มือถือถูกแฮกหรือติดแอปอันตราย สังเกตอย่างไร: วิธีตรวจและแก้ไขทั้ง Android และ iPhone

คำตอบสั้น: สัญญาณที่น่าห่วงจริงคือ มีแอปที่คุณไม่ได้ติดตั้งเอง มีแอปที่ขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษหรือแสดงทับแอปอื่นโดยไม่มีเหตุผล หน้าจอขยับหรือกดเองได้ แอปธนาคารแจ้งว่าพบแอปเสี่ยง หรือบัญชีมีการล็อกอินที่คุณไม่ได้ทำ ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง ให้ตัดอินเทอร์เน็ตก่อน ใช้เครื่องอื่นติดต่อธนาคาร แล้วตรวจแอปและสิทธิ์ตามขั้นตอนในบทความนี้ ส่วนอาการอย่างแบตหมดเร็วหรือเครื่องร้อนอย่างเดียว มักไม่ได้แปลว่าถูกแฮก
มือถือ "ถูกแฮก" หมายถึงอะไรได้บ้าง
คำว่ามือถือถูกแฮกถูกใช้กับหลายสถานการณ์ที่ต่างกันมาก การแยกให้ออกช่วยให้รู้ว่าต้องแก้ตรงไหน
- ติดแอปอันตรายในเครื่อง เช่น แอปปลอมที่หลอกให้ติดตั้งจากลิงก์ แล้วขอสิทธิ์อ่านหน้าจอและกดแทนเรา ซึ่งใช้โอนเงินจากแอปธนาคารได้ พบมากใน Android
- บัญชีถูกยึด แต่เครื่องปกติ เช่น บัญชี LINE Facebook Google หรือ Apple ID ถูกคนอื่นล็อกอิน เพราะรหัสหลุดหรือถูกหลอกขอรหัสยืนยัน ตัวเครื่องไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ข้อมูลในบัญชีถูกเข้าถึง
- เบอร์โทรถูกยึด เช่น ซิมถูกเปลี่ยนไปอยู่กับคนอื่น ทำให้ OTP ไปที่อื่น (อ่านเรื่องซิมสวอป)
- ถูกหลอกให้แชร์หน้าจอหรือติดตั้งแอปควบคุมระยะไกล โดยเราเป็นคนกดอนุญาตเอง ระหว่างคุยโทรศัพท์กับคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่
สามกรณีหลังแก้ด้วยการเปลี่ยนรหัสและติดต่อผู้ให้บริการ ส่วนกรณีแรกต้องตรวจและลบแอปออกจากเครื่อง ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของบทความนี้
สัญญาณเตือน: อาการไหนน่าห่วง อาการไหนไม่ต้องตกใจ
สัญญาณที่ควรตรวจทันที:
- มีแอปที่คุณจำไม่ได้ว่าติดตั้ง โดยเฉพาะแอปที่ชื่อหรือไอคอนคล้ายหน่วยงานรัฐ บริษัทขนส่ง หรือแอปที่ไม่มีชื่อชัดเจน
- หน้าจอขยับ เลื่อน หรือกดเองโดยที่คุณไม่ได้แตะ หรือหน้าจอดำ ขึ้นข้อความ "กำลังอัปเดตระบบ" ค้างนานผิดปกติ
- แอปธนาคารแจ้งว่าพบแอปที่มีความเสี่ยงในเครื่อง หรือเปิดไม่ได้ทั้งที่เมื่อวานยังใช้ได้
- มีแอปที่ได้รับสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility) หรือสิทธิ์ผู้ดูแลอุปกรณ์ ทั้งที่ไม่ใช่แอปที่คุณตั้งใจให้
- ได้รับรหัส OTP หรือการแจ้งเตือนล็อกอินที่คุณไม่ได้ขอ
- เพื่อนบอกว่าได้ข้อความแปลกจากบัญชีของคุณ
- ปุ่มถอนการติดตั้งของแอปบางตัวกดไม่ได้ หรือแอปหายจากหน้าจอแต่ยังอยู่ในรายการแอป
อาการที่มักมีสาเหตุอื่น (ดูร่วมกับข้อด้านบน):
- แบตหมดเร็ว เครื่องร้อน มักเกิดจากแบตเสื่อม แอปวิดีโอหรือเกม หรือสัญญาณอ่อน
- เครื่องช้าลง มักเกิดจากพื้นที่เต็มหรือเครื่องเก่า
- มีโฆษณาเด้งในเบราว์เซอร์ อาจเป็นการแจ้งเตือนจากเว็บที่เคยกดอนุญาตไว้ ซึ่งปิดได้ในตั้งค่าเบราว์เซอร์
- มีสายแปลกโทรเข้าบ่อย ไม่ได้แปลว่ามือถือถูกแฮก แต่เบอร์ของคุณอยู่ในรายชื่อที่ถูกสุ่มโทร (ดูสายโทรมาไม่พูด)
