สินเชื่อปลอม เงินกู้ออนไลน์เถื่อน ให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน: วิธีเช็คผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตก่อนกู้

คำตอบสั้น: ถ้ามีคนเสนอเงินกู้ทาง SMS LINE หรือ Facebook แล้วขอให้โอน "ค่าธรรมเนียม" "ค่าประกัน" หรือ "ค่าเปิดวงเงิน" ก่อนได้รับเงิน ให้หยุดไว้ก่อน เพราะเป็นรูปแบบที่ใช้ในการหลอกบ่อยที่สุด ก่อนกู้กับใครทางออนไลน์ ให้เช็คชื่อแอปและชื่อบริษัทในหน้า "เช็กแอปเงินกู้" บนเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือโทรสอบถามศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. 1213 ถ้าโอนไปแล้ว ให้หยุดโอนเพิ่ม เก็บหลักฐาน และโทร 1441
สินเชื่อปลอมกับเงินกู้นอกระบบออนไลน์ ต่างกันอย่างไร
ปัญหาเงินกู้ออนไลน์ที่คนเจอบ่อยแบ่งได้เป็นสองแบบใหญ่ ซึ่งอันตรายคนละแบบ
- สินเชื่อปลอม (หลอกเก็บค่าธรรมเนียม): ไม่มีเงินกู้อยู่จริงตั้งแต่แรก เป้าหมายคือให้เหยื่อโอนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อน แล้วหายไป หรือเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มไปเรื่อย ๆ
- เงินกู้นอกระบบผ่านแอป: ให้เงินจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาต อาจหักค่าใช้จ่ายจากยอดกู้จนได้เงินน้อยกว่าที่ตกลง คิดดอกเบี้ยสูงมาก และมีรายงานจากผู้ใช้ว่าบางแอปทวงหนี้ด้วยการส่งข้อความหาคนในรายชื่อผู้ติดต่อ
ทั้งสองแบบมีจุดร่วมคือ ผู้ให้บริการไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ได้รับอนุญาต การตรวจสอบก่อนกู้จึงเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลกับทั้งสองแบบ
ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายมักเป็นคนที่ต้องการเงินด่วน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอม หรือหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด และอาจเคยถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร ข้อความ "ไม่เช็คเครดิตบูโร" "อนุมัติไว" "ไม่ต้องมีคนค้ำ" จึงตรงใจคนที่กำลังร้อนเงิน
ขั้นตอนการหลอกแบบให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน (ตัวอย่างที่เรียบเรียงใหม่)
- ข้อความชวนกู้: SMS หรือโฆษณาในโซเชียลมีเดียว่า "วงเงินพร้อมใช้ 50,000 บาท อนุมัติใน 10 นาที ไม่เช็คบูโร แอดไลน์เลย" บางครั้งใช้ชื่อหรือโลโก้คล้ายสถาบันการเงินจริง
- ขอเอกสาร: ให้ส่งรูปบัตรประชาชน รูปถ่ายคู่บัตร สลิปเงินเดือน หรือหน้าสมุดบัญชี ทำให้ดูเหมือนขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อจริง
- แจ้งอนุมัติ: ส่งเอกสาร "อนุมัติสินเชื่อ" ที่มีตราประทับและลายเซ็นมาให้ อาจระบุเลขสัญญาด้วย
- ค่าใช้จ่ายครั้งแรก: "ก่อนโอนเงินกู้ ลูกค้าต้องชำระค่าทำสัญญา 1,500 บาทก่อนนะคะ เงินส่วนนี้จะคืนพร้อมยอดกู้"
- ค่าใช้จ่ายครั้งถัดไป: "ระบบตรวจพบว่าเลขบัญชีที่ลูกค้ากรอกผิดหนึ่งหลัก ยอดถูกระงับ ต้องชำระค่าปลดล็อก 3,000 บาท" หรือ "คะแนนเครดิตไม่ถึงเกณฑ์ ต้องวางเงินค้ำประกัน 20% ของวงเงิน"
- ขู่: ถ้าเหยื่อปฏิเสธ อาจถูกขู่ว่า "ถ้าไม่ชำระ จะถูกดำเนินคดีผิดสัญญา" หรือ "ข้อมูลจะถูกส่งเข้าแบล็กลิสต์"
ตัวอย่างข้อความ (เรียบเรียงใหม่): "เรียนลูกค้า สินเชื่อของท่านผ่านการอนุมัติแล้ว วงเงิน 80,000 บาท แต่เนื่องจากท่านกรอกเลขบัญชีไม่ตรงกับชื่อ ระบบจึงระงับยอดไว้ กรุณาชำระค่าแก้ไขข้อมูล 2,500 บาท ภายใน 30 นาที หากเกินเวลา ท่านจะถูกดำเนินคดีตามสัญญา"
สังเกตว่าเงินกู้ไม่เคยมาถึงจริง แต่จะมีค่าใช้จ่ายใหม่ทุกครั้ง และใช้คำว่า "ดำเนินคดี" เพื่อทำให้กลัว ทั้งที่ยังไม่มีการทำสัญญาที่ถูกต้องใด ๆ เกิดขึ้นเลย
สัญญาณเตือน: ข้อเสนอเงินกู้แบบไหนที่ควรถอยออกมา
- ขอให้โอนเงินก่อนได้รับเงินกู้ ไม่ว่าจะเรียกด้วยชื่ออะไร
- บัญชีที่ให้โอนเป็นชื่อบุคคล ไม่ใช่ชื่อบริษัท
- ติดต่อผ่าน LINE ส่วนตัวเท่านั้น ไม่มีสำนักงาน ไม่มีเว็บไซต์ทางการ หรือเว็บไซต์เพิ่งสร้างใหม่
- ให้ดาวน์โหลดแอปจากลิงก์ ไม่ใช่จากร้านแอปทางการ (ดูความเสี่ยงเรื่องแอปดูดเงิน ควบคุมเครื่องระยะไกล)
- สัญญาว่า "ไม่เช็คเครดิต อนุมัติทุกเคส" ทั้งที่ยังไม่รู้ข้อมูลการเงินของคุณ
- ไม่มีเอกสารแสดงอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการชำระคืนที่ชัดเจน
- แอปขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ รูปภาพ หรือข้อความในเครื่อง
- เร่งให้ตัดสินใจภายในไม่กี่นาที
- ขู่ว่าจะดำเนินคดีหรือขึ้นแบล็กลิสต์ ถ้าไม่ยอมจ่าย
ผู้ให้บริการที่ถูกต้องควรโอนเงินกู้เต็มจำนวนตามที่ตกลงในสัญญา และคิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การขอเงินล่วงหน้าเป็นสัญญาณอันตราย
วิธีเช็คผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับอนุญาต ทีละขั้น
ทำทุกขั้นก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัว ส่งรูปบัตร หรือติดตั้งแอป
- จดชื่อให้ครบสองชื่อ: ชื่อแอปหรือชื่อแบรนด์ที่ใช้โฆษณา และชื่อบริษัทผู้ให้บริการ (นิติบุคคล) ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมบอกชื่อบริษัท ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายแล้ว
- เช็คในหน้า "เช็กแอปเงินกู้" ของ ธปท.: เข้าเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย (bot.or.th) โดยพิมพ์ชื่อเว็บเอง ไม่กดจากลิงก์ในข้อความ แล้วค้นหาหน้า "เช็กแอปเงินกู้" ซึ่งรวบรวมรายชื่อแอปและผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูว่าชื่อแอปและชื่อบริษัทตรงกันทั้งคู่
- ใช้ระบบตรวจสอบใบอนุญาต: ธปท. มีระบบ "BOT License Check" สำหรับตรวจสอบใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท.
- โทรถาม 1213: ถ้าหาไม่เจอ หรือไม่แน่ใจ ให้โทรศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. ที่ 1213 ซึ่งให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนด้านบริการทางการเงิน
- เช็คช่องทางติดต่อ: แม้ชื่อจะตรงกับรายชื่อ ให้ติดต่อผ่านเบอร์และเว็บไซต์ที่ผู้ให้บริการประกาศไว้เองเท่านั้น และดาวน์โหลดแอปจากร้านแอปทางการ เพราะมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อผู้ให้บริการจริงได้
- เช็คเบอร์และบัญชี: ถ้ามีเบอร์โทรมาเสนอสินเชื่อ ให้เช็คเบอร์ และถ้าถูกขอให้โอนเงินเข้าบัญชีใด ให้ตรวจสอบบัญชีก่อนโอน
เรื่องพิโกไฟแนนซ์: ผู้ให้สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (พิโกไฟแนนซ์) ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ถ้าผู้ให้กู้อ้างว่าเป็นพิโกไฟแนนซ์ ให้ขอชื่อบริษัทและจังหวัดที่ได้รับอนุญาต แล้วตรวจสอบจากช่องทางทางการ หรือโทรสอบถาม 1213 เพื่อขอคำแนะนำว่าต้องตรวจสอบที่หน่วยงานใด
บันทึกไว้ก่อนกู้ (ใช้เป็นเช็คลิสต์):
ชื่อแอป/แบรนด์: ________
ชื่อบริษัท: ________
พบในรายชื่อของ ธปท. หรือไม่: ใช่ / ไม่ใช่
ช่องทางติดต่อทางการ: ________
ยอดกู้ที่จะได้รับจริง: ________ บาท
ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวม: ________
ต้องจ่ายเงินก่อนได้รับเงินกู้หรือไม่: ถ้า "ใช่" ให้หยุด
ถ้าโอนเงินไปแล้ว หรือส่งข้อมูลไปแล้ว: ทำอะไรตามสถานการณ์
สถานการณ์ ก: โอนค่าธรรมเนียมไปแล้ว ไม่ได้เงินกู้
- หยุดโอนเพิ่มทุกกรณี แม้จะถูกขู่ว่าจะดำเนินคดี
- บันทึกภาพหน้าจอแชท เอกสาร "อนุมัติ" ที่ได้รับ ชื่อและ ID บัญชี LINE ลิงก์เว็บไซต์ และสลิปการโอน
- ติดต่อธนาคารของคุณผ่านเบอร์ทางการ และโทรสายด่วน 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
- แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th หรือที่สถานีตำรวจ
- ทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน
สถานการณ์ ข: ส่งรูปบัตรประชาชน หรือรูปถ่ายคู่บัตรไปแล้ว
- แจ้งธนาคารที่คุณใช้ให้เฝ้าระวังการเปิดบัญชีหรือการขอสินเชื่อในชื่อคุณ
- ระวังสายที่โทรมาภายหลังโดยอ้างข้อมูลของคุณ เช่น อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ว่ามีคดี (ดูสายอ้างเป็นตำรวจหรือ DSI)
- เก็บหลักฐานว่าคุณส่งเอกสารให้ใคร เมื่อไหร่ เพื่อใช้ยืนยันหากมีการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด
สถานการณ์ ค: กู้จากแอปเถื่อนแล้ว ถูกทวงหนี้ด้วยการข่มขู่หรือส่งข้อความหาคนรู้จัก
- เก็บหลักฐานข้อความข่มขู่ การโทร และข้อความที่ส่งไปหาคนรู้จักทั้งหมด
- แจ้งคนใกล้ชิดล่วงหน้าว่าอาจมีข้อความแปลกส่งไปหา และขอให้ไม่โอนเงินหรือตอบโต้
- โทรสอบถาม 1213 เพื่อขอคำแนะนำ และพิจารณาแจ้งความ
- ถอนสิทธิ์การเข้าถึงรายชื่อ รูปภาพ และข้อความของแอปนั้นในการตั้งค่าเครื่อง
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางการเงิน และไม่ใช่การแนะนำผู้ให้บริการสินเชื่อรายใด สิทธิและหน้าที่ของคุณตามสัญญาเงินกู้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ควรปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. (1213) เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทนายความ
อ่านโฆษณาเงินกู้ให้ออก: คำที่ฟังดูดีแต่ควรตั้งคำถาม
โฆษณาเงินกู้ที่ส่งมาทาง SMS หรือขึ้นในโซเชียลมีเดียมักใช้คำชุดเดิม ลองเทียบคำโฆษณากับคำถามที่ควรถามกลับ
- "ไม่เช็คบูโร อนุมัติทุกอาชีพ" ถามกลับ: ถ้าไม่ดูประวัติการเงินเลย ผู้ให้กู้จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณผ่อนไหว และจะชดเชยความเสี่ยงนั้นด้วยอะไร คำตอบที่พบบ่อยคือดอกเบี้ยสูงมาก การทวงหนี้รุนแรง หรือไม่มีเงินกู้จริงตั้งแต่ต้น
- "อนุมัติใน 5 นาที โอนเข้าบัญชีทันที" ถามกลับ: ทำไมต้องรีบ ผู้ให้บริการที่ถูกต้องให้เวลาคุณอ่านสัญญาได้
- "ไม่ต้องใช้คนค้ำ ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน" ถามกลับ: แล้วทำไมจึงต้องขอรูปบัตรประชาชน รูปถ่ายคู่บัตร และสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ
- "ดอกเบี้ยต่ำ 0.5% เท่านั้น" ถามกลับ: ต่อวัน ต่อเดือน หรือต่อปี และมีค่าธรรมเนียมอื่นที่ไม่ได้รวมในตัวเลขนี้หรือไม่ ขอให้ระบุดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมเป็นลายลักษณ์อักษร
- "ได้รับอนุญาตถูกกฎหมาย" ถามกลับ: ชื่อบริษัทผู้ได้รับอนุญาตคืออะไร แล้วนำชื่อนั้นไปตรวจสอบในหน้า "เช็กแอปเงินกู้" ของ ธปท. หรือโทร 1213 ด้วยตัวเอง
- "รับเงินกู้เต็มจำนวน แค่ชำระค่าดำเนินการเล็กน้อยก่อน" ถามกลับ: ทำไมจึงหักจากยอดเงินกู้ไม่ได้ ถ้าต้องโอนเงินออกจากกระเป๋าคุณก่อนได้เงินกู้ ให้หยุด
คำถามเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณดูไม่สุภาพ ผู้ให้บริการที่ถูกต้องตอบได้ ถ้าอีกฝ่ายเลี่ยง ตอบไม่ตรง หรือเร่งให้ตัดสินใจ นั่นคือคำตอบแล้ว
ต้องการเงินด่วน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการกู้จากคนแปลกหน้า
บทความนี้ไม่ได้แนะนำผู้ให้บริการรายใด แต่มีหลักที่ช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อในช่วงที่ร้อนเงิน
- เริ่มจากสถาบันที่คุณมีบัญชีอยู่แล้ว: สอบถามธนาคารหรือสหกรณ์ที่คุณเป็นสมาชิก ผ่านสาขาหรือแอปทางการ
- คุยกับเจ้าหนี้เดิม: ถ้าที่ต้องการเงินเพราะหนี้ใกล้ครบกำหนด ลองขอปรับโครงสร้างหนี้หรือขยายเวลาก่อน ซึ่งอาจดีกว่าการกู้ใหม่ไปโปะ
- ขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ: ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. (1213) ให้คำปรึกษาด้านบริการทางการเงินได้
- ไม่กู้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้อีกที่: ถ้าถูกขอให้จ่ายค่าธรรมเนียมแล้วต้องไปกู้อีกแห่งมาจ่าย ให้หยุดตรงนั้น
คนที่ร้อนเงินมักถูกหลอกซ้ำได้ง่าย เพราะยิ่งเสียเงินไป ยิ่งต้องการเงินมากขึ้น การพักหายใจหนึ่งวันและโทรถามหน่วยงานทางการก่อน ช่วยป้องกันความเสียหายได้มาก
