หน้าแรก · บทความ

โดนโกงซื้อของออนไลน์ ตั๋วคอนเสิร์ตปลอม มัดจำที่พักแล้วเงียบ: รูปแบบที่เจอบ่อยและวิธีใช้ระบบคุ้มครองของแพลตฟอร์ม

เผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

โดนโกงซื้อของออนไลน์ ตั๋วคอนเสิร์ตปลอม มัดจำที่พักแล้วเงียบ: รูปแบบที่เจอบ่อยและวิธีใช้ระบบคุ้มครองของแพลตฟอร์ม

คำตอบสั้น: การโดนโกงซื้อของออนไลน์ส่วนใหญ่เกิดเมื่อเรา จ่ายเงินออกไปนอกระบบที่มีคนกลางคุ้มครอง เช่น โอนตรงให้คนขายในโพสต์โซเชียล ซื้อตั๋วต่อจากคนแปลกหน้า หรือมัดจำที่พักผ่านเพจที่ไม่ใช่ของจริง วิธีป้องกันที่ได้ผลคือจ่ายผ่านระบบของแพลตฟอร์มให้มากที่สุด ไม่ยอมย้ายไปคุยและโอนนอกแอป และตรวจตัวตนผู้ขายจากช่องทางที่สองก่อนโอน ถ้าโดนแล้ว ให้แจ้งธนาคารและสายด่วน 1441 ทันที แล้วเก็บหลักฐานให้ครบ

บทความนี้เน้นที่ สถานการณ์จริงที่พบบ่อย และ ระบบคุ้มครองของแพลตฟอร์ม ส่วนวิธีเช็คเลขบัญชีปลายทางก่อนโอน อ่านแยกได้ที่เช็คบัญชีก่อนโอนเงิน

สถานการณ์ที่ 1: สั่งของจากโพสต์โซเชียล โอนแล้วไม่ได้ของ

นี่คือรูปแบบที่ร้องเรียนกันมากที่สุด ลำดับเหตุการณ์ที่มักเกิดเป็นแบบนี้

  1. เห็นโพสต์ขายของราคาดีกว่าที่อื่นชัดเจน เช่น มือถือรุ่นใหม่ กล้อง ของแบรนด์เนม หรือสินค้าตามกระแสที่หาซื้อยาก
  2. ทักไปถาม คนขายตอบไว ใจดี ส่งรูปสินค้าและรีวิวจากลูกค้าคนก่อนมาให้ดู
  3. คนขายบอกว่า "เหลือชิ้นสุดท้าย มีคนจองต่อคิวอยู่ ถ้าโอนภายในสิบนาทีจะเก็บไว้ให้"
  4. เราโอนเงิน คนขายส่งเลขพัสดุมาให้ ซึ่งอาจเป็นเลขที่ใช้ไม่ได้หรือเป็นของคนอื่น
  5. สองสามวันต่อมาคนขายเงียบ บล็อก หรือขอเงินเพิ่มเป็นค่าภาษี ค่าประกันการขนส่ง หรือค่าปลดล็อกพัสดุ

จุดที่ควรหยุดคิด: ราคาต่ำกว่าตลาดมาก การเร่งเวลา รีวิวที่เป็นภาพแคปหน้าจอแทนรีวิวในระบบ และการขอเงินเพิ่มหลังโอนไปแล้ว ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะคนที่โดนครั้งแรกมักยอมจ่ายเพิ่มเพื่อหวังให้ได้ของ ซึ่งเป็นการเสียเงินซ้ำ

สถานการณ์ที่ 2: ตั๋วคอนเสิร์ต ตั๋วกีฬา และ "รับกดบัตร"

งานที่บัตรขายหมดเร็วเป็นช่วงที่มิจฉาชีพทำงานหนักที่สุด เพราะคนซื้อรีบและยอมจ่ายแพง รูปแบบที่พบได้แก่

วิธีป้องกัน: ซื้อจากช่องทางขายบัตรทางการหรือระบบขายต่อที่ผู้จัดงานประกาศรับรองเป็นอันดับแรก ถ้าบัญชีของเพื่อนโพสต์ขายบัตร ให้โทรหาเพื่อนด้วยเบอร์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ทักแชทกลับ ถ้าต้องซื้อจากบุคคลจริงๆ ให้ถามว่าระบบขายบัตรของงานนั้นโอนสิทธิ์หรือเปลี่ยนชื่อได้หรือไม่ และนัดเจอรับบัตรตัวจริงในที่สาธารณะเมื่อเป็นไปได้

สถานการณ์ที่ 3: มัดจำที่พัก บ้านเช่า และทัวร์ที่ไม่มีอยู่จริง

ช่วงวันหยุดยาว จะมีเพจที่ใช้ชื่อและรูปของที่พักจริง หรือรูปบ้านพักสวยๆ ที่ไม่มีอยู่จริง โพสต์ราคาพิเศษ ลำดับที่เจอบ่อยคือ

  1. ค้นหาที่พักแล้วเจอเพจหรือโพสต์โฆษณาที่ดูเหมือนของที่พักจริง แต่ชื่อเพจต่างไปเล็กน้อย หรือเพิ่งสร้าง
  2. แอดมินตอบเร็ว ส่งรูปห้อง ส่งโปรโมชันที่ "เหลือแค่วันนี้"
  3. ขอให้โอนมัดจำครึ่งหนึ่ง หรือเต็มจำนวน เข้าบัญชีส่วนตัว อ้างว่าเป็นบัญชีของผู้จัดการหรือเจ้าของ
  4. บางรายขอโอนเพิ่มเป็นค่าประกันความเสียหาย หรือค่าเปลี่ยนห้อง
  5. ไปถึงที่พักจริงแล้วพบว่าไม่มีการจอง หรือไม่มีที่พักนั้นเลย

วิธีป้องกัน: หาเบอร์หรือช่องทางติดต่อของที่พักจากแหล่งที่สอง เช่น เว็บไซต์ทางการ หรือข้อมูลธุรกิจบนแผนที่ แล้วโทรยืนยันการจองด้วยตัวเอง ระวังเมื่อบัญชีรับเงินเป็นชื่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อที่พัก และถ้าจองผ่านเว็บไซต์หรือแอปจองที่พัก ให้ชำระในระบบเท่านั้น ถ้ามีคนติดต่อมาขอให้โอนนอกระบบ "เพื่อได้ส่วนลด" ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย

สถานการณ์ที่ 4: ร้านโทรมา "คืนเงิน" หรือขนส่งขอค่าธรรมเนียม

บางครั้งการโกงไม่ได้เกิดตอนซื้อ แต่เกิดหลังจากนั้น มิจฉาชีพที่รู้ข้อมูลการสั่งซื้อของเรา เช่น ชื่อสินค้า วันที่สั่ง หรือที่อยู่ จะโทรมาอ้างเป็นร้านค้า บอกว่าสินค้าล็อตนั้นมีปัญหาและจะคืนเงินเต็มจำนวน แล้วให้เพิ่มเพื่อนในแชท ส่ง QR มาให้สแกน "เพื่อรับเงิน" ซึ่งความจริงเป็นการโอนเงินออก บางกรณีที่มีการเตือนจากสื่อและตำรวจ ปลายทางเป็นการโอนออกนอกประเทศและแปลงสกุลเงินทันที

หลักจำง่ายคือ การรับเงินไม่ต้องสแกน QR และไม่ต้องกดยืนยันอะไร ถ้ามีคนบอกว่าจะคืนเงิน ให้เปิดแอปตลาดออนไลน์เองแล้วดูในรายการสั่งซื้อ หรือทักร้านผ่านแชทในแอป ดูรายละเอียดกลโกงนี้ได้ที่QR code ปลอม และรูปแบบที่อ้างขนส่งที่SMS พัสดุปลอม

สถานการณ์ที่ 5: บัญชีเพื่อนถูกแฮก หรือ "รับหิ้ว" ที่ไม่มีของ

ความไว้ใจเป็นทางลัดที่มิจฉาชีพชอบใช้ ถ้าบัญชีโซเชียลของคนที่เรารู้จักถูกยึดไป ข้อความ "ขายของถูก ไปต่างประเทศมา ใครเอาบ้าง" หรือ "ช่วยโอนค่ามัดจำแทนก่อน เดี๋ยวคืน" จะดูน่าเชื่อมาก อีกรูปแบบคือคนรับหิ้วหรือรับพรีออเดอร์ที่เก็บเงินล่วงหน้าจากหลายคน แล้วส่งของไม่ได้ หรือหายไป

วิธีป้องกัน: เมื่อคนรู้จักเสนอขายหรือขอเงินผ่านแชท ให้โทรหาเขาด้วยเบอร์ที่มีอยู่แล้ว หรือถามเรื่องที่รู้กันสองคน สำหรับคนรับหิ้ว ให้ดูประวัติการส่งของย้อนหลัง หลักฐานการส่งที่ตรวจสอบได้ และเริ่มจากยอดเล็กก่อน

ระบบคุ้มครองของแพลตฟอร์ม: ใช้ให้เป็น ก่อนจะหายไป

แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่หลายแห่งมีกลไกที่ช่วยผู้ซื้อ แต่กลไกเหล่านี้ทำงาน เฉพาะเมื่อธุรกรรมเกิดในระบบ สิ่งที่ควรรู้คือ

สำหรับการจ่ายด้วยบัตรเครดิต บางกรณีผู้ถือบัตรสามารถติดต่อผู้ออกบัตรเพื่อสอบถามการปฏิเสธรายการหรือโต้แย้งรายการที่ไม่ได้รับสินค้า เงื่อนไขขึ้นกับผู้ออกบัตรและระยะเวลา จึงควรติดต่อโดยเร็วที่สุด ถ้ามีปัญหากับธนาคารหรือผู้ออกบัตรเอง สามารถปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย 1213

ตารางตัดสินใจก่อนจ่ายเงิน

ใช้เป็นด่านสุดท้ายก่อนกดโอน ถ้าตอบ "ใช่" ข้อใดข้อหนึ่งในกลุ่มแดง ให้หยุดก่อน

นอกจากนี้ ถ้ามีเบอร์โทรของคนขาย ลองเช็คเบอร์ว่ามีคนรายงานไว้หรือไม่ แต่ เบอร์ที่ไม่มีรายงานไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะเบอร์ใหม่ยังไม่มีใครรายงาน

ถ้าโดนโกงแล้ว ทำอะไรตามลำดับ

  1. เก็บหลักฐานทันทีก่อนอีกฝ่ายลบ: แคปหน้าโปรไฟล์ ลิงก์เพจหรือโพสต์ แชททั้งหมด สลิปโอนเงิน เลขบัญชีและชื่อบัญชีปลายทาง เบอร์โทร และเลขพัสดุที่ได้รับ
  2. ถ้าโอนเงินไปแล้ว: ติดต่อธนาคารต้นทางผ่านเบอร์ทางการ แล้วโทร 1441 ศูนย์ AOC ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงและช่วยประสานระงับและอายัดบัญชีปลายทาง ยิ่งแจ้งเร็วยิ่งมีโอกาส
  3. แจ้งความ: แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th หรือที่สถานีตำรวจ
  4. ถ้าซื้อผ่านแพลตฟอร์ม: ยื่นคำขอคืนเงินหรือรายงานร้านในระบบ ภายในระยะเวลาที่แพลตฟอร์มกำหนด
  5. ร้องเรียนปัญหาซื้อขายออนไลน์: ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212 OCC รับเรื่องและให้คำแนะนำ
  6. เตือนคนอื่น: รายงานเบอร์ที่ใช้ติดต่อ และระวังคนที่ทักมาอ้างว่า "ช่วยตามเงินคืนได้" เพราะมักเป็นมิจฉาชีพรอบสอง

ดูเช็กลิสต์แบบละเอียดได้ที่โดนหลอกโอนเงิน ต้องทำอะไรบ้าง และรวมสายด่วนที่สายด่วนแจ้งเหตุ 1441 1155 1212

ช่วยพ่อแม่และคนในบ้านซื้อของออนไลน์ให้ปลอดภัย

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย เงื่อนไขการคืนเงินของแต่ละแพลตฟอร์มและผู้ออกบัตรแตกต่างกันและเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการโดยตรง และปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือทนายความสำหรับกรณีของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อของผ่านแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ปลอดภัยกว่าซื้อผ่านโพสต์โซเชียลไหม

โดยทั่วไปปลอดภัยกว่าถ้าจ่ายผ่านระบบของแพลตฟอร์มเท่านั้น เพราะหลายแพลตฟอร์มพักเงินไว้จนผู้ซื้อยืนยันรับสินค้า และมีช่องทางขอคืนเงิน แต่ความคุ้มครองนี้หายไปทันทีถ้าตกลงไปโอนเงินกันนอกแพลตฟอร์ม

ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่น ป้องกันโดนโกงได้อย่างไร

ซื้อจากช่องทางขายบัตรทางการหรือระบบขายต่อที่ผู้จัดรับรองเป็นหลัก ถ้าจำเป็นต้องซื้อจากบุคคล ให้ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ การเร่งให้โอนทันที และการส่งแค่ภาพหน้าจอตั๋ว เพราะภาพตั๋วหนึ่งใบส่งขายซ้ำให้หลายคนได้

มัดจำที่พักผ่านเพจแล้วติดต่อไม่ได้ ควรทำอย่างไร

เก็บหลักฐานแชท สลิป และลิงก์เพจทันที แจ้งธนาคารที่ใช้โอนและสายด่วน 1441 แล้วแจ้งความออนไลน์ จากนั้นติดต่อที่พักผ่านช่องทางทางการเพื่อยืนยันว่าเพจนั้นไม่ใช่ของจริง

เก็บเงินปลายทางแล้วยังโดนโกงได้ไหม

ได้ เช่น ได้รับกล่องที่มีของไม่ตรงหรือของไร้ค่า หรือได้พัสดุที่ไม่ได้สั่ง ให้ตรวจชื่อผู้ส่งและรายการสั่งซื้อก่อนจ่าย ถ้าไม่ได้สั่งให้ปฏิเสธการรับ

ร้านโทรมาบอกว่าสินค้ามีปัญหาจะคืนเงินให้ ควรเชื่อไหม

ระวังมาก รูปแบบที่มีการเตือนคือมิจฉาชีพอ้างเป็นร้านที่เราเคยซื้อ แล้วส่ง QR ให้สแกนอ้างว่ารับเงินคืน แต่จริงๆ เป็นการโอนเงินออก การรับเงินไม่ต้องสแกน QR ให้ติดต่อร้านผ่านแชทในแพลตฟอร์มเองแทน

อ่านต่อ: QR code ปลอม · เช็คบัญชีก่อนโอนเงิน · SMS พัสดุปลอม · หลอกให้รักออนไลน์ · โดนหลอกโอนเงิน ต้องทำอะไร