หน้าแรก · บทความ

บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตถูกใช้โดยไม่รู้ตัว ทำอย่างไร: อายัดบัตร ปฏิเสธรายการกับธนาคาร และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

เผยแพร่ 3 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตถูกใช้โดยไม่รู้ตัว ทำอย่างไร: อายัดบัตร ปฏิเสธรายการกับธนาคาร และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

คำตอบสั้น: ถ้าเห็นรายการบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่คุณไม่ได้ทำ ให้ ระงับหรืออายัดบัตรทันที ผ่านเบอร์หลังบัตรหรือแอปธนาคาร แจ้งธนาคารว่าเป็นรายการที่ไม่ได้ทำและขอตรวจสอบหรือปฏิเสธรายการ จดเลขอ้างอิงไว้ เก็บหลักฐานทุกอย่าง แล้วขอบัตรใบใหม่ อย่ารอให้ใบแจ้งยอดมาก่อนค่อยแจ้ง ยิ่งแจ้งเร็ว ยิ่งหยุดความเสียหายได้เร็ว และระวังสายที่โทรมาอ้างว่า "ช่วยยกเลิกรายการให้" เพราะมักเป็นมิจฉาชีพที่ตามมาซ้ำ

บัตรถูกใช้โดยไม่รู้ตัว เกิดขึ้นได้อย่างไร

คนจำนวนมากแปลกใจที่บัตรยังอยู่ในกระเป๋า แต่มีรายการซื้อของออนไลน์หรือรายการจากต่างประเทศเกิดขึ้น เหตุผลคือการซื้อของออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้เพียงข้อมูลบนบัตร ได้แก่ เลขบัตร วันหมดอายุ และรหัสสามหลักหลังบัตร ข้อมูลเหล่านี้หลุดได้หลายทาง

สังเกตว่าหลายช่องทางไม่ได้เกิดจากความประมาทของเจ้าของบัตร จึงไม่ควรโทษตัวเองจนไม่กล้าแจ้งธนาคาร สิ่งที่สำคัญคือแจ้งให้เร็วและทำตามขั้นตอน

ทำทันทีภายใน 30 นาทีแรก

  1. ระงับบัตร หลายธนาคารมีเมนูระงับหรือล็อกบัตรชั่วคราวในแอป ถ้ามีให้กดทันที แล้วโทรเบอร์ที่พิมพ์อยู่หลังบัตรหรือบนเว็บไซต์ทางการของธนาคาร แจ้งว่าต้องการอายัดบัตรเพราะมีรายการที่ไม่ได้ทำ
  2. แจ้งทุกรายการที่ไม่รู้จัก บอกวันที่ จำนวนเงิน และชื่อร้านค้าที่ขึ้นในแอปหรือ SMS แจ้งเตือน ถ้ามีหลายรายการให้ไล่ย้อนดูทั้งหมด รายการเล็กๆ ก่อนหน้ารายการใหญ่มักเป็นการทดลองบัตร
  3. ขอเลขอ้างอิง จดเลขอ้างอิงการแจ้ง ชื่อเจ้าหน้าที่ วันและเวลาที่โทร เลขนี้ใช้ติดตามเรื่องและใช้ร้องเรียนต่อถ้าจำเป็น
  4. ถามขั้นตอนต่อไป ถามว่าต้องกรอกแบบฟอร์มปฏิเสธรายการหรือไม่ ต้องใช้เอกสารอะไร ต้องแจ้งความหรือไม่ และใช้เวลาตรวจสอบประมาณเท่าไร
  5. ถ้าเป็นบัตรเดบิต เงินออกจากบัญชีออมทรัพย์ทันที ให้ตรวจยอดในบัญชีที่ผูกกับบัตรด้วย และพิจารณาขอระงับบัญชีชั่วคราวถ้ามีรายการโอนแปลกร่วมด้วย

ใช้เบอร์ที่ คุณหาเอง เท่านั้น เช่น เบอร์หลังบัตรหรือบนเว็บไซต์ทางการ ห้ามโทรกลับเบอร์ที่ส่งมาทาง SMS หรือเบอร์ที่โทรเข้ามาบอกว่าบัตรของคุณมีปัญหา ถ้าไม่แน่ใจว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นใคร เช็คเบอร์ได้ที่นี่

การปฏิเสธรายการกับธนาคาร: เตรียมอะไรบ้าง

การปฏิเสธรายการ (บางธนาคารเรียกว่า ขอตรวจสอบรายการ หรือโต้แย้งรายการ) คือการแจ้งผู้ออกบัตรว่ารายการนั้นคุณไม่ได้ทำหรือไม่ได้รับสินค้าตามที่จ่าย ธนาคารจะตรวจสอบกับร้านค้าและเครือข่ายบัตร ขั้นตอนละเอียดต่างกันตามธนาคาร แต่โดยทั่วไปควรเตรียมสิ่งเหล่านี้

ระหว่างตรวจสอบ ให้สอบถามว่ารายการที่โต้แย้งต้องชำระหรือไม่ ในเหตุการณ์บัตรถูกตัดเงินผิดปกติปี 2564 ธปท. และสมาคมธนาคารไทยแจ้งว่าลูกค้าบัตรเครดิตไม่ต้องชำระยอดที่ผิดปกติและไม่มีการคิดดอกเบี้ย ส่วนบัตรเดบิตมีการคืนเงินให้ลูกค้า และกรณีพบความเสียหายเพิ่มเติมจะคืนภายใน 5 วันทำการ แนวทางนี้เป็นการแถลงสำหรับเหตุการณ์นั้น สำหรับกรณีของคุณให้ยึดตามที่ธนาคารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การคืนเงินหรือยกเลิกรายการขึ้นกับผลการตรวจสอบของธนาคารผู้ออกบัตรและข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ณ ปี 2568 ธปท. ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมด้วยบัตร ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนของธนาคารเปลี่ยนไป ให้ตรวจสอบกับธนาคารของคุณ

ระวังการหลอกซ้ำ: สายที่โทรมาหลังบัตรมีปัญหา

หลังจากบัตรถูกใช้ผิดปกติ บางคนจะได้รับสายหรือข้อความที่ดูเหมือนมาช่วย ตัวอย่างบทสนทนาที่เรียบเรียงขึ้นใหม่มีลักษณะประมาณนี้

ทั้งสามแบบเป็นสัญญาณอันตราย ธนาคารที่โทรมาจริงอาจถามว่าคุณทำรายการนี้หรือไม่ แต่ ไม่ต้องให้คุณบอก OTP ไม่ส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอป และไม่ให้ย้ายเงินไปบัญชีอื่น ถ้าได้สายแบบนี้ ให้วางสาย แล้วโทรกลับเบอร์หลังบัตรด้วยตัวเอง ถ้าเผลอติดตั้งแอปตามลิงก์ไปแล้ว ดูขั้นตอนรับมือแอปดูดเงิน

แยกตามสถานการณ์: ตัวอย่างที่พบบ่อยและสิ่งที่ควรทำ

ตั้งค่าบัตรให้ปลอดภัยขึ้น: เช็กลิสต์หลังเกิดเหตุ

  1. เปิดแจ้งเตือนทุกรายการ ทั้งทาง SMS และในแอป เพื่อเห็นรายการทันทีที่เกิด ไม่ต้องรอใบแจ้งยอด
  2. ลดวงเงินบัตร ให้เหมาะกับการใช้จริง ทั้งบัตรเครดิตและวงเงินซื้อของของบัตรเดบิต
  3. ปิดการใช้งานที่ไม่ใช้ ถ้าแอปธนาคารให้ตั้งค่าได้ ให้ปิดการใช้บัตรในต่างประเทศ ปิดการซื้อของออนไลน์ หรือปิดการถอนเงินสดสำหรับบัตรที่ไม่จำเป็นต้องใช้
  4. แยกบัตรสำหรับออนไลน์ ใช้บัตรใบเดียวที่วงเงินต่ำสำหรับซื้อของออนไลน์และผูกกับแอปต่างๆ ไม่ใช้บัตรหลักที่วงเงินสูง บางธนาคารมีบัตรเสมือน (virtual card) สำหรับใช้ออนไลน์
  5. ลบบัตรที่ผูกไว้กับเว็บที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยเฉพาะร้านค้าที่ไม่คุ้นเคยหรือเว็บที่ใช้ครั้งเดียว
  6. ไม่ส่งรูปบัตรในแชท และปิดรหัสหลังบัตรไว้ถ้าจำเป็นต้องถ่ายเอกสารบัตร
  7. ตรวจรายการทุกสัปดาห์ เปิดแอปดูรายการย้อนหลังเป็นนิสัย ใช้เวลาไม่ถึงนาที

สอนคนในบ้านเรื่องบัตร: สามกฎที่จำง่าย

ผู้สูงอายุและวัยรุ่นในบ้านมักเป็นคนที่ใช้บัตรร่วมกัน หรือถือบัตรเสริมของบัตรหลัก ลองตกลงกฎสามข้อนี้

  1. เลขหลังบัตรกับ OTP ไม่บอกใครทางโทรศัพท์ แม้คนที่โทรมาจะรู้ชื่อและเลขบัตรสี่ตัวท้ายของเราแล้วก็ตาม
  2. ถ้ามี SMS ให้จ่ายเงินผ่านลิงก์ ให้ถามคนในบ้านก่อน ค่าส่งพัสดุ ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่มากับลิงก์ เป็นช่องทางหลักที่ข้อมูลบัตรหลุด
  3. เห็นรายการแปลกให้บอกทันที ไม่มีใครโดนดุ คนที่กลัวโดนตำหนิมักเก็บเรื่องไว้จนสายเกินไป

ถ้ามีสายโทรมาอ้างเป็นธนาคารจากเบอร์มือถือหรือเบอร์บ้านที่ไม่คุ้น ให้วางสายแล้วเช็คเบอร์ก่อน และรายงานเบอร์ถ้าพบว่าเป็นสายหลอก เพื่อช่วยเตือนคนอื่น ติดตั้งแอป SpamInThaiเพื่อให้ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน

ถ้าเรื่องไม่คืบหน้า: ช่องทางต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

เห็นรายการแปลกในบัตร ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก

โทรเบอร์ที่อยู่หลังบัตรหรือใช้เมนูระงับบัตรในแอปธนาคารทันที เพื่อหยุดไม่ให้มีรายการเพิ่ม แล้วแจ้งว่ามีรายการที่คุณไม่ได้ทำ ขอเลขอ้างอิงการแจ้งไว้ทุกครั้ง

บัตรอยู่กับตัว ทำไมยังถูกใช้ได้

การซื้อของออนไลน์ใช้แค่ข้อมูลบนบัตร ไม่ต้องมีบัตรจริง ข้อมูลอาจหลุดจากการกรอกในเว็บปลอม ร้านค้าที่ข้อมูลรั่ว หรือมีคนเห็นหน้าและหลังบัตร

รายการที่ปฏิเสธแล้ว ต้องจ่ายไหม

ให้สอบถามธนาคารผู้ออกบัตรว่ารายการที่อยู่ระหว่างตรวจสอบต้องชำระหรือไม่ และขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนยอดใช้จ่ายปกติอื่นๆ ควรชำระตามกำหนดเพื่อไม่ให้มีดอกเบี้ยหรือค่าปรับ

ร้านค้าตัดเงินซ้ำหรือเก็บเงินแต่ไม่ส่งของ ใช้วิธีเดียวกันไหม

ต่างกันเล็กน้อย กรณีนี้คุณทำรายการเองแต่มีปัญหากับร้านค้า ควรติดต่อร้านค้าก่อนแล้วเก็บหลักฐาน ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจึงแจ้งธนาคารขอโต้แย้งรายการ ส่วนรายการที่คุณไม่ได้ทำเลยให้แจ้งธนาคารทันที

ธนาคารไม่ช่วย ร้องเรียนที่ไหนได้

ติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 1213 พร้อมเลขอ้างอิงการแจ้งและหลักฐานที่มี

อ่านต่อ: SMS พัสดุตกค้าง · SMS ปลอมจากธนาคาร · โดนโกงซื้อของออนไลน์ · โดนหลอกโอนเงินแล้วทำอย่างไร