหลือพิเศษ" หรือ "Accessibility" โดยอ้างว่า "เพื่อให้ระบบอ่านบัตรประชาชนอัตโนมัติ"
ฉากที่ 5 ขอรหัสเพิ่ม แอปปลอมอาจให้ตั้งรหัส 6 หลัก "เพื่อความปลอดภัย" ซึ่งหลายคนใช้เลขเดียวกับรหัสเข้าแอปธนาคาร หรือให้สแกนใบหน้า หรือให้ถ่ายรูปบัตรประชาชน
ฉากที่ 6 ปิดหน้าจอแล้วลงมือ หน้าจออาจขึ้นว่า "กำลังอัปเดต ห้ามปิดเครื่อง" หรือดำไปเฉย ๆ ช่วงนี้แหละที่คนอีกฝั่งเข้าแอปธนาคาร ผู้ใช้หลายคนรู้ตัวก็ต่อเมื่อได้ข้อความแจ้งเงินออก หรือเมื่อเปิดแอปธนาคารแล้วยอดหายไป
จำไว้ประโยคเดียว: หน่วยงานรัฐ ธนาคาร หรือบริษัทสาธารณูปโภคที่ถูกต้อง จะไม่ส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปผ่านแชท LINE ส่วนตัว และจะไม่ขอให้คุณเปิดสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ ถ้ามีใครพาคุณไปที่หน้าตั้งค่าเพื่อเปิดสิ่งนี้ ให้วางสายทันที
สัญญาณเตือน: ก่อนติดตั้ง และหลังติดตั้ง
เราแบ่งสัญญาณเป็นสองช่วง เพราะคนที่อ่านบทความนี้บางคนยังไม่ได้ติดตั้ง บางคนเพิ่งติดตั้งไปแล้วและกำลังสงสัย
ก่อนติดตั้ง (ยังป้องกันได้ทั้งหมด)
- คนที่โทรมาเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อก่อน และพูดเรื่องเงินคืน ค่าปรับ ค่าบริการค้าง หรือการยืนยันตัวตน
- ขอให้แอด LINE ส่วนตัว แทนที่จะให้ไปทำที่สำนักงานหรือผ่านเว็บไซต์ทางการ
- ลิงก์ที่ส่งมาเป็นชื่อเว็บแปลก ๆ หรือลิงก์ย่อ ไม่ใช่ลิงก์ Play Store
- ไฟล์ที่ดาวน์โหลดลงท้ายด้วย .apk
- มีการเร่งเวลา เช่น "ต้องทำวันนี้ ไม่งั้นจะถูกตัดไฟพรุ่งนี้เช้า"
- ขอให้ไม่ต้องวางสายระหว่างติดตั้ง หรือขอวิดีโอคอลเพื่อดูหน้าจอ
หลังติดตั้ง (ต้องรีบทำตามขั้นตอนเร่งด่วนในหัวข้อถัดไป)
- มีแอปใหม่ที่คุณจำไม่ได้ว่าติดตั้ง หรือไอคอนหายไปหลังเปิดครั้งแรก
- ในหน้าการช่วยเหลือพิเศษ มีชื่อแอปที่คุณไม่รู้จักถูกเปิดอยู่
- จอสว่างขึ้นเองหรือมีการกดเองโดยที่คุณไม่ได้แตะ
- เปิดหน้าตั้งค่าแล้วถูกเด้งออก หรือกดถอนการติดตั้งไม่ได้
- แบตเตอรี่หมดเร็วผิดปกติ หรือเครื่องร้อนทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน
- แอปธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถใช้งานได้เพราะตรวจพบการเปิดสิทธิ์บางอย่างในเครื่อง
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก ธนาคารในไทยพัฒนามาตรการป้องกันแอปโมบายแบงก์กิ้งเมื่อเครื่องเปิด Accessibility Service อยู่ ถ้าแอปธนาคารเตือนเรื่องนี้ อย่าหาวิธีเลี่ยง ให้ถือว่าเป็นสัญญาณให้ตรวจเครื่อง
วิธีเช็คมือถือ Android ด้วยตัวเองใน 5 นาที
ชื่อเมนูแต่ละยี่ห้ออาจต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการเหมือนกัน ทำตามลำดับนี้
- เช็คสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ: เข้า ตั้งค่า แล้วค้นหาคำว่า "การช่วยเหลือพิเศษ" หรือ "Accessibility" ดูในส่วน "แอปที่ติดตั้ง" หรือ "บริการที่ดาวน์โหลด" ถ้ามีแอปที่คุณไม่รู้จักหรือไม่ได้ตั้งใจเปิด ให้ปิดทันที แอปที่มักมีเหตุผลใช้สิทธิ์นี้คือแอปอ่านหน้าจอสำหรับผู้พิการทางสายตา หรือแอปที่คุณตั้งใจติดตั้งเอง
