ตั้งค่าแอปธนาคารให้ปลอดภัย: วงเงินโอนต่อวัน การแจ้งเตือน สแกนหน้า และสิ่งที่ห้ามทำบนมือถือที่ใช้แอปธนาคาร

คำตอบสั้น: การตั้งค่าแอปธนาคารให้ปลอดภัยมีห้าเรื่องหลัก คือ ลดวงเงินโอนต่อวันให้ใกล้กับที่ใช้จริง เปิดการแจ้งเตือนทุกรายการ ใช้การสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือแทนการพิมพ์รหัสในที่สาธารณะ อัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการให้ใหม่เสมอ และไม่ติดตั้งแอปจากลิงก์หรือไฟล์นอก Google Play หรือ App Store บทความนี้สรุปว่าแต่ละข้อทำเพื่ออะไร ตั้งค่าตรงไหน และควรทำอะไรถ้าวันหนึ่งเห็นรายการที่คุณไม่ได้ทำ
ทำไมการตั้งค่าแอปธนาคารถึงสำคัญกว่าที่คิด
คนส่วนใหญ่ติดตั้งแอปธนาคารครั้งเดียวแล้วไม่เคยเปิดเมนูตั้งค่าอีกเลย วงเงินโอนต่อวันยังเป็นค่าที่ตั้งไว้ตอนเปิดบัญชี การแจ้งเตือนบางประเภทยังปิดอยู่ และมือถือเครื่องเดียวกันก็มีแอปอื่นอีกหลายสิบแอปที่ไม่เคยตรวจสอบ เมื่อมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอปควบคุมเครื่อง หรือหลอกให้เราโอนเงินเอง ความเสียหายสูงสุดในวันนั้นจึงขึ้นกับค่าที่เราไม่เคยดู
การตั้งค่าที่ดีไม่ได้ทำให้คุณ "ไม่มีวันโดนหลอก" แต่ช่วยสามเรื่อง คือ จำกัดยอดเสียหาย (วงเงินต่ำ) รู้ตัวเร็ว (แจ้งเตือนทุกรายการ) และ ปิดทางที่มิจฉาชีพใช้บ่อย (ไม่มีแอปเถื่อนบนเครื่อง ระบบอัปเดตล่าสุด) สามข้อนี้รวมกันมักเป็นตัวแบ่งระหว่างการเสียเงินเล็กน้อยกับการเสียเงินเก็บทั้งหมด
มาตรการที่ธนาคารในไทยทำอยู่แล้ว (ตามแนวทาง ธปท.)
ตั้งแต่ปี 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ธนาคารทุกแห่งยกระดับความปลอดภัยของโมบายแบงกิ้ง และเมื่อพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับแก้ไขมีผลในเดือนเมษายน 2568 ผู้ให้บริการทางการเงินที่ละเลยมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับกำหนดจนลูกค้าเสียหายต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายด้วย มาตรการหลักที่ผู้ใช้จะเห็นได้เองมีดังนี้
- งดส่งลิงก์ทาง SMS และอีเมล ธนาคารจะไม่ส่งลิงก์ให้กดเพื่อกรอกข้อมูลหรือเข้าสู่ระบบ ถ้าเจอข้อความแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อน (อ่านเพิ่มเรื่องSMS ปลอมจากธนาคาร)
- หนึ่งบัญชีผู้ใช้ หนึ่งอุปกรณ์ แอปโมบายแบงกิ้งของบัญชีผู้ใช้หนึ่งจะใช้ได้บนมือถือเครื่องเดียว การย้ายเครื่องต้องยืนยันตัวตนใหม่
- สแกนใบหน้าเมื่อทำรายการเสี่ยง เช่น โอนครั้งละ 50,000 บาทขึ้นไป โอนสะสมในวันเดียวถึง 200,000 บาท หรือปรับเพิ่มวงเงินโอนต่อวันตามเกณฑ์ที่กำหนด
- แจ้งเตือนเมื่อมีเงินออก ธนาคารต้องมีการแจ้งเตือนรายการโอนออกให้ลูกค้าโดยไม่คิดค่าบริการ
- ตรวจเครื่องก่อนให้ใช้งาน แอปธนาคารจะตรวจความเสี่ยงของเครื่องทุกครั้งที่เข้าใช้ และไม่ทำงานถ้าเจอแอปควบคุมระยะไกล แอปที่แสดงหน้าจอซ้อนทับ หรือพฤติกรรมผิดปกติ
