ขายประกัน บัตรเครดิต สินเชื่อ โทรมาบ่อย ได้เบอร์เราจากไหน และขอให้หยุดโทรได้ไหมตาม PDPA

คำตอบสั้น: ขอให้หยุดโทรได้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) คุณมี สิทธิคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรง (มาตรา 32) และ สิทธิถอนความยินยอม ที่เคยให้ไว้ (มาตรา 19) ได้ตลอดเวลา เมื่อคัดค้านการตลาดแบบตรงแล้ว บริษัทต้องหยุดใช้ข้อมูลของคุณเพื่อการเสนอขาย วิธีที่ได้ผลคือแจ้งในสายให้ชัด แล้ว ส่งคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านช่องทางทางการของบริษัทเก็บไว้เป็นหลักฐาน ถ้ายังโทรมาอีก ร้องเรียนต่อ สคส. หรือหน่วยงานกำกับของธุรกิจนั้นได้
สายแบบไหนที่บทความนี้พูดถึง
บทความนี้พูดถึง สายเสนอขายจากธุรกิจที่มีตัวตนจริง เช่น ประกันชีวิต ประกันรถ ประกันสุขภาพ บัตรเครดิต สินเชื่อ แพ็กเกจโทรศัพท์ หรือคอร์สเรียน ซึ่งโทรมาซ้ำๆ จนรบกวน ไม่ใช่สายมิจฉาชีพ แต่ทั้งสองแบบมีจุดที่ทับซ้อนกัน เพราะมิจฉาชีพชอบอ้างตัวเป็นพนักงานขายประกันหรือบัตรเครดิต หัวข้อท้ายๆ จะอธิบายวิธีแยกทั้งสองแบบ
จากข้อมูลรายงานของผู้ใช้ SpamInThai (ข้อมูลจากผู้ใช้ ไม่ใช่ข้อมูลทางการ ณ ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569) มีเบอร์ที่ถูกรายงานราว 2,500 เบอร์ โดยเบอร์บ้าน 02 ถูกรายงานราว 340 เบอร์ และคำค้นที่คนเข้ามาที่เว็บมากที่สุดคือการค้นว่า "เบอร์ 02 นี้เป็นเบอร์อะไร" ซึ่งสายเสนอขายจากศูนย์บริการหลายแห่งก็มาจากเบอร์ลักษณะนี้ ดูวิธีเช็คได้ที่เบอร์ 02 โทรมา เบอร์อะไร
เขาได้เบอร์เราจากไหน
ไม่มีคำตอบเดียว แต่ช่องทางที่เป็นไปได้มีดังนี้ เรียงจากที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
- เราให้ไว้เอง: ตอนสมัครบัตร เปิดบัญชี ซื้อรถ ซื้อประกัน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ สมัครสมาชิกร้านค้า หรือกรอกแบบฟอร์มชิงรางวัล หลายแบบฟอร์มมีช่องให้ยินยอมรับข้อเสนอทางการตลาด ซึ่งบางครั้งเรากดผ่านไปโดยไม่ได้อ่าน
- ยินยอมให้ส่งต่อบริษัทในเครือหรือพันธมิตร: เช่น ธนาคารกับบริษัทประกันในกลุ่มเดียวกัน หรือร้านค้ากับพันธมิตรทางการตลาด ถ้าเราให้ความยินยอมไว้ ข้อมูลอาจถูกส่งต่อตามขอบเขตที่แจ้ง
- มีคนแนะนำ: เพื่อนหรือญาติที่เป็นลูกค้าหรือเป็นตัวแทนขาย ให้เบอร์เราไว้
- ตัวแทนขายรายบุคคลเก็บรายชื่อเอง: จากกลุ่มโซเชียล รายชื่อในงานอีเวนต์ หรือข้อมูลที่เราโพสต์ไว้สาธารณะ
- การสุ่มโทร: บางระบบโทรออกตามชุดเลขหมาย ไม่ได้มีข้อมูลเราเลย แค่หาว่าเบอร์ไหนมีคนรับ
- ข้อมูลรั่วไหลหรือซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบ: เป็นไปได้เช่นกัน และถ้าเป็นแบบนี้ ผู้โทรอาจไม่ใช่ธุรกิจที่ถูกต้อง
วิธีหาคำตอบสำหรับกรณีของเรา: ถามในสายตรงๆ ว่า "ได้เบอร์ดิฉันมาจากไหน และในนามบริษัทอะไร" พนักงานของธุรกิจที่ถูกต้องควรบอกชื่อบริษัทได้ และคุณยังสามารถใช้ สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 30) เพื่อดูว่าบริษัทเก็บข้อมูลอะไรของคุณไว้ และสอบถามแหล่งที่มาของข้อมูลประกอบไปด้วยได้
สิทธิของคุณตาม PDPA ที่ใช้กับสายเสนอขาย
PDPA มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 สิทธิที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสายเสนอขาย ได้แก่
- สิทธิคัดค้าน (มาตรา 32): เจ้าของข้อมูลคัดค้านการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลได้ตลอดเวลาในบางกรณี หนึ่งในนั้นคือ การตลาดแบบตรง สำหรับกรณีนี้กฎหมายไม่ได้ให้ข้อยกเว้นที่บริษัทจะอ้างเพื่อใช้ข้อมูลต่อ และเมื่อมีการคัดค้าน ผู้ควบคุมข้อมูลต้องหยุดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น และแยกข้อมูลออกจากส่วนอื่นให้ชัดเจน
- สิทธิถอนความยินยอม (มาตรา 19): ถ้าคุณเคยให้ความยินยอมรับข้อเสนอทางการตลาด คุณถอนได้ทุกเมื่อ การถอนไม่ย้อนไปทำให้สิ่งที่ทำโดยชอบก่อนหน้านั้นผิด แต่มีผลต่อการใช้ข้อมูลหลังจากนั้น
- สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (มาตรา 30): ขอดูและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมี
- สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (มาตรา 33): ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น เมื่อถอนความยินยอมหรือคัดค้านแล้ว แต่ข้อมูลบางส่วนบริษัทอาจต้องเก็บไว้ตามหน้าที่ทางกฎหมายอื่น โดยเฉพาะถ้าคุณยังเป็นลูกค้าอยู่
- สิทธิร้องเรียน (มาตรา 73): ถ้าผู้ควบคุมข้อมูลไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าของข้อมูลร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) ซึ่งเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษา
อีกประเด็นที่น่ารู้คือ ความยินยอมเพื่อการตลาดแบบตรงไม่ควรถูกรวมไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปจนแยกไม่ออก ในแบบฟอร์มที่ทำถูกต้อง คุณควรเลือกได้ว่าจะยินยอมรับการเสนอขายหรือไม่ แยกจากการสมัครบริการหลัก
สิ่งที่ควรพูดในสาย (ประโยคสำเร็จรูป)
พูดสุภาพแต่ชัดเจน และพูดให้ครบสามส่วน: ขอชื่อบริษัท แจ้งการคัดค้าน และขอให้บันทึกไว้
ประโยคแนะนำ:
"ขอทราบชื่อบริษัทและชื่อผู้โทรค่ะ"
"ดิฉันขอใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คัดค้านการใช้ข้อมูลของดิฉันเพื่อการตลาดแบบตรง และถอนความยินยอมในการติดต่อเสนอขายทุกช่องทาง"
"กรุณาบันทึกเบอร์นี้ไว้ไม่ให้ติดต่อเพื่อเสนอขายอีก และแจ้งด้วยว่าได้ข้อมูลของดิฉันมาจากแหล่งใด"
"ขอบคุณค่ะ" แล้ววางสาย
จดวันที่ เวลา เบอร์ที่โทรมา ชื่อบริษัท และชื่อพนักงานไว้ทุกครั้ง ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นหลักฐานถ้าต้องร้องเรียน ไม่ต้องให้ข้อมูลเพิ่ม เช่น เลขบัตรประชาชน เพื่อ "ยืนยันตัวตนก่อนลบเบอร์" ในสายที่เขาโทรมาเอง ถ้าบริษัทต้องการยืนยันตัวตน ให้ทำผ่านช่องทางที่คุณติดต่อเข้าไปเอง
ส่งคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร (แบบข้อความ)
การพูดในสายอาจไม่ถูกส่งต่อถึงฝ่ายที่ดูแลข้อมูล หรือบริษัทอาจใช้ศูนย์โทรหลายแห่ง การส่งคำขอเป็นข้อความผ่านช่องทางทางการช่วยให้มีหลักฐาน ให้หาช่องทางจากนโยบายความเป็นส่วนตัวในเว็บไซต์ทางการของบริษัท ซึ่งมักระบุอีเมลหรือแบบฟอร์มสำหรับใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
ตัวอย่างข้อความ (ปรับใช้ได้):
