หน้าแรก · บทความ

ตั้งค่าแอปธนาคารให้ปลอดภัย: วงเงินโอนต่อวัน การแจ้งเตือน สแกนหน้า และสิ่งที่ห้ามทำบนมือถือที่ใช้แอปธนาคาร

เผยแพร่ 3 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

ตั้งค่าแอปธนาคารให้ปลอดภัย: วงเงินโอนต่อวัน การแจ้งเตือน สแกนหน้า และสิ่งที่ห้ามทำบนมือถือที่ใช้แอปธนาคาร

คำตอบสั้น: การตั้งค่าแอปธนาคารให้ปลอดภัยมีห้าเรื่องหลัก คือ ลดวงเงินโอนต่อวันให้ใกล้กับที่ใช้จริง เปิดการแจ้งเตือนทุกรายการ ใช้การสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือแทนการพิมพ์รหัสในที่สาธารณะ อัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการให้ใหม่เสมอ และไม่ติดตั้งแอปจากลิงก์หรือไฟล์นอก Google Play หรือ App Store บทความนี้สรุปว่าแต่ละข้อทำเพื่ออะไร ตั้งค่าตรงไหน และควรทำอะไรถ้าวันหนึ่งเห็นรายการที่คุณไม่ได้ทำ

ทำไมการตั้งค่าแอปธนาคารถึงสำคัญกว่าที่คิด

คนส่วนใหญ่ติดตั้งแอปธนาคารครั้งเดียวแล้วไม่เคยเปิดเมนูตั้งค่าอีกเลย วงเงินโอนต่อวันยังเป็นค่าที่ตั้งไว้ตอนเปิดบัญชี การแจ้งเตือนบางประเภทยังปิดอยู่ และมือถือเครื่องเดียวกันก็มีแอปอื่นอีกหลายสิบแอปที่ไม่เคยตรวจสอบ เมื่อมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอปควบคุมเครื่อง หรือหลอกให้เราโอนเงินเอง ความเสียหายสูงสุดในวันนั้นจึงขึ้นกับค่าที่เราไม่เคยดู

การตั้งค่าที่ดีไม่ได้ทำให้คุณ "ไม่มีวันโดนหลอก" แต่ช่วยสามเรื่อง คือ จำกัดยอดเสียหาย (วงเงินต่ำ) รู้ตัวเร็ว (แจ้งเตือนทุกรายการ) และ ปิดทางที่มิจฉาชีพใช้บ่อย (ไม่มีแอปเถื่อนบนเครื่อง ระบบอัปเดตล่าสุด) สามข้อนี้รวมกันมักเป็นตัวแบ่งระหว่างการเสียเงินเล็กน้อยกับการเสียเงินเก็บทั้งหมด

มาตรการที่ธนาคารในไทยทำอยู่แล้ว (ตามแนวทาง ธปท.)

ตั้งแต่ปี 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ธนาคารทุกแห่งยกระดับความปลอดภัยของโมบายแบงกิ้ง และเมื่อพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับแก้ไขมีผลในเดือนเมษายน 2568 ผู้ให้บริการทางการเงินที่ละเลยมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับกำหนดจนลูกค้าเสียหายต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายด้วย มาตรการหลักที่ผู้ใช้จะเห็นได้เองมีดังนี้

มาตรการเหล่านี้ทำงานฝั่งธนาคาร แต่ยังมีอีกครึ่งหนึ่งที่ต้องทำเองบนมือถือของคุณ ซึ่งเป็นเนื้อหาของหัวข้อถัดไป

ข้อมูลมาตรการข้างต้นสรุปจากเอกสารเผยแพร่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่เขียน รายละเอียดเกณฑ์ เช่น วงเงินที่ต้องสแกนหน้า อาจปรับเปลี่ยนหรือแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร ให้ตรวจสอบกับธนาคารของคุณโดยตรง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล

เช็กลิสต์ตั้งค่าในแอปธนาคาร 7 ข้อ (ทำได้ใน 15 นาที)

ชื่อเมนูในแต่ละแอปไม่เหมือนกัน แต่มักอยู่ในหมวด "ตั้งค่า" "ความปลอดภัย" "บัญชีของฉัน" หรือ "บริการ" ถ้าหาไม่เจอให้พิมพ์คำว่า วงเงิน หรือ แจ้งเตือน ในช่องค้นหาของแอป หรือโทรถามธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตร

  1. ลดวงเงินโอนต่อวัน ดูยอดที่คุณโอนจริงในเดือนที่ผ่านมา วันที่ใช้มากที่สุดเท่าไร แล้วตั้งวงเงินให้สูงกว่านั้นเล็กน้อย ถ้าวันไหนต้องจ่ายค่าเทอมหรือค่ามัดจำ ให้ปรับขึ้นชั่วคราว (ซึ่งอาจต้องสแกนหน้า) แล้วลดกลับหลังโอนเสร็จ
  2. ตั้งวงเงินแยกตามประเภท บางแอปแยกวงเงินโอนพร้อมเพย์ โอนต่างธนาคาร จ่ายบิล และสแกนจ่าย ถ้ามีให้เลือก ให้ตั้งแต่ละช่องตามการใช้จริง ไม่จำเป็นต้องเท่ากันหมด
  3. เปิดการแจ้งเตือนทุกรายการ ทั้งเงินเข้าและเงินออก และอนุญาตการแจ้งเตือนของแอปในตั้งค่ามือถือด้วย ถ้าปิดการแจ้งเตือนของแอปในระดับระบบ ข้อความจากธนาคารจะไม่ขึ้นแม้ในแอปจะเปิดไว้
  4. ใช้ไบโอเมทริกซ์ เปิดการเข้าแอปด้วยใบหน้าหรือลายนิ้วมือ เพื่อลดโอกาสที่คนข้างๆ จะเห็นรหัส PIN ตอนคุณพิมพ์ในร้านค้าหรือบนรถสาธารณะ และอย่าบันทึกใบหน้าหรือลายนิ้วมือของคนอื่นไว้ในเครื่อง
  5. เปลี่ยน PIN ที่เดาง่าย หลีกเลี่ยงวันเกิด เลขเรียง เลขซ้ำ หรือ PIN เดียวกับรหัสปลดล็อกหน้าจอ
  6. ปิดบริการที่ไม่ได้ใช้ เช่น การผูกบัญชีกับร้านค้าออนไลน์ที่เลิกใช้แล้ว หรือบัตรเดบิตที่ไม่ได้ใช้ซื้อของออนไลน์ บางธนาคารให้ปิดการใช้บัตรออนไลน์หรือในต่างประเทศได้จากแอป
  7. จดเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของธนาคาร จากหลังบัตรหรือเว็บไซต์ทางการ เก็บไว้ในที่ที่ไม่ใช่มือถือเครื่องเดียวกัน เช่น กระดาษในกระเป๋าสตางค์ เพราะถ้ามือถือถูกควบคุม คุณอาจโทรออกจากเครื่องนั้นไม่ได้

ตั้งค่ามือถือที่ใช้แอปธนาคาร (สำคัญพอๆ กับตัวแอป)

แอปธนาคารจะปลอดภัยได้แค่ไหนขึ้นกับมือถือที่มันทำงานอยู่ ถ้ามือถือมีแอปที่ควบคุมหน้าจอได้ แอปธนาคารก็ถูกกดแทนเราได้ ข้อควรทำมีดังนี้

ตารางตัดสินใจ: แอปธนาคารขึ้นข้อความแบบนี้ ควรทำอะไร

ตัวอย่างสถานการณ์: วงเงินต่ำช่วยได้อย่างไร

สมมติคุณรับสายจากคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ แล้วถูกกดดันจนยอมโอนเงิน "เพื่อตรวจสอบ" ถ้าวงเงินโอนต่อวันของคุณยังเป็นค่าเริ่มต้นที่สูงมาก มิจฉาชีพจะพยายามให้คุณโอนรวดเดียวให้มากที่สุดก่อนที่คุณจะได้คุยกับใคร แต่ถ้าวงเงินต่ำ คุณจะต้องปรับวงเงินก่อน ซึ่งแอปจะให้สแกนใบหน้าหรือรอขั้นตอนเพิ่ม จังหวะที่ต้องหยุดนี้มักเป็นเวลาที่คนเริ่มรู้ตัว หรือมีคนในบ้านเห็นและถามว่ากำลังทำอะไร