แอปอันตรายเข้ามาในเครื่องได้อย่างไร (ตัวอย่างที่เรียบเรียงใหม่)
แอปอันตรายแทบไม่เคยเข้ามาเองโดยที่เราไม่ได้กดอะไรเลย ส่วนใหญ่มาพร้อมเรื่องเล่าที่ทำให้เรายอมกดอนุญาตเอง ตัวอย่างลักษณะที่พบบ่อย
- สายอ้างเป็นหน่วยงาน บอกว่าต้องอัปเดตข้อมูลหรือรับเงินคืน แล้วส่งลิงก์ทาง LINE ให้ดาวน์โหลด "แอปของหน่วยงาน" เมื่อเปิดแอป จะมีหน้าจอขอให้เปิดสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ "เพื่อให้ระบบทำงาน"
- ข้อความแจ้งพัสดุหรือค่าปรับ พาไปหน้าเว็บที่บอกว่าต้องติดตั้งแอปเพื่อติดตามพัสดุหรือชำระเงิน
- แอปดูหนัง เกม หรือแอปแต่งรูปฟรีนอก Store ที่แชร์กันในกลุ่มแชท ซึ่งอาจแฝงโค้ดที่ขอสิทธิ์มากเกินจำเป็น
- คนที่อ้างเป็นช่างหรือฝ่ายบริการลูกค้า ขอให้ติดตั้งแอปควบคุมระยะไกลเพื่อ "ช่วยแก้ปัญหา" แล้วขอให้เปิดแอปธนาคารระหว่างที่เขาเห็นหน้าจอ
จุดร่วมคือ ทุกเรื่องจะพาไปที่การติดตั้งแอปนอก Store หรือการกดอนุญาตสิทธิ์พิเศษ ถ้าจำจุดนี้ได้ คุณจะหยุดได้ทันเกือบทุกครั้ง ไม่ว่าเรื่องเล่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร
ถ้ามีแอปธนาคารในเครื่อง: ทำสามข้อนี้ก่อนตรวจอย่างอื่น
- เปิดโหมดเครื่องบิน หรือปิดทั้ง Wi-Fi และข้อมูลมือถือ เพื่อตัดการเชื่อมต่อที่แอปอันตรายใช้ส่งข้อมูลหรือรับคำสั่ง
- ใช้เครื่องอื่นโทรหาธนาคาร ผ่านเบอร์หลังบัตรหรือเบอร์บนเว็บไซต์ทางการ ขอระงับโมบายแบงกิ้งและบัญชีชั่วคราวระหว่างตรวจเครื่อง
- ตรวจยอดเงินจากช่องทางอื่น เช่น ถามธนาคารทางโทรศัพท์ ถ้ามีเงินออกโดยไม่ได้ทำ ให้แจ้งสายด่วน 1441 และทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน
ถ้าคุณเพิ่งติดตั้งแอปตามคำบอกของคนที่โทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ให้ถือว่าเครื่องถูกควบคุมจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ วางสายทันทีและทำตามสามข้อข้างบน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความแอปดูดเงิน
วิธีตรวจมือถือ Android ทีละขั้น
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามยี่ห้อและเวอร์ชัน ถ้าหาไม่เจอให้ใช้ช่องค้นหาในหน้าตั้งค่า
- ดูรายการแอปทั้งหมด ไปที่ ตั้งค่า แล้วเลือก แอป เรียงตามวันที่ติดตั้งถ้าทำได้ หาแอปที่ไม่รู้จักหรือเพิ่งติดตั้งช่วงที่มีเหตุการณ์แปลก
- ตรวจสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ ในหมวด การช่วยเหลือพิเศษ ดูส่วนแอปที่ติดตั้ง ปกติควรมีแค่แอปที่คุณตั้งใจใช้ เช่น แอปอ่านหน้าจอสำหรับผู้มีปัญหาด้านการมองเห็น ถ้ามีแอปอื่นให้ปิดสิทธิ์
- ตรวจแอปผู้ดูแลอุปกรณ์ ในหมวดความปลอดภัย มองหาเมนู แอปผู้ดูแลอุปกรณ์ แอปที่มีสิทธิ์นี้อาจกันไม่ให้ถอนการติดตั้ง ให้ปิดสิทธิ์ก่อนแล้วจึงถอนแอป
- ตรวจสิทธิ์ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก ปิดสิทธิ์นี้ให้เบราว์เซอร์ แอปแชท และตัวจัดการไฟล์ทุกตัว
- ตรวจสิทธิ์แสดงทับแอปอื่น แอปที่วาดหน้าจอทับแอปอื่นได้อาจแสดงหน้าปลอมทับแอปธนาคาร ปิดสิทธิ์ให้แอปที่ไม่จำเป็น
- สแกนด้วย Google Play Protect เปิดแอป Play Store แตะรูปโปรไฟล์ เลือก Play Protect แล้วสแกน และเปิดการสแกนอัตโนมัติไว้
- ถอนการติดตั้งแอปที่น่าสงสัย ถ้าถอนไม่ได้ ลองเข้าเซฟโหมดของเครื่อง (วิธีเข้าต่างกันตามยี่ห้อ) ซึ่งจะปิดแอปที่ติดตั้งเพิ่มชั่วคราว แล้วถอนการติดตั้งจากตรงนั้น
- ตรวจบัญชี Google จากเครื่องอื่น ดูอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่ ออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จัก และเปลี่ยนรหัสผ่าน
วิธีตรวจ iPhone ทีละขั้น
- ดูโปรไฟล์และการจัดการอุปกรณ์ ไปที่ ตั้งค่า แล้วเลือก ทั่วไป และ VPN และการจัดการอุปกรณ์ ถ้ามีโปรไฟล์ที่คุณไม่ได้ติดตั้ง และเครื่องไม่ใช่เครื่องของบริษัท ให้ลบออก
- ดูอุปกรณ์ที่ใช้ Apple ID เดียวกัน แตะชื่อของคุณด้านบนสุดในตั้งค่า เลื่อนลงดูรายการอุปกรณ์ ถ้ามีเครื่องที่ไม่รู้จัก ให้ลบออกและเปลี่ยนรหัส Apple ID
- ใช้การตรวจสอบความปลอดภัย (Safety Check) ในหมวดความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของ iOS รุ่นใหม่ ช่วยดูว่าแชร์ตำแหน่งหรือข้อมูลกับใครอยู่ และหยุดการแชร์ได้ในที่เดียว
- ตรวจแอปที่ไม่รู้จัก ในคลังแอป และลบแอปที่ไม่ได้ติดตั้งเอง
- อัปเดต iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่เครื่องรองรับ เพราะการอัปเดตปิดช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี
- ตรวจการแชร์หน้าจอ ถ้าเห็นแถบสีหรือไอคอนบันทึกหน้าจอที่มุมจอโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้หยุดการแชร์ทันที
- สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ iPhone มีโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) ที่จำกัดฟีเจอร์บางอย่างเพื่อลดช่องทางโจมตี คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องเปิด
ตารางตัดสินใจ: ต้องรีเซ็ตเครื่องไหม
- เจอแอปน่าสงสัยและถอนการติดตั้งได้ ไม่มีเงินออกจากบัญชี: ถอนแอป สแกนด้วย Play Protect เปลี่ยนรหัสบัญชีสำคัญ แล้วเฝ้าดูอาการต่อสองสามวัน มักไม่ต้องรีเซ็ต
- ถอนแอปไม่ได้ หรือหน้าจอยังกดเอง: สำรองเฉพาะรูปและรายชื่อติดต่อ แล้วรีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน ติดตั้งแอปใหม่จาก Store ทีละตัว ไม่กู้ข้อมูลสำรองของแอปทั้งหมดกลับมา
- มีเงินออกจากบัญชีแล้ว: ติดต่อธนาคารและแจ้งความก่อน เก็บหลักฐานในเครื่องไว้ เช่น ชื่อแอปและข้อความ ก่อนจะรีเซ็ต เพราะอาจต้องใช้ประกอบการแจ้ง
- เครื่องปกติ แต่บัญชีถูกยึด: ไม่ต้องรีเซ็ต ให้เปลี่ยนรหัสบัญชีนั้นจากเครื่องที่ปลอดภัย ออกจากระบบทุกอุปกรณ์ และเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น
ข้อมูลในบทความเป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ใช้ เมนูในเครื่องแต่ละรุ่นอาจต่างกัน ถ้าไม่มั่นใจ ให้นำเครื่องไปที่ศูนย์บริการของผู้ผลิตหรือร้านที่ได้รับอนุญาต อย่าให้คนที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์หรือแชท "ช่วยตรวจเครื่องให้" ผ่านแอปควบคุมระยะไกล
ป้องกันไม่ให้เกิดอีก: ตั้งค่าครั้งเดียว
- ติดตั้งแอปจาก Google Play หรือ App Store เท่านั้น ไม่ติดตั้งไฟล์ .apk ที่ส่งมาทางแชทหรือ SMS
- ปิดสิทธิ์ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จักใน Android และไม่ติดตั้งโปรไฟล์บน iPhone ตามคำขอของคนแปลกหน้า
- เปิดอัปเดตอัตโนมัติทั้งระบบและแอป
- ตั้งรหัสล็อกหน้าจอที่เดายาก และเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นให้บัญชี Google หรือ Apple ID
- ไม่แชร์หน้าจอหรือเปิดแอปธนาคารระหว่างวิดีโอคอลกับคนที่ไม่รู้จัก
- ลบแอปที่ไม่ได้ใช้ทุกสองสามเดือน แอปที่ไม่ได้ใช้และไม่ได้อัปเดตเป็นช่องโหว่ที่ไม่จำเป็น
- ตั้งค่าปิดเสียงหรือคัดกรองสายที่ไม่รู้จัก (ดูวิธีตั้งค่าทั้ง Android และ iPhone) เพราะการหลอกติดตั้งแอปส่วนใหญ่เริ่มจากโทรศัพท์
ช่วยตรวจมือถือพ่อแม่: ทำตอนไปเยี่ยมบ้าน
มือถือของผู้สูงอายุมักมีแอปที่ลูกหลานไม่รู้ว่าติดตั้งไว้ ลองใช้เวลาสิบนาทีตอนไปเยี่ยม
- เปิดรายการแอป ถามท่านว่าแต่ละแอปที่ไม่คุ้นใช้ทำอะไร ใครให้ติดตั้ง
- เปิดหมวดการช่วยเหลือพิเศษ ดูว่ามีแอปอะไรได้สิทธิ์บ้าง
- ปิดสิทธิ์ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จักของ LINE และเบราว์เซอร์
- ตรวจว่าแอปธนาคารเป็นเวอร์ชันล่าสุด
- ติดตั้งแอป SpamInThaiให้ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน
- บอกท่านด้วยประโยคเดียวที่จำง่าย: "ถ้ามีใครโทรมาให้ติดตั้งแอป ให้วางสายแล้วโทรหาลูกก่อน"
ถ้ามีสายที่น่าสงสัยโทรมาหาคุณหรือคนในบ้าน เช็คเบอร์และรายงานเบอร์เพื่อช่วยเตือนคนอื่น
คำถามที่พบบ่อย
แบตหมดเร็ว เครื่องร้อน แปลว่าถูกแฮกไหม
ไม่จำเป็น อาการนี้มักเกิดจากแบตเสื่อม แอปบางตัวทำงานหนัก หรือสัญญาณอ่อน ให้ดูร่วมกับสัญญาณอื่น เช่น มีแอปที่ไม่รู้จัก หรือแอปที่ขอสิทธิ์ควบคุมหน้าจอ ถ้ามีหลายอย่างพร้อมกันจึงควรตรวจละเอียด
iPhone ติดแอปอันตรายได้ไหม
ติดตั้งแอปนอก App Store ได้ยากกว่า Android แต่ยังถูกหลอกให้ติดตั้งโปรไฟล์ แชร์หน้าจอ หรือให้รหัส Apple ID ได้ ซึ่งทำให้คนอื่นเข้าถึงข้อมูลหรือบัญชีของคุณ
รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงานช่วยได้ไหม
ช่วยลบแอปที่ติดตั้งไว้ได้ แต่ไม่ช่วยถ้าคนอื่นได้รหัสบัญชี Google หรือ Apple ID ไปแล้ว ต้องเปลี่ยนรหัสบัญชีจากเครื่องที่ปลอดภัยด้วย และอย่ากู้ข้อมูลสำรองที่มีแอปอันตรายกลับมา
ถ้าสงสัยว่ามือถือถูกควบคุม ควรทำอะไรอย่างแรก
ตัดอินเทอร์เน็ตด้วยโหมดเครื่องบิน แล้วใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นโทรหาธนาคารเพื่อระงับบัญชี จากนั้นจึงค่อยตรวจและลบแอปที่น่าสงสัย
แอปป้องกันไวรัสจำเป็นไหม
สำหรับคนทั่วไป การติดตั้งแอปจาก Store เท่านั้น เปิด Google Play Protect บน Android และอัปเดตระบบสม่ำเสมอช่วยได้มากที่สุด ถ้าจะใช้แอปป้องกันเพิ่ม ให้เลือกจาก Store ทางการ และระวังแอปที่อ้างว่าสแกนไวรัสแต่ขอสิทธิ์มากเกินไป
อ่านต่อ: แอปดูดเงิน ติดตั้งแล้วต้องทำอะไร · ซิมสวอปและ OTP · บัญชี LINE/Facebook ถูกแฮก · คู่มือสอนพ่อแม่รับมือมิจฉาชีพ