- เช็คแอปผู้ดูแลอุปกรณ์: ค้นหาคำว่า "แอปผู้ดูแลอุปกรณ์" หรือ "Device admin" ถ้ามีแอปแปลกถูกเปิดไว้ ให้ปิดก่อน แล้วจึงถอนการติดตั้งได้
- เช็คการติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก: ค้นหา "ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก" หรือ "Install unknown apps" ดูว่าแอปไหนได้รับอนุญาต เช่น เบราว์เซอร์หรือ LINE แล้วปิดทั้งหมด
- ไล่ดูรายการแอปทั้งหมด: เข้า ตั้งค่า แล้วไปที่ แอป เรียงตามวันที่ติดตั้งถ้าเครื่องทำได้ ดูว่ามีแอปที่ติดตั้งในวันเดียวกับที่คุยกับคนแปลกหน้าหรือไม่ แอปปลอมมักตั้งชื่อคล้ายหน่วยงาน หรือใช้ชื่อทั่วไปอย่าง "ระบบ" "อัปเดต" "Service"
- เปิด Google Play Protect: เปิดแอป Play Store แตะรูปโปรไฟล์ แล้วเข้า Play Protect ให้สแกนเครื่อง และเปิดการสแกนอัตโนมัติไว้
ถ้าทำขั้นที่ 1 แล้วเครื่องเด้งออกจากหน้าตั้งค่าทุกครั้ง แปลว่าแอปอันตรายกำลังป้องกันตัวเอง ข้ามไปทำขั้นตอนเร่งด่วนด้านล่าง แล้วพิจารณารีเซ็ตเครื่อง
เผลอติดตั้งไปแล้ว ทำอะไรก่อน-หลัง (แยกตามสถานการณ์)
ความเร็วสำคัญที่สุด เพราะมิจฉาชีพต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการสั่งงานเครื่อง ยิ่งตัดเร็ว ยิ่งลดโอกาสเสียเงิน
สถานการณ์ ก: เพิ่งติดตั้ง ยังไม่มีเงินออก
- เปิดโหมดเครื่องบิน ปิด Wi-Fi และถอดซิมถ้าทำได้ ถ้าเครื่องค้างหรือกดอะไรไม่ได้ ให้กดปุ่มเปิดปิดค้างพร้อมปุ่มลดเสียงเพื่อบังคับรีสตาร์ท แล้วรีบตัดการเชื่อมต่อทันทีที่เครื่องเปิดขึ้นมา
- ใช้โทรศัพท์เครื่องอื่นโทรหาธนาคารทุกแห่งที่มีแอปอยู่ในเครื่อง ใช้เบอร์ที่อยู่หลังบัตรหรือบนเว็บไซต์ทางการของธนาคาร ขอระงับการใช้งานแอปและแจ้งว่าเครื่องอาจถูกควบคุม
- ขณะที่เครื่องยังตัดเน็ตอยู่ ให้ปิดสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษของแอปแปลก ปิดสิทธิ์ผู้ดูแลอุปกรณ์ แล้วถอนการติดตั้ง
- เปลี่ยนรหัสผ่านอีเมลหลัก LINE และ Facebook จากเครื่องอื่นที่ปลอดภัย เพราะรหัสที่เคยพิมพ์ในเครื่องอาจถูกเห็นไปแล้ว
สถานการณ์ ข: มีเงินออกจากบัญชีแล้ว
- ตัดการเชื่อมต่อทันทีเหมือนข้อ ก เพื่อไม่ให้มีรายการเพิ่ม
- โทรธนาคารเพื่อระงับบัญชีและขอรายละเอียดรายการที่ถูกโอนออก (เวลา จำนวนเงิน บัญชีปลายทาง)
- โทรสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) 1441 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงและประสานการอายัดบัญชีปลายทาง
- แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th หรือที่สถานีตำรวจ นำหลักฐานไปให้ครบ
- ทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงินต่อทีละข้อ
สถานการณ์ ค: ให้รูปบัตรประชาชนหรือสแกนใบหน้าไปด้วย
- แจ้งธนาคารว่าข้อมูลบัตรและใบหน้าอาจรั่ว เพื่อให้เฝ้าระวังการเปิดบัญชีหรือขอสินเชื่อในชื่อคุณ
- ระวังสายที่จะโทรมาภายหลังโดยอ้างข้อมูลของคุณเพื่อให้ดูน่าเชื่อ เช่น "เราเห็นว่าคุณเพิ่งโดนหลอก เราจะช่วยตามเงินคืนให้" นี่มักเป็นการหลอกซ้ำ
- ถ้าซิมการ์ดดับหรือรับ SMS ไม่ได้ทันที ให้อ่านเรื่องซิมโดนสวม รับ OTP แทนเพิ่มเติม
หลักฐานที่ควรเก็บ (ทำจากเครื่องอื่น หรือหลังตัดเน็ตแล้ว)
- ภาพหน้าจอแชท LINE ที่ส่งลิงก์ ชื่อบัญชี และ ID ของบัญชีนั้น
- ลิงก์ที่ถูกส่งมา (คัดลอกเป็นข้อความ ห้ามเปิดซ้ำ)
- ชื่อแอปที่ติดตั้ง และเบอร์โทรที่โทรมา พร้อมเวลา
- รายการเดินบัญชีหรือข้อความแจ้งเงินออก
ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยลดความเสียหาย ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ผลการอายัดหรือการได้เงินคืนขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีและขั้นตอนของธนาคารและเจ้าหน้าที่ ควรสอบถามธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง
ต้องรีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงานไหม: ตารางช่วยตัดสินใจ
หลายคนกังวลว่าการรีเซ็ตเครื่องจะทำให้ข้อมูลหาย ใช้รายการนี้ช่วยตัดสินใจ
- ลบแอปได้ปกติ ไม่มีแอปแปลกในการช่วยเหลือพิเศษอีก และ Play Protect สแกนแล้วไม่พบอะไร: อาจยังไม่ต้องรีเซ็ต แต่ให้เฝ้าดูเครื่องอีกหลายวัน และเปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญทั้งหมด
- ลบแอปไม่ได้ หน้าตั้งค่าถูกปิดเอง หรือมีการกดเองบนจอ: ควรรีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน
- มีเงินออกจากบัญชีแล้ว: ควรรีเซ็ต เพราะไม่รู้ว่ามิจฉาชีพติดตั้งอะไรเพิ่มไว้บ้าง แต่ให้เก็บหลักฐานก่อน (ถ่ายรูปหน้าจอด้วยเครื่องอื่น) และถามเจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งความว่าต้องการให้เก็บเครื่องไว้ตรวจหรือไม่
- ไม่แน่ใจเลยว่าเครื่องสะอาดหรือยัง: รีเซ็ตเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า
ก่อนรีเซ็ต ให้สำรองเฉพาะรูป วิดีโอ และรายชื่อผู้ติดต่อ อย่าสำรองหรือกู้คืนแอปทั้งหมดอัตโนมัติ เพราะอาจได้แอปอันตรายกลับมา หลังรีเซ็ตให้ติดตั้งแอปธนาคารใหม่จาก Play Store เท่านั้น แล้วติดต่อธนาคารเพื่อเปิดใช้งานอีกครั้งตามขั้นตอนของธนาคาร
ป้องกันพ่อแม่และผู้สูงอายุ: ตั้งค่าครั้งเดียวช่วยได้มาก
กลุ่มที่โดนหลอกให้ติดตั้งแอปบ่อยคือผู้สูงอายุที่ใช้ LINE เป็นหลัก และเชื่อใจเสียงคนที่พูดสุภาพ ลองทำสิ่งเหล่านี้ให้ในวันที่ไปเยี่ยม
- ตรวจว่าการ "ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก" ปิดอยู่สำหรับทุกแอป โดยเฉพาะ LINE และเบราว์เซอร์
- เปิด Google Play Protect และให้สแกนอัตโนมัติ
- ตั้งรหัสเข้าแอปธนาคารให้ไม่ซ้ำกับรหัสปลดล็อกเครื่อง และไม่ซ้ำกับวันเกิด
- ถ้าท่านไม่ได้ใช้แอปธนาคารบ่อย ลองคุยกับธนาคารเรื่องการจำกัดวงเงินโอนต่อวันให้ต่ำลง
- ปิดเสียงสายที่ไม่รู้จัก หรือใช้แอปแจ้งเตือนเบอร์ (ดูวิธีตั้งค่า Android และ iPhone)
ประโยคที่ใช้คุยกับพ่อแม่ได้เลย
"แม่ ถ้าใครโทรมาแล้วบอกให้กดลิงก์ ติดตั้งแอป หรือเข้าไปเปิดอะไรในตั้งค่า ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการไฟฟ้า สรรพากร หรือธนาคาร ให้บอกเขาว่า 'เดี๋ยวให้ลูกโทรกลับ' แล้ววางเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ หน่วยงานจริงเขาไม่โกรธ ถ้าเป็นเรื่องจริงเขาจะรอได้ แล้วโทรหาหนูก่อน หนูจะเช็คให้"
ประโยคนี้ได้ผลเพราะให้ท่านมี "ข้ออ้าง" ในการวางสายโดยไม่รู้สึกเสียมารยาท ผู้สูงอายุหลายคนไม่กล้าวางสายเพราะกลัวทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พอใจ
เช็คเบอร์ที่โทรมา และช่วยเตือนคนอื่น
แอปดูดเงินมักเริ่มจากสายโทรเข้า ถ้ามีเบอร์แปลกโทรมาอ้างว่าเป็นหน่วยงาน ให้เช็คเบอร์ก่อนคุยต่อ ถ้าเบอร์นั้นไม่มีรายงาน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะมิจฉาชีพเปลี่ยนเบอร์บ่อย หลักที่ใช้ได้ทุกกรณีคือ ไม่ติดตั้งแอปจากลิงก์ที่คนแปลกหน้าส่งมา
ถ้าคุณเจอเบอร์หรือบัญชี LINE ที่พยายามให้ติดตั้งแอป ให้รายงานเบอร์เพื่อให้คนอื่นเห็นคำเตือน ข้อมูลในระบบมาจากรายงานของผู้ใช้ ไม่ได้เป็นการตัดสินว่าใครผิด อ่านหลักการได้ที่นโยบายเนื้อหา และถ้าเบอร์ของคุณเองถูกรายงานผิด ส่งคำขอได้ที่หน้าคำร้อง
บนมือถือ Android คุณสามารถติดตั้งแอป SpamInThai จาก Google Play เพื่อให้ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน และอ่านคู่มือบล็อกสายสแปมบน Androidเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
แค่กดลิงก์ แต่ยังไม่ได้ติดตั้งแอป เงินจะหายไหม
โดยทั่วไปการเปิดลิงก์อย่างเดียวยังไม่ทำให้มิจฉาชีพควบคุมเครื่องได้ จุดอันตรายคือการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง (APK) การอนุญาตให้ติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และการเปิดสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ ถ้ากรอกรหัสหรือข้อมูลบัตรในหน้าเว็บนั้นไปแล้ว ให้ถือว่าข้อมูลรั่วและติดต่อธนาคารทันที
ทำไมแอปปลอมต้องขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility)
สิทธิ์นี้ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้พิการให้ใช้มือถือได้ แต่มันสามารถอ่านสิ่งที่แสดงบนจอและกดปุ่มแทนผู้ใช้ได้ แอปที่เป็นอันตรายจึงใช้สิทธิ์นี้ดูหน้าจอและสั่งงานเครื่องแทนเรา แอปทั่วไปอย่างแอปหน่วยงานรัฐหรือแอปจ่ายบิลแทบไม่มีเหตุผลต้องขอสิทธิ์นี้
เผลอติดตั้งแล้ว ควรถอดซิมหรือเปิดโหมดเครื่องบินก่อน
ให้ตัดการเชื่อมต่อทุกทางก่อน คือเปิดโหมดเครื่องบิน ปิด Wi-Fi และถอดซิมถ้าทำได้ เพื่อตัดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้สั่งงานเครื่อง จากนั้นใช้โทรศัพท์เครื่องอื่นโทรหาธนาคารผ่านเบอร์ทางการ
ลบแอปทิ้งแล้วพอไหม หรือต้องล้างเครื่อง
การลบแอปช่วยได้บางส่วน แต่แอปอันตรายบางตัวซ่อนไอคอนหรือป้องกันตัวเองจากการถอนการติดตั้ง ถ้าไม่แน่ใจว่าลบหมดหรือยัง การรีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงานหลังสำรองรูปและรายชื่อแล้วเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า และควรเปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญจากเครื่องอื่น
iPhone โดนแอปดูดเงินแบบนี้ไหม
รูปแบบที่พบบ่อยในไทยคือการหลอกให้ติดตั้งไฟล์ APK บน Android ซึ่ง iPhone ติดตั้งไม่ได้ แต่ผู้ใช้ iPhone ยังโดนหลอกผ่านเว็บปลอม การให้ OTP หรือการโอนเงินเองได้เหมือนกัน จึงต้องระวังเรื่องลิงก์และการกรอกข้อมูลเช่นกัน
อ่านต่อ: สายอ้างเป็นตำรวจหรือ DSI · ซิมโดนสวม รับ OTP แทน · SMS พัสดุปลอม · โดนหลอกโอนเงิน ต้องทำอะไร · รับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์