- สายด่วนแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง ธนาคารทุกแห่งต้องมีช่องทางแจ้งเหตุทุจริตเร่งด่วนที่ใช้ได้ทั้งในและนอกเวลาทำการ
มาตรการเหล่านี้ทำงานฝั่งธนาคาร แต่ยังมีอีกครึ่งหนึ่งที่ต้องทำเองบนมือถือของคุณ ซึ่งเป็นเนื้อหาของหัวข้อถัดไป
ข้อมูลมาตรการข้างต้นสรุปจากเอกสารเผยแพร่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่เขียน รายละเอียดเกณฑ์ เช่น วงเงินที่ต้องสแกนหน้า อาจปรับเปลี่ยนหรือแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร ให้ตรวจสอบกับธนาคารของคุณโดยตรง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล
เช็กลิสต์ตั้งค่าในแอปธนาคาร 7 ข้อ (ทำได้ใน 15 นาที)
ชื่อเมนูในแต่ละแอปไม่เหมือนกัน แต่มักอยู่ในหมวด "ตั้งค่า" "ความปลอดภัย" "บัญชีของฉัน" หรือ "บริการ" ถ้าหาไม่เจอให้พิมพ์คำว่า วงเงิน หรือ แจ้งเตือน ในช่องค้นหาของแอป หรือโทรถามธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตร
- ลดวงเงินโอนต่อวัน ดูยอดที่คุณโอนจริงในเดือนที่ผ่านมา วันที่ใช้มากที่สุดเท่าไร แล้วตั้งวงเงินให้สูงกว่านั้นเล็กน้อย ถ้าวันไหนต้องจ่ายค่าเทอมหรือค่ามัดจำ ให้ปรับขึ้นชั่วคราว (ซึ่งอาจต้องสแกนหน้า) แล้วลดกลับหลังโอนเสร็จ
- ตั้งวงเงินแยกตามประเภท บางแอปแยกวงเงินโอนพร้อมเพย์ โอนต่างธนาคาร จ่ายบิล และสแกนจ่าย ถ้ามีให้เลือก ให้ตั้งแต่ละช่องตามการใช้จริง ไม่จำเป็นต้องเท่ากันหมด
- เปิดการแจ้งเตือนทุกรายการ ทั้งเงินเข้าและเงินออก และอนุญาตการแจ้งเตือนของแอปในตั้งค่ามือถือด้วย ถ้าปิดการแจ้งเตือนของแอปในระดับระบบ ข้อความจากธนาคารจะไม่ขึ้นแม้ในแอปจะเปิดไว้
- ใช้ไบโอเมทริกซ์ เปิดการเข้าแอปด้วยใบหน้าหรือลายนิ้วมือ เพื่อลดโอกาสที่คนข้างๆ จะเห็นรหัส PIN ตอนคุณพิมพ์ในร้านค้าหรือบนรถสาธารณะ และอย่าบันทึกใบหน้าหรือลายนิ้วมือของคนอื่นไว้ในเครื่อง
- เปลี่ยน PIN ที่เดาง่าย หลีกเลี่ยงวันเกิด เลขเรียง เลขซ้ำ หรือ PIN เดียวกับรหัสปลดล็อกหน้าจอ
- ปิดบริการที่ไม่ได้ใช้ เช่น การผูกบัญชีกับร้านค้าออนไลน์ที่เลิกใช้แล้ว หรือบัตรเดบิตที่ไม่ได้ใช้ซื้อของออนไลน์ บางธนาคารให้ปิดการใช้บัตรออนไลน์หรือในต่างประเทศได้จากแอป
- จดเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของธนาคาร จากหลังบัตรหรือเว็บไซต์ทางการ เก็บไว้ในที่ที่ไม่ใช่มือถือเครื่องเดียวกัน เช่น กระดาษในกระเป๋าสตางค์ เพราะถ้ามือถือถูกควบคุม คุณอาจโทรออกจากเครื่องนั้นไม่ได้
ตั้งค่ามือถือที่ใช้แอปธนาคาร (สำคัญพอๆ กับตัวแอป)
แอปธนาคารจะปลอดภัยได้แค่ไหนขึ้นกับมือถือที่มันทำงานอยู่ ถ้ามือถือมีแอปที่ควบคุมหน้าจอได้ แอปธนาคารก็ถูกกดแทนเราได้ ข้อควรทำมีดังนี้