ป้องกันพ่อแม่และคนในบ้านจาก SMS เงินกู้
SMS และสายโทรชวนกู้เงินมักส่งแบบสุ่ม ผู้สูงอายุที่มีภาระหนี้หรือค่ารักษาอาจหลงเชื่อได้ ลองบอกท่านแบบนี้
"พ่อ ถ้ามีใครเสนอให้กู้เงินทาง SMS หรือไลน์ แล้วบอกให้โอนค่าอะไรก่อน ไม่ว่าจะเป็นค่าเอกสาร ค่าประกัน หรือค่าปลดล็อก แปลว่าหลอกแน่นอน ถ้าพ่ออยากกู้จริง บอกผมก่อน เดี๋ยวเราไปถามธนาคารด้วยกัน หรือโทรถาม 1213 ของแบงก์ชาติ"
- ช่วยลบ SMS ชวนกู้และบล็อกผู้ส่ง
- ปิดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จักในมือถือ Android ของท่าน
- ถ้ามีสายโทรเสนอสินเชื่อบ่อย ให้รายงานเบอร์เพื่อเตือนคนอื่น และใช้แอป SpamInThaiบน Android เพื่อให้ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีผู้ใช้รายงาน
ข้อมูลเบอร์ในระบบของเรามาจากรายงานของผู้ใช้ ไม่ใช่คำตัดสินว่าบุคคลหรือบริษัทใดกระทำผิด อ่านหลักการได้ที่นโยบายเนื้อหา หากเบอร์ของคุณถูกรายงานผิด ส่งคำขอได้ที่หน้าคำร้อง
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ให้กู้ที่ถูกกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมก่อนปล่อยกู้ไหม
สัญญาณที่ควรระวังมากคือการขอให้โอนเงินก่อนได้รับเงินกู้ ไม่ว่าจะเรียกว่าค่าธรรมเนียม ค่าประกัน ค่าค้ำ หรือค่าเปิดวงเงิน ผู้ให้บริการที่ถูกต้องควรแจ้งเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทำสัญญา ถ้าไม่แน่ใจ ให้สอบถามศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของ ธปท. ที่ 1213
เช็คอย่างไรว่าแอปเงินกู้ได้รับอนุญาต
ตรวจสอบชื่อแอปและชื่อบริษัทผู้ให้บริการในหน้า เช็กแอปเงินกู้ บนเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือใช้ระบบตรวจสอบใบอนุญาตของ ธปท. ถ้าไม่พบ หรือชื่อไม่ตรงกัน ให้โทรสอบถาม 1213 ก่อนกรอกข้อมูลใด ๆ
ชื่อแอปตรงกับรายชื่อ แต่ทักมาทาง LINE ให้กู้ เชื่อได้ไหม
ยังไม่ควรเชื่อ มิจฉาชีพมักแอบอ้างชื่อผู้ให้บริการจริง ให้ติดต่อผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการประกาศไว้บนเว็บไซต์ทางการหรือแอปที่ดาวน์โหลดจากร้านแอปทางการเท่านั้น ไม่ใช่ผ่านบัญชี LINE หรือลิงก์ที่มีคนส่งมา
โอนค่าธรรมเนียมไปแล้วแต่ไม่ได้เงินกู้ ทำอย่างไร
หยุดโอนเพิ่ม เก็บหลักฐานแชทและสลิปทั้งหมด ติดต่อธนาคารของคุณ โทรสายด่วน 1441 และแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th หรือสถานีตำรวจ
แอปเงินกู้ขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ ควรอนุญาตไหม
ไม่ควรอนุญาตถ้าไม่จำเป็นต่อการให้บริการ มีรายงานว่าแอปเงินกู้เถื่อนบางแอปนำรายชื่อผู้ติดต่อไปใช้ทวงหนี้หรือประจานต่อคนรู้จัก ก่อนติดตั้งแอปใด ให้ตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตก่อน
อ่านต่อ: แอปดูดเงิน ควบคุมเครื่องระยะไกล · ตรวจสอบบัญชีก่อนโอน · SMS ปลอมอ้างธนาคาร · โดนหลอกโอนเงิน ต้องทำอะไร