เรื่อง: ขอใช้สิทธิคัดค้านการตลาดแบบตรงและถอนความยินยอม
ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) เบอร์โทรศัพท์ 08x-xxx-xxxx ขอใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้
1. คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าเพื่อการตลาดแบบตรงทุกช่องทาง (มาตรา 32)
2. ถอนความยินยอมในการติดต่อเพื่อเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่อาจเคยให้ไว้ (มาตรา 19)
3. ขอทราบข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าที่บริษัทเก็บไว้และแหล่งที่มาของข้อมูล (มาตรา 30)
ข้าพเจ้าได้รับสายเสนอขายเมื่อวันที่ (วันที่ เวลา) จากเบอร์ (เบอร์ที่โทรมา)
กรุณาแจ้งผลการดำเนินการกลับทางช่องทางนี้
เก็บสำเนาข้อความที่ส่งและการตอบรับไว้ หากบริษัทขอเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อดำเนินการ ให้ส่งเฉพาะที่จำเป็นผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
ถ้าขอหยุดแล้วยังโทรมาอีก
- รวบรวมหลักฐาน: บันทึกการโทรซ้ำหลังจากที่ขอหยุด ภาพหน้าจอประวัติการโทร และสำเนาคำขอที่ส่งไป
- ติดต่อบริษัทอีกครั้งผ่านช่องทางทางการ: อ้างถึงคำขอเดิมและวันที่
- ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับของธุรกิจ: ถ้าเป็นเรื่องประกันภัยหรือพฤติกรรมของตัวแทนขายประกัน ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 ถ้าเป็นธนาคาร บัตรเครดิต หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย 1213
- ร้องเรียนเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล: ยื่นเรื่องต่อ สคส. ผ่านช่องทางร้องเรียนทางการของสำนักงาน พร้อมหลักฐาน
- ลดการรบกวนระหว่างรอ: บล็อกเบอร์ที่โทรมา ใช้การกรองสายหรือปิดเสียงสายที่ไม่รู้จัก ดูวิธีตั้งค่า Android และ iPhone และติดตั้งแอป SpamInThai เพื่อดูว่าเบอร์นั้นมีคนรายงานว่าเป็นสายเสนอขายหรือไม่
ถ้าอยากช่วยเตือนคนอื่น สามารถรายงานเบอร์โดยเลือกประเภทให้ตรง เช่น สายเสนอขาย ซึ่งต่างจากสายหลอกลวง หากคุณเป็นเจ้าของเบอร์และคิดว่าเบอร์ของคุณถูกรายงานไม่ถูกต้อง ดูช่องทางโต้แย้งรายงาน และอ่านเพิ่มเรื่องPDPA กับการรายงานเบอร์
แยกให้ออก: พนักงานขายจริง กับมิจฉาชีพที่อ้างเป็นพนักงานขาย
- ขอ OTP หรือรหัสผ่าน: ธุรกิจจริงไม่มีเหตุต้องขอรหัสที่ส่งไปทาง SMS ระหว่างสายเสนอขาย ถ้าขอ ให้วางสายทันที
- ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล: ค่าเบี้ยประกันหรือค่าธรรมเนียมควรชำระผ่านช่องทางของบริษัท ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของผู้โทร
- เสนอสินเชื่อแต่ให้จ่ายค่าดำเนินการก่อน: เป็นรูปแบบที่ควรระวังมาก ตรวจสอบผู้ให้สินเชื่อกับหน่วยงานกำกับก่อนเสมอ
- เร่งให้ตัดสินใจในสาย: "โปรนี้หมดวันนี้" เป็นเทคนิคการขายทั่วไป แต่ถ้าบวกกับการขอข้อมูลบัตร ให้หยุด
- รู้ข้อมูลเราเยอะผิดปกติ: ไม่ได้แปลว่าเป็นของจริง ข้อมูลอาจมาจากการรั่วไหล
- ถ้าสนใจจริง: ขอชื่อผลิตภัณฑ์ แล้วติดต่อบริษัทเองผ่านเบอร์ทางการ ดูวิธีตรวจเบอร์ศูนย์บริการได้ที่เบอร์ 4 หลักและ 1800 คืออะไร
ถ้าสายที่อ้างเป็นพนักงานขายพาไปสู่การขอรหัส ขอให้ติดตั้งแอป หรือขอให้โอนเงิน ให้ดูคู่มือรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และถ้าเสียเงินไปแล้ว ทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน และโทร 1441 ทันที
ลดสายเสนอขายในอนาคต
- ก่อนกรอกแบบฟอร์มหรือสมัครบริการ อ่านช่องยินยอมทางการตลาด และไม่ติ๊กถ้าไม่ต้องการ
- ในแอปธนาคาร ร้านค้า หรือค่ายมือถือ หลายแห่งมีเมนูตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหรือการรับข่าวสาร ลองเข้าไปปิดการรับข้อเสนอที่ไม่ต้องการ
- ใช้เบอร์สำรองสำหรับลงทะเบียนชิงรางวัลหรือรับสิทธิ์ แยกจากเบอร์หลักที่ผูกกับธนาคาร
- ไม่โพสต์เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวในที่สาธารณะ เช่น กลุ่มซื้อขาย
- ช่วยพ่อแม่ทำแบบเดียวกัน เพราะผู้สูงอายุมักได้รับสายเสนอขายประกันบ่อย ดูคู่มือสอนพ่อแม่รับมือมิจฉาชีพ
ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย: บทความนี้สรุปสิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในภาพรวมเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การใช้สิทธิแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อยกเว้น และรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ โปรดปรึกษา สคส. หน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง หรือทนายความ
คำถามที่พบบ่อย
ขอให้บริษัทหยุดโทรขายของตาม PDPA ได้ไหม
ได้ ตามมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงได้ตลอดเวลา และกรณีนี้กฎหมายไม่ได้ให้ข้อยกเว้นแก่ผู้ควบคุมข้อมูล เมื่อคัดค้านแล้วผู้ควบคุมข้อมูลต้องหยุดใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์นั้น
เคยกดยอมรับให้ติดต่อเสนอขายไปแล้ว ยกเลิกได้ไหม
ได้ มาตรา 19 กำหนดให้เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ การถอนไม่กระทบสิ่งที่ทำไปแล้วโดยชอบก่อนหน้า แต่บริษัทไม่ควรใช้ข้อมูลเพื่อการเสนอขายต่อจากนั้น
บริษัทได้เบอร์เราจากไหน
เป็นไปได้หลายทาง เช่น เราเคยให้ไว้ตอนสมัครบริการหรือกรอกแบบฟอร์ม ให้ความยินยอมให้ส่งต่อบริษัทในเครือหรือพันธมิตร มีคนแนะนำ หรือข้อมูลรั่วไหล รวมถึงการสุ่มโทร สามารถขอใช้สิทธิเข้าถึงข้อมูลเพื่อดูว่าบริษัทมีข้อมูลอะไรของเราบ้าง และถามแหล่งที่มาของข้อมูลได้
ถ้าขอหยุดแล้วยังโทรมาอีก ร้องเรียนที่ไหน
เก็บหลักฐานวันเวลาและสิ่งที่ขอไว้ แล้วร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ซึ่งมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ถ้าเป็นเรื่องประกันภัยติดต่อ คปภ. 1186 ได้ ถ้าเป็นธนาคารหรือบัตรเครดิตปรึกษา ศคง. 1213 ได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าสายขายประกันเป็นของจริงหรือมิจฉาชีพ
พนักงานขายจริงอาจขอข้อมูลเพื่อทำใบสมัคร แต่ไม่ควรขอรหัส OTP รหัสผ่าน หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล ถ้าสนใจให้ติดต่อบริษัทเองผ่านเบอร์ทางการ ไม่ตกลงอะไรระหว่างสายที่โทรเข้ามา
อ่านต่อ: เบอร์ 4 หลักและ 1800 คืออะไร · PDPA กับการรายงานเบอร์ · เช็คเบอร์ที่ลงทะเบียนในชื่อเรา · คู่มือสอนพ่อแม่รับมือมิจฉาชีพ · เบอร์ 02 โทรมา เบอร์อะไร