- อัปเดตระบบและแอปธนาคารเสมอ เปิดอัปเดตอัตโนมัติใน Google Play หรือ App Store แอปธนาคารเวอร์ชันใหม่มักเพิ่มการตรวจความเสี่ยงของเครื่อง ถ้ามือถือเก่ามากจนไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยแล้ว ควรพิจารณาไม่ใช้เครื่องนั้นกับแอปธนาคาร
- ติดตั้งแอปจาก Store เท่านั้น ใน Android ให้ปิดสิทธิ์ "ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก" ของเบราว์เซอร์ LINE และแอปแชททุกตัว ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .apk ที่ส่งมาทางแชทคือช่องทางหลักของแอปดูดเงิน (ดูรายละเอียดในบทความแอปดูดเงิน)
- ตรวจสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility) ใน Android สิทธิ์นี้ทำให้แอปอ่านหน้าจอและกดปุ่มแทนเราได้ แอปที่ควรมีสิทธิ์นี้มีไม่กี่ตัว ถ้าเจอแอปที่ไม่รู้จักให้ปิดสิทธิ์แล้วถอนการติดตั้ง
- เปิด Google Play Protect ใน Android และอย่าปิดเมื่อมีใครขอให้ปิด ถ้าใครบอกให้ปิดการป้องกันเพื่อ "ติดตั้งแอปของหน่วยงาน" นั่นคือสัญญาณอันตรายชัดเจน
- ไม่ root หรือ jailbreak เครื่อง แอปธนาคารส่วนใหญ่จะไม่ทำงานบนเครื่องแบบนี้อยู่แล้ว และเครื่องจะเสี่ยงต่อแอปอันตรายมากขึ้น
- ตั้งรหัสล็อกหน้าจอ ที่ไม่ใช่รหัสเดียวกับแอปธนาคาร และตั้งให้หน้าจอล็อกเองเมื่อไม่ได้ใช้
- ระวังแอปบันทึกหน้าจอและแชร์หน้าจอ อย่าเปิดแอปธนาคารขณะแชร์หน้าจอในวิดีโอคอล ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็นใคร
ตารางตัดสินใจ: แอปธนาคารขึ้นข้อความแบบนี้ ควรทำอะไร
- "พบแอปที่มีความเสี่ยง" หรือแอปปิดตัวเอง ให้ไล่ดูแอปที่เพิ่งติดตั้งและแอปที่มีสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ ถอนแอปที่ไม่รู้ที่มา แล้วเปิดแอปธนาคารอีกครั้ง อย่าพยายามหาวิธีเลี่ยงการตรวจ
- "บัญชีนี้ถูกใช้งานบนอุปกรณ์อื่น" ทั้งที่คุณไม่ได้ย้ายเครื่อง ให้โทรเบอร์หลังบัตรทันทีและขอระงับการใช้งานโมบายแบงกิ้งชั่วคราว อาจมีคนได้ข้อมูลยืนยันตัวตนของคุณไป
- ได้แจ้งเตือนเงินออกที่ไม่ได้ทำ โทรธนาคารเพื่อระงับบัญชีและแจ้งรายการ แล้วแจ้งสายด่วน 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ เก็บหลักฐานหน้าจอไว้ทั้งหมด
- ได้ OTP หรือรหัสยืนยันที่ไม่ได้ขอ แปลว่ามีคนพยายามทำรายการด้วยข้อมูลของคุณ ห้ามบอกรหัสนั้นกับใคร และเปลี่ยนรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง (อ่านเรื่อง OTP และซิมสวอป)
- มีสายโทรมาบอกว่า "บัญชีคุณผิดปกติ ต้องย้ายเงิน" วางสาย ธนาคารไม่ให้ย้ายเงินไปบัญชีอื่นเพื่อความปลอดภัย ให้โทรกลับเบอร์ทางการที่คุณหาเอง และเช็คเบอร์ที่โทรมา
ตัวอย่างสถานการณ์: วงเงินต่ำช่วยได้อย่างไร
สมมติคุณรับสายจากคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ แล้วถูกกดดันจนยอมโอนเงิน "เพื่อตรวจสอบ" ถ้าวงเงินโอนต่อวันของคุณยังเป็นค่าเริ่มต้นที่สูงมาก มิจฉาชีพจะพยายามให้คุณโอนรวดเดียวให้มากที่สุดก่อนที่คุณจะได้คุยกับใคร แต่ถ้าวงเงินต่ำ คุณจะต้องปรับวงเงินก่อน ซึ่งแอปจะให้สแกนใบหน้าหรือรอขั้นตอนเพิ่ม จังหวะที่ต้องหยุดนี้มักเป็นเวลาที่คนเริ่มรู้ตัว หรือมีคนในบ้านเห็นและถามว่ากำลังทำอะไร
อีกกรณีคือแอปดูดเงินที่ควบคุมเครื่องได้ ถ้าเครื่องผ่านการตรวจของแอปธนาคารไปได้ด้วยวิธีใดก็ตาม วงเงินต่ำจะจำกัดยอดที่ถูกโอนออกต่อวัน และการแจ้งเตือนเงินออกจะทำให้คุณเห็นทันทีแทนที่จะรู้ตอนเช็คยอดในอีกหลายวันต่อมา
ข้อควรรู้คือ วงเงินต่ำไม่ช่วยถ้ามิจฉาชีพหลอกให้คุณปรับวงเงินเอง ดังนั้นให้ตั้งกฎกับตัวเองว่า ถ้ามีใครบอกให้ปรับวงเงินหรือสแกนหน้าเพื่อ "ยืนยันตัวตน" ระหว่างคุยโทรศัพท์ ให้วางสายก่อนทุกครั้ง การสแกนหน้าคือการยืนยันว่าคุณเองเป็นคนสั่งโอน ไม่ใช่ขั้นตอนตรวจสอบของหน่วยงานใด
ตั้งค่าให้พ่อแม่หรือผู้สูงอายุ: ทำครั้งเดียวช่วยได้นาน
ผู้สูงอายุมักใช้แอปธนาคารเพียงไม่กี่อย่าง เช่น ดูยอด รับเงินโอน และจ่ายบิล ถ้าคุณช่วยตั้งค่าให้ ลองทำตามนี้
- นั่งดูด้วยกันว่าเดือนหนึ่งท่านโอนเงินออกไปเท่าไรจริงๆ แล้วตั้งวงเงินโอนต่อวันให้ต่ำตามนั้น บอกท่านว่าถ้าต้องโอนก้อนใหญ่ให้โทรหาลูกก่อน
- แยกบัญชี "ใช้จ่ายประจำ" กับบัญชี "เงินเก็บ" บัญชีเงินเก็บไม่ต้องผูกกับแอปบนมือถือ หรือถ้าผูกก็ตั้งวงเงินโอนให้ต่ำมาก
- เปิดแจ้งเตือนเงินออก และสอนให้ท่านโทรหาคุณทันทีที่เห็นรายการที่ไม่ได้ทำ
- ปิดสิทธิ์ติดตั้งแอปนอก Store ในมือถือ Android ของท่าน และลบแอปที่ไม่รู้จักออก
- เขียนเบอร์หลังบัตรธนาคารและสายด่วน 1441 ไว้บนกระดาษติดตู้เย็น
- ติดตั้งแอปที่ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน เช่น แอป SpamInThai และตั้งปิดเสียงสายที่ไม่รู้จัก
ประโยคที่ใช้คุยกับพ่อแม่ได้เลย: "ธนาคารจะไม่โทรมาให้แม่ย้ายเงิน ไม่ส่งลิงก์มาให้กด และไม่ให้สแกนหน้าเพื่อตรวจสอบใคร ถ้ามีใครขอแบบนี้ ให้วางสายแล้วโทรหาหนูก่อน หนูไม่โกรธเลยถ้าแม่โทรมาถามบ่อยๆ" ดูวิธีคุยแบบละเอียดได้ในคู่มือสอนพ่อแม่รับมือมิจฉาชีพ
ถ้าพบรายการที่ไม่ได้ทำ: ลำดับการรับมือ
- โทรธนาคารทันที ผ่านเบอร์หลังบัตรหรือเบอร์บนเว็บไซต์ทางการ ขอระงับบัญชี ระงับบัตร และระงับโมบายแบงกิ้งชั่วคราว จดชื่อเจ้าหน้าที่ เวลา และเลขอ้างอิงการแจ้ง
- ตัดอินเทอร์เน็ตมือถือ ถ้าสงสัยว่าเครื่องติดแอปควบคุม ให้เปิดโหมดเครื่องบินหรือปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือ แล้วใช้เครื่องอื่นติดต่อธนาคาร
- แจ้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้มีการระงับบัญชีปลายทาง ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสอายัดเงินได้
- เก็บหลักฐาน สลิป ภาพหน้าจอแจ้งเตือน ข้อความ เบอร์ที่โทรมา และชื่อแอปที่สงสัย
- ทำตามเช็กลิสต์ฉบับเต็ม ในบทความโดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร
- ถ้าติดต่อธนาคารแล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของ ธปท. ที่ 1213
ขั้นตอนข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป การพิจารณาความรับผิดชอบและการคืนเงินขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีและหลักเกณฑ์ของธนาคารและหน่วยงานกำกับ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากเสียหายจำนวนมากควรปรึกษาทนายความหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ความเชื่อผิดที่พบบ่อยเรื่องความปลอดภัยแอปธนาคาร
- "มี OTP แล้วปลอดภัย" OTP ช่วยได้เฉพาะเมื่อคุณไม่บอกรหัสให้ใคร ถ้ามิจฉาชีพหลอกให้อ่านรหัสให้ฟัง OTP ก็ไม่ได้ป้องกันอะไร
- "iPhone ไม่ติดไวรัส" iPhone ติดตั้งแอปนอก App Store ได้ยากกว่า แต่ยังถูกหลอกให้ติดตั้งโปรไฟล์ แชร์หน้าจอ หรือกรอกข้อมูลในเว็บปลอมได้
- "เงินในบัญชีน้อย ไม่มีใครสนใจ" มิจฉาชีพบางกลุ่มต้องการบัญชีของคุณไปใช้รับเงินจากเหยื่อคนอื่น ซึ่งทำให้เจ้าของบัญชีมีปัญหาทางกฎหมายตามมา
- "ปิดแจ้งเตือนเพราะรำคาญ" การแจ้งเตือนเงินออกคือสัญญาณแรกที่บอกว่ามีปัญหา การปิดทิ้งเท่ากับยอมรู้ตัวช้าลง ถ้ารำคาญให้ปิดเฉพาะแจ้งเตือนโปรโมชัน
คำถามที่พบบ่อย
ควรตั้งวงเงินโอนต่อวันเท่าไร
ตั้งให้ใกล้กับยอดที่ใช้จริงในหนึ่งวันปกติ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และบิลประจำ ถ้าต้องโอนก้อนใหญ่เป็นครั้งคราว ให้ปรับเพิ่มชั่วคราวแล้วลดกลับ วงเงินต่ำไม่ได้กันการถูกหลอก แต่ช่วยจำกัดความเสียหายสูงสุดในวันเดียว
ทำไมโอนเงินแล้วแอปให้สแกนใบหน้า
เป็นมาตรการที่ธนาคารต้องทำตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น เมื่อโอนครั้งละ 50,000 บาทขึ้นไป หรือยอดโอนสะสมในวันเดียวถึง 200,000 บาท เพื่อยืนยันว่าเจ้าของบัญชีเป็นคนทำรายการเอง รายละเอียดแต่ละธนาคารอาจต่างกันเล็กน้อย
แอปธนาคารเปิดไม่ได้เพราะเจอแอปเสี่ยง ต้องทำอย่างไร
ให้ดูว่าเครื่องมีแอปควบคุมหน้าจอ แอปที่ขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ หรือแอปที่ติดตั้งนอก Store หรือไม่ ถ้ามีและไม่รู้ที่มา ให้ถอนการติดตั้งแล้วเปิดแอปธนาคารใหม่ ถ้ายังเปิดไม่ได้ให้ติดต่อธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตรหรือสาขา
ธนาคารส่ง SMS มีลิงก์ให้กด เป็นของจริงไหม
ธนาคารในไทยงดส่งลิงก์ทาง SMS และอีเมลตามมาตรการของ ธปท. แล้ว ถ้าเจอ SMS ที่อ้างเป็นธนาคารและมีลิงก์ ให้ถือว่าน่าสงสัยไว้ก่อน อย่ากด และเข้าแอปธนาคารเองเพื่อตรวจสอบ
ใช้แอปธนาคารบนมือถือหลายเครื่องได้ไหม
ตามมาตรการของ ธปท. โมบายแบงกิ้งหนึ่งบัญชีผู้ใช้จะใช้ได้บนอุปกรณ์เดียว ถ้าเปลี่ยนเครื่องต้องยืนยันตัวตนใหม่ ถ้าวันหนึ่งแอปเครื่องเดิมหลุดเองโดยที่คุณไม่ได้ย้ายเครื่อง ให้ติดต่อธนาคารทันที
อ่านต่อ: แอปดูดเงิน ติดตั้งแล้วต้องทำอะไร · SMS ปลอมจากธนาคาร · ซิมสวอปและ OTP · โดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร