หน้าแรก · บทความ

โทรหรือ SMS แจ้งว่าได้รางวัลชิงโชค แต่ต้องโอนค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียมก่อน: วิธีแยกรางวัลจริงกับกลโกง

เผยแพร่ 3 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

โทรหรือ SMS แจ้งว่าได้รางวัลชิงโชค แต่ต้องโอนค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียมก่อน: วิธีแยกรางวัลจริงกับกลโกง

คำตอบสั้น: ถ้ามีสายหรือ SMS บอกว่าคุณได้รางวัลชิงโชค ได้รถ ได้ทอง หรือได้เงินสด แต่ต้อง "โอนค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าประกัน หรือค่าจัดส่ง" เข้าบัญชีก่อนจึงจะได้รับรางวัล ให้หยุดและอย่าโอน รางวัลจริงจะหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยผู้จัด พร้อมออกหนังสือรับรองให้ และคุณตรวจสอบกับบริษัทผู้จัดได้เองเสมอ ถ้าไม่แน่ใจเบอร์ที่โทรมา ให้เช็คเบอร์ก่อน

กลโกง "ได้รางวัลแต่ต้องจ่ายก่อน" คืออะไร

กลโกงนี้ใช้ข่าวดีเป็นเหยื่อล่อ ผู้ที่โทรมาหรือส่งข้อความจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทสินค้า ห้างร้าน ค่ายมือถือ หรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย แล้วบอกว่าเบอร์ของคุณ ชื่อของคุณ หรือใบเสร็จของคุณ "ถูกสุ่มได้รางวัล" รางวัลที่อ้างมักมีมูลค่าสูงพอให้ตื่นเต้น เช่น รถจักรยานยนต์ ทองคำ โทรศัพท์รุ่นใหม่ หรือเงินสดหลายหมื่นบาท

หัวใจของกลโกงคือ ก่อนรับรางวัลคุณต้องจ่ายเงินบางอย่างก่อน ยอดที่ขอมักน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่ารางวัล เช่น ไม่กี่พันบาท ทำให้คนรู้สึกว่า "จ่ายนิดเดียวแต่ได้ของใหญ่ คุ้ม" และเมื่อโอนครั้งแรกไปแล้ว ก็จะมีค่าใช้จ่ายรอบต่อไปตามมาเรื่อยๆ

บทความนี้ไม่ได้ส่งเสริมการพนันหรือการเสี่ยงโชคใดๆ เราอธิบายเพื่อให้คุณแยกได้ว่าเมื่อมีคนอ้างว่าคุณได้รางวัล อะไรคือขั้นตอนที่ผู้จัดจริงทำ และอะไรคือสัญญาณของการหลอกลวง

รางวัลจริงเรื่องภาษีทำงานอย่างไร

ความเข้าใจเรื่องภาษีคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการจับผิดกลโกงนี้ เพราะมิจฉาชีพมักใช้คำว่า "ภาษี" เพื่อให้ดูเป็นทางการ

หลักจำง่าย: ภาษีรางวัลจริงจ่ายให้ "บริษัทผู้จัด" และได้ "หนังสือรับรองการหักภาษี" กลับมาเสมอ ถ้าคุณถูกขอให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับบริษัท โดยไม่มีเอกสารใด ให้ถือว่าผิดปกติ

ขั้นตอนของกลโกง ทีละขั้น

  1. ส่งข่าวดี มาทาง SMS สายโทรเข้า หรือข้อความในแชต เช่น "ยินดีด้วย เบอร์ของท่านได้รับรางวัล..." พร้อมลิงก์หรือไอดีไลน์ให้ติดต่อกลับ
  2. สร้างความน่าเชื่อถือ ส่งรูปใบประกาศรางวัล รูปถ้วยรางวัล รูปบัตรพนักงาน หรือเอกสารที่มีตราบริษัท บางครั้งมีหนังสือที่ดูเหมือนเอกสารราชการ
  3. ขอข้อมูล ให้ส่งรูปบัตรประชาชน ชื่อ ที่อยู่ และเลขบัญชี อ้างว่าเพื่อ "ลงทะเบียนรับรางวัล"
  4. เรียกเก็บเงินรอบแรก อ้างเป็นค่าภาษี ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ค่าประกันภัยขนส่ง หรือค่าดำเนินการ และกำหนดเส้นตายว่าต้องโอนภายในวันนี้ ไม่อย่างนั้นสิทธิ์จะตกเป็นของคนอื่น
  5. เรียกเก็บรอบต่อไป หลังโอนแล้วจะมีเหตุใหม่ เช่น "ยอดภาษีต้องคิดใหม่" "ต้องจ่ายค่าจดทะเบียนรถ" "บัญชีของท่านถูกระบบตรวจจับ ต้องจ่ายค่ายืนยันตัวตน"
  6. หายไป เมื่อเหยื่อเริ่มไม่โอนหรือสงสัย ปลายสายจะเงียบ บล็อกไลน์ หรือบางรายเปลี่ยนเป็นข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีฐานผิดสัญญา

ตัวอย่างสคริปต์ (เขียนขึ้นเพื่อให้เห็นภาพ)

บทสนทนาด้านล่างเราเขียนขึ้นจากลักษณะที่พบบ่อยในรายงานของผู้ใช้ ไม่ใช่สายจริง

มีอย่างน้อยสี่จุดที่ผิดปกติในบทสนทนาสั้นๆ นี้ คือ ได้รางวัลโดยไม่เคยร่วมกิจกรรม ขอให้คุยต่อในไลน์ ให้โอนก่อนรับรางวัล และบัญชีปลายทางเป็นชื่อบุคคล แต่ละจุดเพียงอย่างเดียวก็เป็นเหตุผลพอที่จะวางสายแล้ว

สัญญาณอันตรายที่พบบ่อย

วิธีตรวจสอบว่าได้รางวัลจริงหรือไม่

  1. ถามตัวเองก่อน ฉันร่วมกิจกรรมนี้จริงหรือไม่ ร่วมเมื่อไร ร่วมด้วยวิธีไหน ถ้าตอบไม่ได้ เกือบทั้งหมดคือกลโกง
  2. วางสาย แล้วหาช่องทางทางการเอง ค้นเว็บไซต์ทางการหรือเพจที่มีเครื่องหมายยืนยันของบริษัท ดูเบอร์ที่พิมพ์บนบรรจุภัณฑ์สินค้า แล้วโทรถามว่ามีกิจกรรมนี้จริงหรือไม่ อย่าใช้เบอร์หรือไอดีที่ปลายสายให้มา
  3. ดูประกาศผลรางวัล กิจกรรมจริงมักประกาศกติกา ระยะเวลา และรายชื่อผู้ได้รับรางวัลบนช่องทางทางการ
  4. ถามเรื่องเอกสาร ถามว่าจะได้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ชำระที่ไหน ในชื่อบริษัทอะไร ถ้าคำตอบคลุมเครือ หรือให้โอนเข้าบัญชีบุคคล ให้หยุด
  5. ตรวจบัญชีปลายทาง ถ้ามีเลขบัญชีที่ถูกส่งมา ให้ลองค้นตามวิธีในบทความเช็คบัญชีก่อนโอน แต่จำไว้ว่าบัญชีที่ยังไม่มีรายงานก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
  6. เช็คเบอร์หรือลิงก์ เบอร์ที่โทรมาค้นได้ที่ spaminthai.com/check และถ้าเป็น SMS ที่มีลิงก์ อ่านวิธีสังเกตเพิ่มในบทความ SMS ปลอม

ตารางตัดสินใจ: เจอแบบนี้ ทำอย่างไร

ใช้รายการนี้เป็นตารางตัดสินใจแบบเร็ว อ่านจากบนลงล่าง ถ้าตรงข้อไหนให้ทำตามข้อนั้นทันที

ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรตามสถานการณ์

หลักฐานที่ควรเก็บ: ภาพหน้าจอ SMS พร้อมชื่อผู้ส่ง ประวัติการโทร แชตไลน์พร้อมไอดีของอีกฝ่าย รูปเอกสารที่เขาส่งมา และสลิปทุกใบที่โอนไป

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี อัตราภาษีและเงื่อนไขของรางวัลแต่ละกิจกรรมอาจแตกต่างกัน ควรสอบถามกับบริษัทผู้จัดหรือกรมสรรพากรโดยตรงเมื่อมีข้อสงสัย

ผู้สูงอายุเสี่ยงกว่า: บทพูดให้ลูกหลานคุยกับพ่อแม่

ผู้สูงอายุหลายท่านชอบส่งชิ้นส่วนชิงโชคตามสินค้าที่ซื้อเป็นประจำ จึงมีโอกาส "เคยร่วมกิจกรรมจริง" มากกว่าคนทั่วไป ทำให้สายแบบนี้ฟังน่าเชื่อเป็นพิเศษ ลองคุยกับท่านด้วยประโยคง่ายๆ แบบนี้

ตั้งค่าโทรศัพท์ของท่านให้ปลอดภัยขึ้นด้วย เช่น ปิดเสียงสายจากเบอร์ที่ไม่อยู่ในรายชื่อตามวิธีในบทความตั้งค่า Android และ iPhone หรือติดตั้งแอป SpamInThaiที่ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน อ่านแนวทางคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่เพิ่มเติมในคู่มือป้องกันพ่อแม่จากมิจฉาชีพ

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับรางวัล

ถ้าคุณได้รับสายหรือ SMS แบบนี้ การรายงานเบอร์สั้นๆ ว่าอ้างรางวัลอะไรและขอให้จ่ายค่าอะไร จะช่วยให้คนอื่นเห็นคำเตือนก่อนรับสาย ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวของคุณในรายงาน และไม่ต้องระบุชื่อบุคคลหรือบริษัทว่าเป็นผู้กระทำผิด อ่านแนวทางได้ที่นโยบายเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อย

ได้รางวัลจริงต้องจ่ายภาษีไหม

รางวัลจากการชิงโชคมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผู้จัดเป็นผู้หักและออกหนังสือรับรองการหักภาษี (50 ทวิ) ให้ ถ้าเป็นเงินสด ผู้จัดมักหักจากยอดรางวัลเลย ไม่ใช่ให้คุณโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลก่อน

ไม่เคยร่วมกิจกรรมเลย แต่มีคนโทรมาบอกว่าได้รางวัล เป็นไปได้ไหม

แทบเป็นไปไม่ได้ การชิงโชคจริงต้องมีการร่วมกิจกรรม เช่น ส่งชิ้นส่วน ลงทะเบียน หรือซื้อสินค้าตามเงื่อนไข ถ้าคุณจำไม่ได้ว่าเคยร่วม ให้ถือว่าน่าสงสัยไว้ก่อน

ปลายสายรู้ชื่อและเลขบัตรประชาชนบางหลัก แปลว่าเป็นของจริงหรือเปล่า

ไม่ใช่ ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้หลายทาง การรู้ชื่อหรือเลขบางหลักไม่ได้พิสูจน์อะไร ให้ตรวจกับบริษัทผู้จัดผ่านช่องทางที่คุณหาเองเท่านั้น

โอนค่าธรรมเนียมไปแล้ว ต้องทำอย่างไร

โทรหาธนาคารของคุณผ่านเบอร์ทางการทันที หรือโทรสายด่วน 1441 เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง เก็บสลิปและแชตไว้ แล้วแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th

ถ้าปลายสายบอกว่าต้องโอนอีกรอบเพื่อปลดล็อกรางวัล ควรทำไหม

ไม่ควรโอนเพิ่มไม่ว่ากรณีใด การขอเงินรอบที่สองมักเป็นสัญญาณชัดว่าเป็นกลโกง ยิ่งโอนเพิ่ม ยิ่งเสียเงินเพิ่ม

อ่านต่อ: SMS ปลอมอ้างธนาคาร · เช็คบัญชีก่อนโอน · โดนหลอกโอนเงิน ทำอะไรก่อน · โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมา ต้องทำยังไง