บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตถูกใช้โดยไม่รู้ตัว ทำอย่างไร: อายัดบัตร ปฏิเสธรายการกับธนาคาร และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

คำตอบสั้น: ถ้าเห็นรายการบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่คุณไม่ได้ทำ ให้ ระงับหรืออายัดบัตรทันที ผ่านเบอร์หลังบัตรหรือแอปธนาคาร แจ้งธนาคารว่าเป็นรายการที่ไม่ได้ทำและขอตรวจสอบหรือปฏิเสธรายการ จดเลขอ้างอิงไว้ เก็บหลักฐานทุกอย่าง แล้วขอบัตรใบใหม่ อย่ารอให้ใบแจ้งยอดมาก่อนค่อยแจ้ง ยิ่งแจ้งเร็ว ยิ่งหยุดความเสียหายได้เร็ว และระวังสายที่โทรมาอ้างว่า "ช่วยยกเลิกรายการให้" เพราะมักเป็นมิจฉาชีพที่ตามมาซ้ำ
บัตรถูกใช้โดยไม่รู้ตัว เกิดขึ้นได้อย่างไร
คนจำนวนมากแปลกใจที่บัตรยังอยู่ในกระเป๋า แต่มีรายการซื้อของออนไลน์หรือรายการจากต่างประเทศเกิดขึ้น เหตุผลคือการซื้อของออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้เพียงข้อมูลบนบัตร ได้แก่ เลขบัตร วันหมดอายุ และรหัสสามหลักหลังบัตร ข้อมูลเหล่านี้หลุดได้หลายทาง
- กรอกในเว็บหรือฟอร์มปลอม เช่น หน้าชำระค่าส่งพัสดุตกค้างที่มากับ SMS (อ่านSMS พัสดุตกค้าง) หน้าจ่ายค่าปรับ หรือหน้าร้านค้าลดราคาที่ไม่มีอยู่จริง
- ผูกบัตรไว้กับเว็บหรือแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ ถ้าระบบของร้านนั้นถูกเจาะหรือมีคนในนำข้อมูลออกไป บัตรที่ผูกไว้ก็เสี่ยง
- มีคนเห็นหรือถ่ายรูปบัตร ตอนยื่นบัตรให้พนักงาน ส่งรูปบัตรในแชท หรือโพสต์รูปที่มีบัตรติดอยู่
- ถูกหลอกให้บอกข้อมูลทางโทรศัพท์ สายที่อ้างเป็นธนาคาร บอกว่าบัตรถูกใช้ผิดปกติ แล้วขอให้ "ยืนยัน" เลขบัตร รหัสหลังบัตร หรือ OTP
- การสุ่มเลขบัตร มีการสุ่มเลขบัตรและทดลองตัดเงินจำนวนน้อยกับร้านค้าบางประเภทที่ไม่ใช้ OTP ในปี 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยเคยแถลงถึงเหตุการณ์ที่ลูกค้าจำนวนมากถูกตัดเงินผิดปกติแบบนี้
สังเกตว่าหลายช่องทางไม่ได้เกิดจากความประมาทของเจ้าของบัตร จึงไม่ควรโทษตัวเองจนไม่กล้าแจ้งธนาคาร สิ่งที่สำคัญคือแจ้งให้เร็วและทำตามขั้นตอน
ทำทันทีภายใน 30 นาทีแรก
- ระงับบัตร หลายธนาคารมีเมนูระงับหรือล็อกบัตรชั่วคราวในแอป ถ้ามีให้กดทันที แล้วโทรเบอร์ที่พิมพ์อยู่หลังบัตรหรือบนเว็บไซต์ทางการของธนาคาร แจ้งว่าต้องการอายัดบัตรเพราะมีรายการที่ไม่ได้ทำ
- แจ้งทุกรายการที่ไม่รู้จัก บอกวันที่ จำนวนเงิน และชื่อร้านค้าที่ขึ้นในแอปหรือ SMS แจ้งเตือน ถ้ามีหลายรายการให้ไล่ย้อนดูทั้งหมด รายการเล็กๆ ก่อนหน้ารายการใหญ่มักเป็นการทดลองบัตร
- ขอเลขอ้างอิง จดเลขอ้างอิงการแจ้ง ชื่อเจ้าหน้าที่ วันและเวลาที่โทร เลขนี้ใช้ติดตามเรื่องและใช้ร้องเรียนต่อถ้าจำเป็น
- ถามขั้นตอนต่อไป ถามว่าต้องกรอกแบบฟอร์มปฏิเสธรายการหรือไม่ ต้องใช้เอกสารอะไร ต้องแจ้งความหรือไม่ และใช้เวลาตรวจสอบประมาณเท่าไร