อีกกรณีคือแอปดูดเงินที่ควบคุมเครื่องได้ ถ้าเครื่องผ่านการตรวจของแอปธนาคารไปได้ด้วยวิธีใดก็ตาม วงเงินต่ำจะจำกัดยอดที่ถูกโอนออกต่อวัน และการแจ้งเตือนเงินออกจะทำให้คุณเห็นทันทีแทนที่จะรู้ตอนเช็คยอดในอีกหลายวันต่อมา

ข้อควรรู้คือ วงเงินต่ำไม่ช่วยถ้ามิจฉาชีพหลอกให้คุณปรับวงเงินเอง ดังนั้นให้ตั้งกฎกับตัวเองว่า ถ้ามีใครบอกให้ปรับวงเงินหรือสแกนหน้าเพื่อ "ยืนยันตัวตน" ระหว่างคุยโทรศัพท์ ให้วางสายก่อนทุกครั้ง การสแกนหน้าคือการยืนยันว่าคุณเองเป็นคนสั่งโอน ไม่ใช่ขั้นตอนตรวจสอบของหน่วยงานใด

ตั้งค่าให้พ่อแม่หรือผู้สูงอายุ: ทำครั้งเดียวช่วยได้นาน

ผู้สูงอายุมักใช้แอปธนาคารเพียงไม่กี่อย่าง เช่น ดูยอด รับเงินโอน และจ่ายบิล ถ้าคุณช่วยตั้งค่าให้ ลองทำตามนี้

  1. นั่งดูด้วยกันว่าเดือนหนึ่งท่านโอนเงินออกไปเท่าไรจริงๆ แล้วตั้งวงเงินโอนต่อวันให้ต่ำตามนั้น บอกท่านว่าถ้าต้องโอนก้อนใหญ่ให้โทรหาลูกก่อน
  2. แยกบัญชี "ใช้จ่ายประจำ" กับบัญชี "เงินเก็บ" บัญชีเงินเก็บไม่ต้องผูกกับแอปบนมือถือ หรือถ้าผูกก็ตั้งวงเงินโอนให้ต่ำมาก
  3. เปิดแจ้งเตือนเงินออก และสอนให้ท่านโทรหาคุณทันทีที่เห็นรายการที่ไม่ได้ทำ
  4. ปิดสิทธิ์ติดตั้งแอปนอก Store ในมือถือ Android ของท่าน และลบแอปที่ไม่รู้จักออก
  5. เขียนเบอร์หลังบัตรธนาคารและสายด่วน 1441 ไว้บนกระดาษติดตู้เย็น
  6. ติดตั้งแอปที่ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน เช่น แอป SpamInThai และตั้งปิดเสียงสายที่ไม่รู้จัก

ประโยคที่ใช้คุยกับพ่อแม่ได้เลย: "ธนาคารจะไม่โทรมาให้แม่ย้ายเงิน ไม่ส่งลิงก์มาให้กด และไม่ให้สแกนหน้าเพื่อตรวจสอบใคร ถ้ามีใครขอแบบนี้ ให้วางสายแล้วโทรหาหนูก่อน หนูไม่โกรธเลยถ้าแม่โทรมาถามบ่อยๆ" ดูวิธีคุยแบบละเอียดได้ในคู่มือสอนพ่อแม่รับมือมิจฉาชีพ

ถ้าพบรายการที่ไม่ได้ทำ: ลำดับการรับมือ

  1. โทรธนาคารทันที ผ่านเบอร์หลังบัตรหรือเบอร์บนเว็บไซต์ทางการ ขอระงับบัญชี ระงับบัตร และระงับโมบายแบงกิ้งชั่วคราว จดชื่อเจ้าหน้าที่ เวลา และเลขอ้างอิงการแจ้ง
  2. ตัดอินเทอร์เน็ตมือถือ ถ้าสงสัยว่าเครื่องติดแอปควบคุม ให้เปิดโหมดเครื่องบินหรือปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือ แล้วใช้เครื่องอื่นติดต่อธนาคาร
  3. แจ้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้มีการระงับบัญชีปลายทาง ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสอายัดเงินได้
  4. เก็บหลักฐาน สลิป ภาพหน้าจอแจ้งเตือน ข้อความ เบอร์ที่โทรมา และชื่อแอปที่สงสัย
  5. ทำตามเช็กลิสต์ฉบับเต็ม ในบทความโดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร
  6. ถ้าติดต่อธนาคารแล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของ ธปท. ที่ 1213

ขั้นตอนข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป การพิจารณาความรับผิดชอบและการคืนเงินขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีและหลักเกณฑ์ของธนาคารและหน่วยงานกำกับ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากเสียหายจำนวนมากควรปรึกษาทนายความหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ความเชื่อผิดที่พบบ่อยเรื่องความปลอดภัยแอปธนาคาร

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้งวงเงินโอนต่อวันเท่าไร

ตั้งให้ใกล้กับยอดที่ใช้จริงในหนึ่งวันปกติ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และบิลประจำ ถ้าต้องโอนก้อนใหญ่เป็นครั้งคราว ให้ปรับเพิ่มชั่วคราวแล้วลดกลับ วงเงินต่ำไม่ได้กันการถูกหลอก แต่ช่วยจำกัดความเสียหายสูงสุดในวันเดียว

ทำไมโอนเงินแล้วแอปให้สแกนใบหน้า

เป็นมาตรการที่ธนาคารต้องทำตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น เมื่อโอนครั้งละ 50,000 บาทขึ้นไป หรือยอดโอนสะสมในวันเดียวถึง 200,000 บาท เพื่อยืนยันว่าเจ้าของบัญชีเป็นคนทำรายการเอง รายละเอียดแต่ละธนาคารอาจต่างกันเล็กน้อย

แอปธนาคารเปิดไม่ได้เพราะเจอแอปเสี่ยง ต้องทำอย่างไร

ให้ดูว่าเครื่องมีแอปควบคุมหน้าจอ แอปที่ขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ หรือแอปที่ติดตั้งนอก Store หรือไม่ ถ้ามีและไม่รู้ที่มา ให้ถอนการติดตั้งแล้วเปิดแอปธนาคารใหม่ ถ้ายังเปิดไม่ได้ให้ติดต่อธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตรหรือสาขา

ธนาคารส่ง SMS มีลิงก์ให้กด เป็นของจริงไหม

ธนาคารในไทยงดส่งลิงก์ทาง SMS และอีเมลตามมาตรการของ ธปท. แล้ว ถ้าเจอ SMS ที่อ้างเป็นธนาคารและมีลิงก์ ให้ถือว่าน่าสงสัยไว้ก่อน อย่ากด และเข้าแอปธนาคารเองเพื่อตรวจสอบ

ใช้แอปธนาคารบนมือถือหลายเครื่องได้ไหม

ตามมาตรการของ ธปท. โมบายแบงกิ้งหนึ่งบัญชีผู้ใช้จะใช้ได้บนอุปกรณ์เดียว ถ้าเปลี่ยนเครื่องต้องยืนยันตัวตนใหม่ ถ้าวันหนึ่งแอปเครื่องเดิมหลุดเองโดยที่คุณไม่ได้ย้ายเครื่อง ให้ติดต่อธนาคารทันที

อ่านต่อ: แอปดูดเงิน ติดตั้งแล้วต้องทำอะไร · SMS ปลอมจากธนาคาร · ซิมสวอปและ OTP · โดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร