สายอ้างเป็นตำรวจ / DSI / ปปง. บอกว่าเกี่ยวคดีฟอกเงิน ให้โอนเงินตรวจสอบ ทำยังไงดี

คำตอบสั้น: สายที่อ้างเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) หรือ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) แล้วบอกว่าบัญชีของคุณพัวพันคดีฟอกเงินหรือยาเสพติด ให้โอนเงินไป "ตรวจสอบ" คือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หน่วยงานจริงไม่ให้ประชาชนโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ วิธีรับมือคือวางสายทันที ไม่ต้องเถียง แล้วโทรหาหน่วยงานจากเบอร์ทางการที่ค้นเอง ถ้าโอนไปแล้วให้โทร 1441 ให้เร็วที่สุด
กลโกงนี้คืออะไร และทำไมได้ผล
กลโกงแอบอ้างเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหนึ่งในรูปแบบที่สร้างความเสียหายต่อรายสูงที่สุด เพราะไม่ได้หลอกเอาเงินก้อนเล็ก แต่พยายามให้เหยื่อโอน "เงินทั้งหมดที่มี" ไปยังบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีตรวจสอบของรัฐ
สิ่งที่ทำให้ได้ผลไม่ใช่ความฉลาดของบทพูด แต่เป็นความกลัว คนส่วนใหญ่ไม่เคยมีคดีความ ไม่รู้ว่ากระบวนการจริงหน้าตาเป็นอย่างไร พอได้ยินคำว่า "หมายจับ" "อายัดบัญชี" "ฟอกเงิน" สมองจะเข้าโหมดเอาตัวรอด และอยากทำทุกอย่างเพื่อให้เรื่องจบ มิจฉาชีพจึงเสนอทางออกที่ดูง่าย คือ "โอนเงินมาให้ตรวจ ถ้าไม่ผิดจะคืนให้"
ข้อเท็จจริงที่ต้องจำไว้มีข้อเดียว: เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายสามารถยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวกับความผิดได้เอง ไม่จำเป็นต้องขอให้คุณโอนเงินไปให้ ดังนั้นการขอให้โอนจึงเป็นหลักฐานในตัวว่าปลายสายไม่ใช่เจ้าหน้าที่
บทพูดที่พบบ่อย ทีละขั้น
ตัวอย่างนี้เราเขียนขึ้นเองจากรูปแบบที่ผู้ใช้รายงานและคำเตือนของหน่วยงาน เพื่อให้เห็นว่าแต่ละช่วงมีหน้าที่อะไร ไม่ใช่การถอดเสียงจากสายจริง
- เปิดเรื่องด้วยเรื่องเล็กที่ไม่เกี่ยวกับตำรวจ เช่น "คุณมีพัสดุผิดกฎหมาย" (ดูกลโกงพัสดุตกค้าง) "เบอร์ของคุณถูกใช้ส่งข้อความหลอกลวง จะถูกระงับใน 2 ชั่วโมง" หรือ "บัตรประชาชนของคุณถูกใช้เปิดบัญชี" เหยื่อปฏิเสธ แล้วปลายสายเสนอ "โอนสายไปแจ้งความ"
- ส่งต่อให้ "ตำรวจ" คนในสายใหม่พูดเสียงเข้ม เรียกยศตัวเอง บอกชื่อสถานีตำรวจที่อยู่ไกลจากบ้านคุณ แล้วบอกว่า "มีผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีฟอกเงิน ให้การซัดทอดว่าคุณขายบัญชีให้"
- สร้างหลักฐานปลอม ให้แอดไลน์ "เพื่อความสะดวก" แล้วส่งภาพหมายจับ หมายเรียก หรือหนังสืออายัดที่มีตราครุฑและชื่อคุณ บางรายวิดีโอคอลโดยแต่งชุดเครื่องแบบ มีฉากหลังเป็นห้องทำงานหรือป้ายหน่วยงาน
- ตัดเหยื่อออกจากคนรอบตัว "เรื่องนี้เป็นความลับทางคดี ถ้าบอกใครจะถือว่าขัดขวางการสอบสวน" "ห้ามวางสาย ถ้าวางจะออกหมายจับทันที" บางครั้งให้เหยื่อออกไปอยู่คนเดียวในห้องหรือในรถ
- ส่งต่อให้ "ปปง." หรือ "DSI" อีกชั้น เพื่อให้ดูเหมือนมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง คนนี้จะเป็นคนบอกวิธี "ตรวจสอบเงิน" คือให้โอนเงินจากทุกบัญชีมารวมไว้ในบัญชีที่ระบุ หรือให้ซื้อทองหรือคริปโตแล้วส่งให้
- รีดเพิ่ม หลังโอนครั้งแรก จะมีเหตุให้โอนอีก เช่น "ยอดยังตรวจไม่ผ่าน ต้องวางค่าประกันตัว" หรือ "ต้องกู้เงินมาเพิ่มเพื่อพิสูจน์" บางรายถึงขั้นให้เหยื่อขอสินเชื่อออนไลน์มาโอนต่อ
อีกรูปแบบหนึ่งที่หน่วยงานเตือนคือการข่มขู่ให้ถอดเสื้อผ้าหรือถ่ายคลิปตัวเองเพื่อ "ตรวจร่างกาย" ถ้าเจอแบบนี้ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที และวางสาย
สิ่งที่หน่วยงานจริงไม่ทำ
ข้อมูลส่วนนี้สรุปจากคำเตือนที่หน่วยงานเคยเผยแพร่ผ่านสื่อ เช่น คำเตือนของ DSI และ ปปง. รวมถึงคำแนะนำของตำรวจ
- ไม่ให้โอนเงินไปตรวจสอบ หรือเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ DSI หรือ ปปง.
- ไม่ใช้วิดีโอคอลเพื่อข่มขู่หรือโน้มน้าวให้โอนเงิน
- DSI ระบุว่าไม่โทรหาประชาชนโดยตรง ยกเว้นกรณีที่เคยมีการเรียกพบกันมาก่อน และไม่ให้แอดไลน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อเรื่องคดี
- ปปง. เคยเตือนว่าราชการจะไม่ติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์เพื่อให้ถอนเงินออกจากบัญชีไปโอนเข้าบัญชีอื่น
- ไม่สั่งให้ปิดเรื่องเป็นความลับจากครอบครัว และไม่ห้ามคุณไปปรึกษาทนายหรือไปสถานีตำรวจด้วยตัวเอง
มีอีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิด: เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอไม่ใช่หลักฐาน ปปง. เคยเตือนว่ามิจฉาชีพใช้ระบบโทรผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งให้เบอร์โทรเข้าเป็นหมายเลขของหน่วยราชการได้ อ่านเพิ่มเรื่องนี้ในเบอร์ VoIP ขึ้นต้น 697 698
สัญญาณอันตราย (เจอข้อเดียวก็วางสายได้)
- เรื่องเริ่มจากหน่วยงานหนึ่ง แล้วถูก "โอนสาย" ไปอีกหน่วยงาน
- มีคำว่า ฟอกเงิน ยาเสพติด บัญชีม้า หมายจับ อายัด ภายในไม่กี่นาทีแรก
- ขอเลขบัตรประชาชน ยอดเงินในบัญชี หรือให้เปิดแอปธนาคารให้ดู
- ให้แอดไลน์ ให้วิดีโอคอล หรือให้ติดตั้งแอป "ของหน่วยงาน" จากลิงก์
- ห้ามวางสาย ห้ามบอกใคร ให้ไปอยู่คนเดียว
- ให้โอนเงิน ซื้อทอง หรือซื้อคริปโตเพื่อ "ตรวจสอบ" หรือ "ประกันตัว"
- ส่งเอกสารราชการมาทางแชท และเร่งให้ตัดสินใจภายในวันนั้น
ประโยคสำหรับวางสายและวิธีเช็คกับหน่วยงานจริง
หลายคนไม่กล้าวางสายเพราะกลัวว่าจะ "มีความผิดเพิ่ม" ความจริงคือการวางสายไม่ได้ทำให้ใครมีความผิด ถ้าเป็นเรื่องจริง หน่วยงานมีช่องทางติดต่อคุณอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ใช้ประโยคนี้ได้เลย:
ประโยคตัดบท: "ถ้าดิฉัน/ผมมีชื่อในคดีจริง จะไปติดต่อที่สถานีตำรวจด้วยตัวเองค่ะ/ครับ ขอวางสายก่อน" แล้ววางทันที ไม่ต้องรอฟังคำตอบ ไม่ต้องถามชื่อหรือยศ เพราะข้อมูลที่ปลายสายบอกเป็นของปลอมได้ทั้งหมด
จากนั้นตรวจสอบด้วยช่องทางที่คุณค้นเอง
- DSI: สายด่วน 1202 หรือเว็บไซต์ dsi.go.th (LINE ทางการของ DSI ที่เคยประกาศคือ @dsi.th ซึ่งต้องมีเครื่องหมาย @)
- ตำรวจ: สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 หรือไปสถานีตำรวจใกล้บ้าน ถามว่ามีหมายเรียกหรือหมายจับในชื่อคุณหรือไม่
- ธนาคาร: ถ้าปลายสายบอกว่าบัญชีถูกอายัด ให้โทรหาธนาคารจากเบอร์หลังบัตรหรือในแอปทางการ ถามว่าบัญชีมีสถานะผิดปกติไหม ธนาคารตอบได้ทันทีว่าจริงหรือไม่
- เบอร์ที่โทรมา: นำไปค้นใน SpamInThai ถ้าไม่มีรายงาน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะแก๊งเปลี่ยนเบอร์บ่อย ให้รายงานไว้เพื่อเตือนคนต่อไป
ถ้าโดนไปแล้ว (แยกตามสถานการณ์)
- คุยไปนานแต่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร: ไม่เสียหาย บล็อกเบอร์และไลน์ที่ติดต่อมา เตรียมใจว่าอาจมีสายจากเบอร์อื่นตามมาในเรื่องเดิม
- ให้เลขบัตรประชาชนหรือที่อยู่ไป: ข้อมูลนี้อาจถูกใช้ในการหลอกครั้งต่อไป หรือพยายามเปิดบัญชีและซิมในชื่อคุณ เฝ้าระวังสายแปลก และสอบถามธนาคารที่คุณใช้ว่ามีการเปิดบริการใหม่ในชื่อคุณหรือไม่
- ติดตั้งแอปหรือเปิดหน้าจอให้ดู: ตัดอินเทอร์เน็ตทันที ใช้เครื่องอื่นโทรหาธนาคารให้ระงับแอปธนาคาร แล้วถอนแอปที่ติดตั้ง ดูวิธีละเอียดในแอปปลอมควบคุมเครื่อง
- โอนเงินไปแล้ว: ทุกนาทีสำคัญ โทร 1441 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (AOC) ซึ่งเปิด 24 ชั่วโมง หรือโทรหาธนาคารต้นทางเพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง จากนั้นแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th หรือที่สถานีตำรวจ เก็บสลิป แชท รูปเอกสารปลอม และเบอร์ที่โทรมาไว้ ทำตามเช็กลิสต์หลังโดนหลอกโอนเงิน
- ระวังสายรอบสอง: หลังโดนหลอก อาจมีคนติดต่อมาอ้างว่าช่วยตามเงินคืนได้ถ้าจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน นี่คือการหลอกซ้ำ หน่วยงานรัฐไม่เก็บค่าตามเงินคืน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากคุณกังวลว่ามีคดีความจริง ควรติดต่อสถานีตำรวจหรือทนายความโดยตรง ส่วนการขอระงับบัญชีและการคืนเงินขึ้นอยู่กับขั้นตอนของธนาคารและเจ้าหน้าที่ในแต่ละกรณี
อย่าเป็นเครื่องมือของแก๊ง: เรื่องบัญชีม้า
หลายสายในกลโกงนี้อ้างว่า "คุณขายบัญชีให้แก๊ง" ซึ่งเป็นเรื่องโกหก แต่ในชีวิตจริงก็มีคนที่ถูกชักชวนให้ขายหรือให้เช่าบัญชีธนาคารจริงๆ ปปง. เคยเตือนว่าการขายหรือรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มอาจถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ถ้ามีคนชวนให้เปิดบัญชีแลกเงิน หรือขอยืมบัญชีไปรับโอน อย่ารับ เพราะบัญชีนั้นอาจถูกใช้รับเงินจากเหยื่อรายอื่น อ่านวิธีสังเกตบัญชีผิดปกติได้ในเช็คเลขบัญชีก่อนโอนเงิน
บทซ้อมกับพ่อแม่ผู้สูงอายุ (ใช้ได้จริงใน 5 นาที)
ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เคารพเจ้าหน้าที่และกลัวเรื่องคดีความมาก คำอธิบายยาวๆ มักจำไม่ได้ ลองซ้อมแบบเล่นบทบาทสมมติแทน
- ลูกเล่นเป็นมิจฉาชีพ: โทรไปหรือพูดต่อหน้าว่า "ผมเป็นตำรวจ คุณป้ามีชื่อในคดีฟอกเงิน ห้ามวางสายนะครับ"
- ให้ผู้สูงอายุตอบด้วยประโยคเดียว: "เดี๋ยวให้ลูกไปติดต่อที่โรงพัก" แล้ววางสาย ซ้อมจนพูดได้โดยไม่ลังเล
- ติดกระดาษไว้ข้างโทรศัพท์บ้านหรือหลังเคสมือถือ: "ตำรวจจริงไม่ให้โอนเงิน / ไม่วิดีโอคอล / ไม่ห้ามบอกลูก" พร้อมเบอร์ของลูก 1-2 คน
- ตกลงรหัสลับในครอบครัว: ถ้ามีใครอ้างว่าเป็นลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่ที่ลูกส่งมา ให้ถามรหัสนี้ คนนอกตอบไม่ได้
- ให้รู้ว่าโทรหาลูกได้เสมอ: ย้ำว่า "โทรมาถามได้ทุกเรื่อง ไม่โกรธ ไม่ว่า" เพราะเหยื่อจำนวนมากไม่กล้าบอกลูกจนสายเกินไป
นอกจากนี้ช่วยตั้งค่ามือถือให้ด้วย เช่น เปิดการคัดกรองสายที่ไม่รู้จัก (ดูวิธีตั้งค่า) หรือติดตั้งแอป SpamInThaiเพื่อให้มีคำเตือนขึ้นเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงานไว้ ดูภาพรวมการรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่คู่มือรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สรุปให้จำง่าย
- เจ้าหน้าที่จริง ไม่ให้โอนเงินไปตรวจสอบ ไม่มีข้อยกเว้น
- เบอร์ที่โชว์ ชุดเครื่องแบบ บัตร และหมายจับในแชท ปลอมได้ทั้งหมด
- วางสายได้เสมอ แล้ว โทรกลับหน่วยงานจากเบอร์ที่ค้นเอง
- ถ้าโอนไปแล้ว โทร 1441 หรือธนาคารทันที อย่ารอถึงพรุ่งนี้
คำถามที่พบบ่อย
ตำรวจหรือ DSI โทรมาให้โอนเงินไปตรวจสอบ มีจริงไหม
ไม่มี เจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวกับความผิดได้เองโดยไม่ต้องให้เจ้าของโอนเงินไปให้ DSI ก็ระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่ตัวจริงจะไม่ขอให้โอนเงินมาตรวจสอบ ใครพูดแบบนี้ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ
เบอร์ที่โทรมาขึ้นเป็นเบอร์หน่วยงานราชการ แปลว่าของจริงไหม
ไม่แน่นอน ปปง. เคยเตือนว่ามิจฉาชีพใช้ระบบโทรผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งเบอร์ที่โชว์ให้เป็นเบอร์หน่วยราชการได้ ให้วางสายแล้วโทรกลับไปที่เบอร์ทางการที่ค้นหาเอง
ถูกวิดีโอคอลจากคนใส่ชุดตำรวจ มีบัตรเจ้าหน้าที่ให้ดู เชื่อได้ไหม
ไม่ควรเชื่อ ชุด ฉากหลัง บัตร และเอกสารหมายจับปลอมทำได้ง่าย ตำรวจจริงไม่ใช้วิดีโอคอลเพื่อโน้มน้าวหรือข่มขู่ให้โอนเงิน
ถ้ากลัวว่าตัวเองมีชื่อในคดีจริง ตรวจสอบอย่างไร
โทรหาสายด่วนของหน่วยงานโดยตรง เช่น DSI 1202 หรือสายด่วนตำรวจ 1599 หรือไปสถานีตำรวจใกล้บ้าน ห้ามใช้เบอร์หรือไลน์ที่ปลายสายให้มา
โอนเงินไปแล้ว ควรทำอะไรก่อน
โทร 1441 หรือธนาคารของคุณทันทีเพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง แล้วแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th เก็บหลักฐานสลิป แชท และเบอร์ที่โทรมาไว้ทั้งหมด
อ่านต่อ: SMS พัสดุตกค้าง / พัสดุผิดกฎหมาย · แอปปลอมควบคุมเครื่อง · คู่มือรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ · รวมสายด่วนแจ้งเหตุ