หน้าแรก · บทความ

สายอ้างเป็นตำรวจ / DSI / ปปง. บอกว่าเกี่ยวคดีฟอกเงิน ให้โอนเงินตรวจสอบ ทำยังไงดี

เผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

สายอ้างเป็นตำรวจ / DSI / ปปง. บอกว่าเกี่ยวคดีฟอกเงิน ให้โอนเงินตรวจสอบ ทำยังไงดี

คำตอบสั้น: สายที่อ้างเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) หรือ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) แล้วบอกว่าบัญชีของคุณพัวพันคดีฟอกเงินหรือยาเสพติด ให้โอนเงินไป "ตรวจสอบ" คือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หน่วยงานจริงไม่ให้ประชาชนโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ วิธีรับมือคือวางสายทันที ไม่ต้องเถียง แล้วโทรหาหน่วยงานจากเบอร์ทางการที่ค้นเอง ถ้าโอนไปแล้วให้โทร 1441 ให้เร็วที่สุด

กลโกงนี้คืออะไร และทำไมได้ผล

กลโกงแอบอ้างเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหนึ่งในรูปแบบที่สร้างความเสียหายต่อรายสูงที่สุด เพราะไม่ได้หลอกเอาเงินก้อนเล็ก แต่พยายามให้เหยื่อโอน "เงินทั้งหมดที่มี" ไปยังบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีตรวจสอบของรัฐ

สิ่งที่ทำให้ได้ผลไม่ใช่ความฉลาดของบทพูด แต่เป็นความกลัว คนส่วนใหญ่ไม่เคยมีคดีความ ไม่รู้ว่ากระบวนการจริงหน้าตาเป็นอย่างไร พอได้ยินคำว่า "หมายจับ" "อายัดบัญชี" "ฟอกเงิน" สมองจะเข้าโหมดเอาตัวรอด และอยากทำทุกอย่างเพื่อให้เรื่องจบ มิจฉาชีพจึงเสนอทางออกที่ดูง่าย คือ "โอนเงินมาให้ตรวจ ถ้าไม่ผิดจะคืนให้"

ข้อเท็จจริงที่ต้องจำไว้มีข้อเดียว: เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายสามารถยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวกับความผิดได้เอง ไม่จำเป็นต้องขอให้คุณโอนเงินไปให้ ดังนั้นการขอให้โอนจึงเป็นหลักฐานในตัวว่าปลายสายไม่ใช่เจ้าหน้าที่

บทพูดที่พบบ่อย ทีละขั้น

ตัวอย่างนี้เราเขียนขึ้นเองจากรูปแบบที่ผู้ใช้รายงานและคำเตือนของหน่วยงาน เพื่อให้เห็นว่าแต่ละช่วงมีหน้าที่อะไร ไม่ใช่การถอดเสียงจากสายจริง

  1. เปิดเรื่องด้วยเรื่องเล็กที่ไม่เกี่ยวกับตำรวจ เช่น "คุณมีพัสดุผิดกฎหมาย" (ดูกลโกงพัสดุตกค้าง) "เบอร์ของคุณถูกใช้ส่งข้อความหลอกลวง จะถูกระงับใน 2 ชั่วโมง" หรือ "บัตรประชาชนของคุณถูกใช้เปิดบัญชี" เหยื่อปฏิเสธ แล้วปลายสายเสนอ "โอนสายไปแจ้งความ"
  2. ส่งต่อให้ "ตำรวจ" คนในสายใหม่พูดเสียงเข้ม เรียกยศตัวเอง บอกชื่อสถานีตำรวจที่อยู่ไกลจากบ้านคุณ แล้วบอกว่า "มีผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีฟอกเงิน ให้การซัดทอดว่าคุณขายบัญชีให้"
  3. สร้างหลักฐานปลอม ให้แอดไลน์ "เพื่อความสะดวก" แล้วส่งภาพหมายจับ หมายเรียก หรือหนังสืออายัดที่มีตราครุฑและชื่อคุณ บางรายวิดีโอคอลโดยแต่งชุดเครื่องแบบ มีฉากหลังเป็นห้องทำงานหรือป้ายหน่วยงาน
  4. ตัดเหยื่อออกจากคนรอบตัว "เรื่องนี้เป็นความลับทางคดี ถ้าบอกใครจะถือว่าขัดขวางการสอบสวน" "ห้ามวางสาย ถ้าวางจะออกหมายจับทันที" บางครั้งให้เหยื่อออกไปอยู่คนเดียวในห้องหรือในรถ
  5. ส่งต่อให้ "ปปง." หรือ "DSI" อีกชั้น เพื่อให้ดูเหมือนมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง คนนี้จะเป็นคนบอกวิธี "ตรวจสอบเงิน" คือให้โอนเงินจากทุกบัญชีมารวมไว้ในบัญชีที่ระบุ หรือให้ซื้อทองหรือคริปโตแล้วส่งให้
  6. รีดเพิ่ม หลังโอนครั้งแรก จะมีเหตุให้โอนอีก เช่น "ยอดยังตรวจไม่ผ่าน ต้องวางค่าประกันตัว" หรือ "ต้องกู้เงินมาเพิ่มเพื่อพิสูจน์" บางรายถึงขั้นให้เหยื่อขอสินเชื่อออนไลน์มาโอนต่อ

อีกรูปแบบหนึ่งที่หน่วยงานเตือนคือการข่มขู่ให้ถอดเสื้อผ้าหรือถ่ายคลิปตัวเองเพื่อ "ตรวจร่างกาย" ถ้าเจอแบบนี้ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที และวางสาย

สิ่งที่หน่วยงานจริงไม่ทำ

ข้อมูลส่วนนี้สรุปจากคำเตือนที่หน่วยงานเคยเผยแพร่ผ่านสื่อ เช่น คำเตือนของ DSI และ ปปง. รวมถึงคำแนะนำของตำรวจ

มีอีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิด: เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอไม่ใช่หลักฐาน ปปง. เคยเตือนว่ามิจฉาชีพใช้ระบบโทรผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งให้เบอร์โทรเข้าเป็นหมายเลขของหน่วยราชการได้ อ่านเพิ่มเรื่องนี้ในเบอร์ VoIP ขึ้นต้น 697 698

สัญญาณอันตราย (เจอข้อเดียวก็วางสายได้)

ประโยคสำหรับวางสายและวิธีเช็คกับหน่วยงานจริง

หลายคนไม่กล้าวางสายเพราะกลัวว่าจะ "มีความผิดเพิ่ม" ความจริงคือการวางสายไม่ได้ทำให้ใครมีความผิด ถ้าเป็นเรื่องจริง หน่วยงานมีช่องทางติดต่อคุณอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ใช้ประโยคนี้ได้เลย:

ประโยคตัดบท: "ถ้าดิฉัน/ผมมีชื่อในคดีจริง จะไปติดต่อที่สถานีตำรวจด้วยตัวเองค่ะ/ครับ ขอวางสายก่อน" แล้ววางทันที ไม่ต้องรอฟังคำตอบ ไม่ต้องถามชื่อหรือยศ เพราะข้อมูลที่ปลายสายบอกเป็นของปลอมได้ทั้งหมด

จากนั้นตรวจสอบด้วยช่องทางที่คุณค้นเอง

  1. DSI: สายด่วน 1202 หรือเว็บไซต์ dsi.go.th (LINE ทางการของ DSI ที่เคยประกาศคือ @dsi.th ซึ่งต้องมีเครื่องหมาย @)
  2. ตำรวจ: สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 หรือไปสถานีตำรวจใกล้บ้าน ถามว่ามีหมายเรียกหรือหมายจับในชื่อคุณหรือไม่
  3. ธนาคาร: ถ้าปลายสายบอกว่าบัญชีถูกอายัด ให้โทรหาธนาคารจากเบอร์หลังบัตรหรือในแอปทางการ ถามว่าบัญชีมีสถานะผิดปกติไหม ธนาคารตอบได้ทันทีว่าจริงหรือไม่
  4. เบอร์ที่โทรมา: นำไปค้นใน SpamInThai ถ้าไม่มีรายงาน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะแก๊งเปลี่ยนเบอร์บ่อย ให้รายงานไว้เพื่อเตือนคนต่อไป

ถ้าโดนไปแล้ว (แยกตามสถานการณ์)

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากคุณกังวลว่ามีคดีความจริง ควรติดต่อสถานีตำรวจหรือทนายความโดยตรง ส่วนการขอระงับบัญชีและการคืนเงินขึ้นอยู่กับขั้นตอนของธนาคารและเจ้าหน้าที่ในแต่ละกรณี

อย่าเป็นเครื่องมือของแก๊ง: เรื่องบัญชีม้า

หลายสายในกลโกงนี้อ้างว่า "คุณขายบัญชีให้แก๊ง" ซึ่งเป็นเรื่องโกหก แต่ในชีวิตจริงก็มีคนที่ถูกชักชวนให้ขายหรือให้เช่าบัญชีธนาคารจริงๆ ปปง. เคยเตือนว่าการขายหรือรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มอาจถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ถ้ามีคนชวนให้เปิดบัญชีแลกเงิน หรือขอยืมบัญชีไปรับโอน อย่ารับ เพราะบัญชีนั้นอาจถูกใช้รับเงินจากเหยื่อรายอื่น อ่านวิธีสังเกตบัญชีผิดปกติได้ในเช็คเลขบัญชีก่อนโอนเงิน

บทซ้อมกับพ่อแม่ผู้สูงอายุ (ใช้ได้จริงใน 5 นาที)

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เคารพเจ้าหน้าที่และกลัวเรื่องคดีความมาก คำอธิบายยาวๆ มักจำไม่ได้ ลองซ้อมแบบเล่นบทบาทสมมติแทน

  1. ลูกเล่นเป็นมิจฉาชีพ: โทรไปหรือพูดต่อหน้าว่า "ผมเป็นตำรวจ คุณป้ามีชื่อในคดีฟอกเงิน ห้ามวางสายนะครับ"
  2. ให้ผู้สูงอายุตอบด้วยประโยคเดียว: "เดี๋ยวให้ลูกไปติดต่อที่โรงพัก" แล้ววางสาย ซ้อมจนพูดได้โดยไม่ลังเล
  3. ติดกระดาษไว้ข้างโทรศัพท์บ้านหรือหลังเคสมือถือ: "ตำรวจจริงไม่ให้โอนเงิน / ไม่วิดีโอคอล / ไม่ห้ามบอกลูก" พร้อมเบอร์ของลูก 1-2 คน
  4. ตกลงรหัสลับในครอบครัว: ถ้ามีใครอ้างว่าเป็นลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่ที่ลูกส่งมา ให้ถามรหัสนี้ คนนอกตอบไม่ได้
  5. ให้รู้ว่าโทรหาลูกได้เสมอ: ย้ำว่า "โทรมาถามได้ทุกเรื่อง ไม่โกรธ ไม่ว่า" เพราะเหยื่อจำนวนมากไม่กล้าบอกลูกจนสายเกินไป

นอกจากนี้ช่วยตั้งค่ามือถือให้ด้วย เช่น เปิดการคัดกรองสายที่ไม่รู้จัก (ดูวิธีตั้งค่า) หรือติดตั้งแอป SpamInThaiเพื่อให้มีคำเตือนขึ้นเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงานไว้ ดูภาพรวมการรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่คู่มือรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สรุปให้จำง่าย

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจหรือ DSI โทรมาให้โอนเงินไปตรวจสอบ มีจริงไหม

ไม่มี เจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวกับความผิดได้เองโดยไม่ต้องให้เจ้าของโอนเงินไปให้ DSI ก็ระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่ตัวจริงจะไม่ขอให้โอนเงินมาตรวจสอบ ใครพูดแบบนี้ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ

เบอร์ที่โทรมาขึ้นเป็นเบอร์หน่วยงานราชการ แปลว่าของจริงไหม

ไม่แน่นอน ปปง. เคยเตือนว่ามิจฉาชีพใช้ระบบโทรผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งเบอร์ที่โชว์ให้เป็นเบอร์หน่วยราชการได้ ให้วางสายแล้วโทรกลับไปที่เบอร์ทางการที่ค้นหาเอง

ถูกวิดีโอคอลจากคนใส่ชุดตำรวจ มีบัตรเจ้าหน้าที่ให้ดู เชื่อได้ไหม

ไม่ควรเชื่อ ชุด ฉากหลัง บัตร และเอกสารหมายจับปลอมทำได้ง่าย ตำรวจจริงไม่ใช้วิดีโอคอลเพื่อโน้มน้าวหรือข่มขู่ให้โอนเงิน

ถ้ากลัวว่าตัวเองมีชื่อในคดีจริง ตรวจสอบอย่างไร

โทรหาสายด่วนของหน่วยงานโดยตรง เช่น DSI 1202 หรือสายด่วนตำรวจ 1599 หรือไปสถานีตำรวจใกล้บ้าน ห้ามใช้เบอร์หรือไลน์ที่ปลายสายให้มา

โอนเงินไปแล้ว ควรทำอะไรก่อน

โทร 1441 หรือธนาคารของคุณทันทีเพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง แล้วแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th เก็บหลักฐานสลิป แชท และเบอร์ที่โทรมาไว้ทั้งหมด

อ่านต่อ: SMS พัสดุตกค้าง / พัสดุผิดกฎหมาย · แอปปลอมควบคุมเครื่อง · คู่มือรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ · รวมสายด่วนแจ้งเหตุ