- ถ้าเป็นบัตรเดบิต เงินออกจากบัญชีออมทรัพย์ทันที ให้ตรวจยอดในบัญชีที่ผูกกับบัตรด้วย และพิจารณาขอระงับบัญชีชั่วคราวถ้ามีรายการโอนแปลกร่วมด้วย
ใช้เบอร์ที่ คุณหาเอง เท่านั้น เช่น เบอร์หลังบัตรหรือบนเว็บไซต์ทางการ ห้ามโทรกลับเบอร์ที่ส่งมาทาง SMS หรือเบอร์ที่โทรเข้ามาบอกว่าบัตรของคุณมีปัญหา ถ้าไม่แน่ใจว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นใคร เช็คเบอร์ได้ที่นี่
การปฏิเสธรายการกับธนาคาร: เตรียมอะไรบ้าง
การปฏิเสธรายการ (บางธนาคารเรียกว่า ขอตรวจสอบรายการ หรือโต้แย้งรายการ) คือการแจ้งผู้ออกบัตรว่ารายการนั้นคุณไม่ได้ทำหรือไม่ได้รับสินค้าตามที่จ่าย ธนาคารจะตรวจสอบกับร้านค้าและเครือข่ายบัตร ขั้นตอนละเอียดต่างกันตามธนาคาร แต่โดยทั่วไปควรเตรียมสิ่งเหล่านี้
- แบบฟอร์มปฏิเสธรายการของธนาคาร (บางแห่งให้กรอกในแอป บางแห่งส่งทางอีเมลหรือที่สาขา)
- ภาพหน้าจอรายการจากแอป หรือ SMS แจ้งเตือนการใช้บัตร
- หลักฐานว่าคุณไม่ได้อยู่ในที่ที่ทำรายการ ถ้ามี เช่น ช่วงเวลาที่รายการเกิดขึ้นคุณอยู่ที่ทำงาน หรือบัตรอยู่กับตัว
- บันทึกแจ้งความ ถ้าธนาคารขอ หรือถ้าความเสียหายมีจำนวนมาก แจ้งความออนไลน์ได้ หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1441
- สำหรับกรณีซื้อของแต่ไม่ได้ของหรือร้านตัดซ้ำ: หลักฐานการสั่งซื้อ แชทกับร้านค้า และหลักฐานว่าคุณติดต่อร้านค้าแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข
ระหว่างตรวจสอบ ให้สอบถามว่ารายการที่โต้แย้งต้องชำระหรือไม่ ในเหตุการณ์บัตรถูกตัดเงินผิดปกติปี 2564 ธปท. และสมาคมธนาคารไทยแจ้งว่าลูกค้าบัตรเครดิตไม่ต้องชำระยอดที่ผิดปกติและไม่มีการคิดดอกเบี้ย ส่วนบัตรเดบิตมีการคืนเงินให้ลูกค้า และกรณีพบความเสียหายเพิ่มเติมจะคืนภายใน 5 วันทำการ แนวทางนี้เป็นการแถลงสำหรับเหตุการณ์นั้น สำหรับกรณีของคุณให้ยึดตามที่ธนาคารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การคืนเงินหรือยกเลิกรายการขึ้นกับผลการตรวจสอบของธนาคารผู้ออกบัตรและข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ณ ปี 2568 ธปท. ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมด้วยบัตร ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนของธนาคารเปลี่ยนไป ให้ตรวจสอบกับธนาคารของคุณ
ระวังการหลอกซ้ำ: สายที่โทรมาหลังบัตรมีปัญหา
หลังจากบัตรถูกใช้ผิดปกติ บางคนจะได้รับสายหรือข้อความที่ดูเหมือนมาช่วย ตัวอย่างบทสนทนาที่เรียบเรียงขึ้นใหม่มีลักษณะประมาณนี้
- "สวัสดีค่ะ ติดต่อจากฝ่ายตรวจสอบทุจริตบัตรเครดิต พบรายการผิดปกติในบัตรของคุณ เพื่อยกเลิกรายการ กรุณาแจ้งเลขบัตรและรหัสที่ส่งไปทาง SMS ค่ะ"
- "ระบบจะคืนเงินให้ แต่ต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปก่อน กรุณาติดตั้งแอปจากลิงก์ที่ส่งไปทางไลน์"
- "เงินที่ถูกตัดจะคืนเข้าบัญชีปลอดภัย กรุณาโอนเงินที่เหลือไปพักไว้ที่บัญชีนี้ก่อน"
ทั้งสามแบบเป็นสัญญาณอันตราย ธนาคารที่โทรมาจริงอาจถามว่าคุณทำรายการนี้หรือไม่ แต่ ไม่ต้องให้คุณบอก OTP ไม่ส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอป และไม่ให้ย้ายเงินไปบัญชีอื่น ถ้าได้สายแบบนี้ ให้วางสาย แล้วโทรกลับเบอร์หลังบัตรด้วยตัวเอง ถ้าเผลอติดตั้งแอปตามลิงก์ไปแล้ว ดูขั้นตอนรับมือแอปดูดเงิน
แยกตามสถานการณ์: ตัวอย่างที่พบบ่อยและสิ่งที่ควรทำ
- รายการเล็กๆ จากร้านต่างประเทศที่ไม่รู้จัก: อย่าคิดว่าน้อยแล้วปล่อยไป มักเป็นการทดลองว่าบัตรใช้ได้ ให้ระงับบัตรและขอบัตรใหม่ทันที
- ได้ SMS OTP ของรายการที่ไม่ได้ทำ: แปลว่ามีคนมีข้อมูลบัตรและกำลังพยายามจ่ายเงิน ห้ามบอกรหัส โทรธนาคารเพื่อระงับบัตร เพราะข้อมูลบัตรหลุดแล้ว
- กรอกข้อมูลบัตรในเว็บที่มากับ SMS แต่ยังไม่มีรายการ: โทรระงับบัตรและขอเปลี่ยนบัตรใหม่ทันที อย่ารอให้มีรายการก่อน
- ทำบัตรหาย: อายัดบัตรทันทีและตรวจรายการย้อนหลัง บัตรที่มีระบบแตะจ่ายอาจถูกใช้จ่ายจำนวนน้อยได้โดยไม่ต้องใส่ PIN ในบางกรณี
- รายการจากสมาชิกในบ้าน เช่น ลูกเติมเกมด้วยบัตรที่ผูกไว้: กรณีนี้ไม่ใช่การทุจริตจากคนภายนอก ให้ติดต่อร้านค้าหรือแพลตฟอร์มเพื่อขอคืนเงินตามนโยบายของแต่ละที่ และตั้งค่าให้ต้องขออนุญาตก่อนซื้อ
- ร้านค้าเรียกเก็บรายเดือนต่อ ทั้งที่ยกเลิกแล้ว: เก็บหลักฐานการยกเลิก ติดต่อร้านค้าก่อน ถ้าไม่สำเร็จจึงแจ้งธนาคารโต้แย้งรายการ
ตั้งค่าบัตรให้ปลอดภัยขึ้น: เช็กลิสต์หลังเกิดเหตุ
- เปิดแจ้งเตือนทุกรายการ ทั้งทาง SMS และในแอป เพื่อเห็นรายการทันทีที่เกิด ไม่ต้องรอใบแจ้งยอด
- ลดวงเงินบัตร ให้เหมาะกับการใช้จริง ทั้งบัตรเครดิตและวงเงินซื้อของของบัตรเดบิต
- ปิดการใช้งานที่ไม่ใช้ ถ้าแอปธนาคารให้ตั้งค่าได้ ให้ปิดการใช้บัตรในต่างประเทศ ปิดการซื้อของออนไลน์ หรือปิดการถอนเงินสดสำหรับบัตรที่ไม่จำเป็นต้องใช้
- แยกบัตรสำหรับออนไลน์ ใช้บัตรใบเดียวที่วงเงินต่ำสำหรับซื้อของออนไลน์และผูกกับแอปต่างๆ ไม่ใช้บัตรหลักที่วงเงินสูง บางธนาคารมีบัตรเสมือน (virtual card) สำหรับใช้ออนไลน์
- ลบบัตรที่ผูกไว้กับเว็บที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยเฉพาะร้านค้าที่ไม่คุ้นเคยหรือเว็บที่ใช้ครั้งเดียว
- ไม่ส่งรูปบัตรในแชท และปิดรหัสหลังบัตรไว้ถ้าจำเป็นต้องถ่ายเอกสารบัตร
- ตรวจรายการทุกสัปดาห์ เปิดแอปดูรายการย้อนหลังเป็นนิสัย ใช้เวลาไม่ถึงนาที
สอนคนในบ้านเรื่องบัตร: สามกฎที่จำง่าย
ผู้สูงอายุและวัยรุ่นในบ้านมักเป็นคนที่ใช้บัตรร่วมกัน หรือถือบัตรเสริมของบัตรหลัก ลองตกลงกฎสามข้อนี้
- เลขหลังบัตรกับ OTP ไม่บอกใครทางโทรศัพท์ แม้คนที่โทรมาจะรู้ชื่อและเลขบัตรสี่ตัวท้ายของเราแล้วก็ตาม
- ถ้ามี SMS ให้จ่ายเงินผ่านลิงก์ ให้ถามคนในบ้านก่อน ค่าส่งพัสดุ ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่มากับลิงก์ เป็นช่องทางหลักที่ข้อมูลบัตรหลุด
- เห็นรายการแปลกให้บอกทันที ไม่มีใครโดนดุ คนที่กลัวโดนตำหนิมักเก็บเรื่องไว้จนสายเกินไป
ถ้ามีสายโทรมาอ้างเป็นธนาคารจากเบอร์มือถือหรือเบอร์บ้านที่ไม่คุ้น ให้วางสายแล้วเช็คเบอร์ก่อน และรายงานเบอร์ถ้าพบว่าเป็นสายหลอก เพื่อช่วยเตือนคนอื่น ติดตั้งแอป SpamInThaiเพื่อให้ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน
ถ้าเรื่องไม่คืบหน้า: ช่องทางต่อไป
- ติดตามกับธนาคาร ใช้เลขอ้างอิงที่จดไว้ สอบถามสถานะเป็นระยะ และขอผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร
- ร้องเรียน ศคง. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของ ธปท. ที่ 1213 รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริการของสถาบันการเงิน
- แจ้งความ ถ้าความเสียหายเกิดจากการถูกหลอก เช่น ถูกหลอกให้บอกข้อมูลหรือโอนเงิน ให้ดูขั้นตอนในบทความโดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร และเลือกสายด่วนที่เหมาะสม
- กรณีซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ใช้ระบบคุ้มครองผู้ซื้อของแพลตฟอร์มควบคู่ไปด้วย ดูรายละเอียดในบทความโดนโกงซื้อของออนไลน์
คำถามที่พบบ่อย
เห็นรายการแปลกในบัตร ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก
โทรเบอร์ที่อยู่หลังบัตรหรือใช้เมนูระงับบัตรในแอปธนาคารทันที เพื่อหยุดไม่ให้มีรายการเพิ่ม แล้วแจ้งว่ามีรายการที่คุณไม่ได้ทำ ขอเลขอ้างอิงการแจ้งไว้ทุกครั้ง
บัตรอยู่กับตัว ทำไมยังถูกใช้ได้
การซื้อของออนไลน์ใช้แค่ข้อมูลบนบัตร ไม่ต้องมีบัตรจริง ข้อมูลอาจหลุดจากการกรอกในเว็บปลอม ร้านค้าที่ข้อมูลรั่ว หรือมีคนเห็นหน้าและหลังบัตร
รายการที่ปฏิเสธแล้ว ต้องจ่ายไหม
ให้สอบถามธนาคารผู้ออกบัตรว่ารายการที่อยู่ระหว่างตรวจสอบต้องชำระหรือไม่ และขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนยอดใช้จ่ายปกติอื่นๆ ควรชำระตามกำหนดเพื่อไม่ให้มีดอกเบี้ยหรือค่าปรับ
ร้านค้าตัดเงินซ้ำหรือเก็บเงินแต่ไม่ส่งของ ใช้วิธีเดียวกันไหม
ต่างกันเล็กน้อย กรณีนี้คุณทำรายการเองแต่มีปัญหากับร้านค้า ควรติดต่อร้านค้าก่อนแล้วเก็บหลักฐาน ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจึงแจ้งธนาคารขอโต้แย้งรายการ ส่วนรายการที่คุณไม่ได้ทำเลยให้แจ้งธนาคารทันที
ธนาคารไม่ช่วย ร้องเรียนที่ไหนได้
ติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 1213 พร้อมเลขอ้างอิงการแจ้งและหลักฐานที่มี
อ่านต่อ: SMS พัสดุตกค้าง · SMS ปลอมจากธนาคาร · โดนโกงซื้อของออนไลน์ · โดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร