โทรมาอ้างเป็นร้านค้าออนไลน์ แจ้งสินค้ามีปัญหา จะคืนเงินให้ ขอให้แอดไลน์หรือสแกน QR: รู้ทันก่อนเงินหาย

คำตอบสั้น: ถ้ามีคนโทรมาบอกว่าเป็นร้านค้าออนไลน์หรือเจ้าหน้าที่แพลตฟอร์ม แจ้งว่าสินค้าที่คุณสั่งมีปัญหาและ "จะคืนเงินให้" แต่ขอให้แอดไลน์ สแกน QR กดลิงก์ หรือติดตั้งแอป ให้วางสายก่อน การคืนเงินจริงไม่ต้องให้คุณทำอะไรเหล่านี้ ให้เข้าแอปหรือเว็บที่คุณสั่งซื้อด้วยตัวเอง ดูหน้าคำสั่งซื้อ แล้วติดต่อร้านผ่านแชตในระบบเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจเบอร์ที่โทรมา ให้เช็คเบอร์ก่อน
สายแบบนี้คืออะไร ทำไมคนหลงเชื่อ
กลโกง "คืนเงินสินค้า" เป็นการแอบอ้างว่าเป็นฝ่ายร้านค้า ฝ่ายบริการลูกค้าของแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ หรือบางครั้งอ้างเป็นบริษัทขนส่ง เรื่องที่ใช้เปิดบทสนทนามักฟังดูเป็นข่าวดีหรือเป็นความผิดพลาดของร้าน เช่น สินค้าล็อตที่คุณสั่งมีตำหนิ ถูกเรียกคืน หรือระบบหักเงินซ้ำ จึงต้องคืนเงินให้
สิ่งที่ทำให้สายแบบนี้ได้ผลคือ คนส่วนใหญ่สั่งของออนไลน์บ่อยจนจำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง พอได้ยินว่า "ของที่สั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน" ก็เชื่อได้ง่าย อีกเหตุผลคือ เรื่องคืนเงินไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ากำลังจะเสียเงิน ระดับความระวังจึงต่ำกว่าสายที่ขู่เรื่องคดีหรือหนี้
บทความนี้เน้นเจาะลึกเฉพาะสาย "ร้านโทรมาคืนเงิน" ถ้าคุณเจอปัญหาซื้อของแล้วไม่ได้ของ ตั๋วปลอม หรือมัดจำแล้วเงียบ ดูภาพรวมได้ในบทความโดนโกงซื้อของออนไลน์
กลโกงทำงานอย่างไร ทีละขั้น
- สร้างความน่าเชื่อถือ ปลายสายเรียกชื่อคุณ บอกชื่อสินค้าหรือประเภทสินค้า บางรายบอกที่อยู่จัดส่งได้ด้วย ทำให้ดูเหมือนมีข้อมูลคำสั่งซื้อจริง
- แจ้งเรื่องที่ต้องรีบจัดการ เช่น "สินค้าล็อตนี้ถูกเรียกคืน ต้องคืนเงินภายในวันนี้" หรือ "ระบบหักเงินคุณสองครั้ง ถ้าไม่ยืนยันวันนี้ยอดจะถูกตัดเป็นรายเดือน"
- ย้ายคุณออกจากระบบของแพลตฟอร์ม ขั้นนี้สำคัญที่สุด ปลายสายจะขอให้แอดไลน์ "เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน" หรือส่งลิงก์มาทาง SMS อ้างว่าระบบในแอปคืนเงินไม่ได้ ต้องทำผ่านช่องทางพิเศษ
- ให้กรอกข้อมูลหรือทำรายการ รูปแบบที่พบบ่อยคือ ให้กรอกเลขบัญชี ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือเลขบัตรในฟอร์ม ให้สแกน QR ที่จริงเป็น QR จ่ายเงิน หรือให้ติดตั้งแอปที่ขอสิทธิ์ควบคุมเครื่อง
- สร้างเหตุให้โอนเพิ่ม ถ้าคุณโอนไปครั้งแรกแล้ว ปลายสายจะบอกว่า "ระบบผิดพลาด โอนกลับมาเกิน" หรือ "ต้องยืนยันยอดอีกรอบ" เพื่อให้โอนซ้ำ
ตัวอย่างบทสนทนา (เขียนขึ้นเพื่อให้เห็นภาพ)
บทสนทนาด้านล่างเป็นตัวอย่างที่เราเขียนขึ้นจากลักษณะที่ผู้ใช้เล่าไว้ในรายงาน ไม่ใช่การถอดเสียงจากสายจริง
- ปลายสาย: สวัสดีค่ะ คุณสมชายใช่ไหมคะ ติดต่อจากฝ่ายดูแลลูกค้าร้านค้าออนไลน์ค่ะ ครีมที่คุณสั่งไปล็อตนี้พบว่ามีปัญหา ทางร้านขอคืนเงินเต็มจำนวนค่ะ
- เหยื่อ: อ๋อ ครับ ต้องทำยังไงครับ
- ปลายสาย: ระบบในแอปคืนเงินอัตโนมัติไม่ได้ค่ะ รบกวนแอดไลน์ฝ่ายการเงินตามไอดีที่ส่งให้ทาง SMS เจ้าหน้าที่จะส่ง QR ให้สแกนยืนยันตัวตนค่ะ
- เหยื่อ (ในไลน์): สแกนแล้วขึ้นหน้าโอนเงินครับ
- ปลายสาย: ไม่ต้องกังวลค่ะ เป็นยอดยืนยันบัญชี เดี๋ยวระบบคืนให้พร้อมเงินคืนสินค้าค่ะ
จุดที่ควรหยุดตั้งแต่ต้นคือประโยค "ระบบในแอปคืนเงินไม่ได้ ต้องแอดไลน์" เพราะแพลตฟอร์มที่มีระบบคืนเงินจะไม่ให้ลูกค้าออกไปทำนอกระบบ และจุดที่สองคือ "สแกนแล้วขึ้นหน้าโอนเงิน" การรับเงินไม่มีทางต้องกดยืนยันการโอนออกจากบัญชีของคุณ
สัญญาณอันตรายที่ต้องวางสายทันที
- ขอให้คุยต่อในไลน์ส่วนตัว เทเลแกรม หรือแชตอื่นที่ไม่ใช่แชตในแอปที่คุณสั่งซื้อ
- ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลบัญชี เลขบัตร รหัสผ่าน หรือ OTP เพื่อ "รับเงินคืน"
- ให้สแกน QR เพื่อรับเงิน หรือบอกว่า "สแกนเพื่อยืนยันตัวตน"
- ให้ติดตั้งแอปจากลิงก์ ไม่ใช่จาก Google Play หรือ App Store หรือขอให้แชร์หน้าจอ
- ให้โอนเงิน "ค่ายืนยันบัญชี" "ค่าปลดล็อกระบบ" หรือ "เงินประกัน" ก่อนรับเงินคืน
- บอกว่ายอดเงินคืนโอนเกินมา ขอให้คุณโอนส่วนต่างกลับ ทั้งที่เงินไม่ได้เข้าบัญชีคุณจริง
- เร่งให้ทำทันที ห้ามวางสาย หรือบอกว่าถ้าไม่ทำวันนี้จะถูกหักเงินรายเดือน
- โทรมาจากเบอร์มือถือธรรมดา แล้วอ้างว่าเป็นฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของแพลตฟอร์มใหญ่
กฎเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี: เงินเข้าบัญชีคุณ ไม่ต้องใช้ OTP ไม่ต้องสแกน และไม่ต้องจ่ายอะไรก่อน ถ้าขั้นตอนไหนให้คุณทำสามอย่างนี้ แปลว่าเงินกำลังจะออกจากบัญชีคุณ ไม่ใช่เข้า
วิธีเช็คว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แบบไม่ต้องเสี่ยง
- วางสายก่อน บอกสั้นๆ ว่า "เดี๋ยวเช็คในแอปเองครับ" ไม่ต้องอธิบายหรือโต้เถียง ร้านจริงจะไม่มีปัญหากับคำตอบนี้
- เปิดแอปหรือเว็บที่สั่งซื้อด้วยตัวเอง ไม่กดจากลิงก์ใน SMS หรือแชต ไปที่หน้าคำสั่งซื้อของฉัน ดูว่ามีสถานะคืนเงิน ยกเลิก หรือข้อความจากร้านหรือไม่
- ทักร้านผ่านแชตในแอป ถามตรงๆ ว่า "มีเจ้าหน้าที่โทรมาเรื่องคืนเงินคำสั่งซื้อนี้ใช่ไหม" ถ้าร้านไม่รู้เรื่อง ก็ชัดเจนแล้ว
- ดูช่องทางคืนเงินที่แพลตฟอร์มแจ้งไว้ โดยทั่วไปเงินคืนจะกลับไปยังช่องทางที่จ่ายไว้ หรือเข้ากระเป๋าเงินในแอป ไม่ใช่ให้ลูกค้าส่งเลขบัญชีให้ใครทางไลน์
- เช็คเบอร์ที่โทรมา ค้นที่ spaminthai.com/check ดูว่ามีคนรายงานลักษณะคล้ายกันหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีรายงานก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะเบอร์ใหม่ยังไม่มีใครรายงาน
- ถ้าปลายสายอ้างว่าเป็นธนาคารร่วมด้วย ให้โทรหาธนาคารตามเบอร์หลังบัตรหรือในแอปธนาคารเอง อย่าใช้เบอร์ที่ปลายสายให้มา
พลาดไปแล้ว ทำอย่างไร (แยกตามสถานการณ์)
- แค่คุยโทรศัพท์ ยังไม่ได้ทำอะไร: โดยทั่วไปยังไม่เสียหาย แต่ปลายสายรู้แล้วว่าเบอร์คุณใช้งานอยู่และสนใจเรื่องคืนเงิน อาจมีสายตามมาอีกในชื่ออื่น ให้รายงานเบอร์และบอกคนในบ้านให้ระวัง
- แอดไลน์ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้กรอกหรือโอน: บล็อกบัญชีนั้น อย่ากดลิงก์หรือไฟล์ที่ส่งมา ถ้าส่งรูปบัตรหรือข้อมูลส่วนตัวไปแล้ว ให้ระวังสายที่อ้างข้อมูลนั้นในภายหลัง
- กรอกรหัสผ่านหรือข้อมูลบัญชีในลิงก์: เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีที่เกี่ยวข้องทันที ทั้งแอปซื้อของ อีเมล และแอปธนาคาร เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น แล้วตรวจรายการเคลื่อนไหวย้อนหลัง
- กรอกเลขบัตรหรือให้ OTP: โทรหาธนาคารตามเบอร์หลังบัตรเพื่ออายัดบัตรทันที แจ้งว่าอาจมีรายการที่คุณไม่ได้ทำ
- ติดตั้งแอปหรือแชร์หน้าจอ: ปิดอินเทอร์เน็ตและ Wi-Fi ทันที ใช้เครื่องอื่นโทรหาธนาคาร ลบแอปที่ติดตั้ง ดูรายละเอียดเพิ่มในบทความแอปควบคุมเครื่องระยะไกล
- สแกน QR หรือโอนเงินไปแล้ว: โทรสายด่วน 1441 ของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือแจ้งธนาคารของคุณให้เร็วที่สุด แล้วแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th ทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน
หลักฐานที่ควรเก็บไว้ก่อนลบอะไรทิ้ง ได้แก่ ภาพหน้าจอประวัติการโทร ภาพแชตไลน์พร้อมชื่อบัญชีและไอดี ลิงก์ที่ได้รับ (ไม่ต้องกดซ้ำ) สลิปหรือรายการโอนในแอปธนาคาร และเลขคำสั่งซื้อจริงที่ปลายสายอ้างถึง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน ขั้นตอนการอายัดบัญชีและการติดตามเงินคืนขึ้นอยู่กับธนาคารและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี
เช็กลิสต์ 6 ข้อ เมื่อได้รับสาย "คืนเงิน"
บันทึกข้อนี้ไว้ในโน้ตโทรศัพท์ หรือส่งให้คนในบ้าน ถ้าตอบว่า "ใช่" แม้แต่ข้อเดียว ให้หยุดและเช็คในแอปเอง
- ปลายสายขอให้ฉันออกจากแอปที่สั่งซื้อ ไปคุยในไลน์หรือแชตอื่น ใช่หรือไม่
- มีลิงก์ให้กดหรือฟอร์มให้กรอกข้อมูลบัญชี ใช่หรือไม่
- มี QR ให้สแกน ทั้งที่ฉันเป็นฝ่ายรับเงิน ใช่หรือไม่
- มีการขอ OTP รหัสผ่าน หรือเลขหลังบัตร ใช่หรือไม่
- มีการให้ติดตั้งแอปหรือแชร์หน้าจอ ใช่หรือไม่
- มีการเร่งเวลา ห้ามวางสาย หรือขู่ว่าจะถูกหักเงิน ใช่หรือไม่
สอนพ่อแม่และคนในบ้าน: ประโยคเดียวที่ใช้ได้
ผู้สูงอายุหลายคนไม่ได้สั่งของออนไลน์เอง แต่ลูกหลานใช้ชื่อและที่อยู่ของท่านในการรับของ จึงอาจได้รับสายแบบนี้ได้เช่นกัน วิธีที่ได้ผลคือให้ท่านจำประโยคตอบเดียว ไม่ต้องจำรายละเอียดกลโกง
- ประโยคที่ให้พูด: "เรื่องของออนไลน์ ลูกเป็นคนจัดการ เดี๋ยวให้ลูกโทรกลับนะ" แล้ววางสาย
- ตกลงกันล่วงหน้า: ถ้ามีใครโทรมาเรื่องของออนไลน์ คืนเงิน หรือพัสดุ ให้ท่านส่งข้อความหรือโทรบอกลูกก่อนทำอะไรทุกครั้ง
- ตั้งค่าโทรศัพท์ให้ท่าน: ปิดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และติดตั้งแอป SpamInThaiที่ขึ้นเตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน
- ทำลายฉลากพัสดุ: ฉลากหน้ากล่องมีชื่อ เบอร์ และที่อยู่ ควรฉีกหรือขีดทับก่อนทิ้ง เพื่อลดข้อมูลที่ใครก็หยิบไปใช้ได้
ดูวิธีคุยเรื่องภัยโทรศัพท์กับผู้สูงอายุแบบละเอียดได้ในคู่มือป้องกันพ่อแม่จากมิจฉาชีพ
ร้านจริงติดต่อลูกค้าเรื่องคืนเงินอย่างไร
เพื่อแยกสายจริงกับสายปลอมได้ง่ายขึ้น ให้รู้ไว้ว่าการคืนเงินที่เกิดขึ้นจริงมักมีลักษณะเหล่านี้
- มีร่องรอยในระบบเสมอ คำสั่งซื้อจะขึ้นสถานะยกเลิก คืนสินค้า หรือคืนเงิน และมักมีการแจ้งเตือนในแอปหรืออีเมลที่ผูกกับบัญชีของคุณ
- ร้านคุยผ่านแชตในแอป ร้านบนแพลตฟอร์มมีช่องแชตกับลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าร้านโทรมาจริง ก็ควรยืนยันในแชตนั้นได้
- คุณไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม ไม่มีค่าธรรมเนียมคืนเงิน ไม่มีค่ายืนยันบัญชี และไม่ต้องโอนยอดใดก่อน
- คุณเลือกเวลาได้ ร้านจริงไม่บังคับให้ทำภายในไม่กี่นาที คุณวางสายไปเช็คเองแล้วกลับมาคุยภายหลังได้
ถ้าคุณซื้อของนอกแพลตฟอร์ม เช่น สั่งผ่านเพจหรือไลน์ของร้านโดยตรง ให้ติดต่อกลับผ่านช่องทางเดิมที่คุณเคยคุยกับร้านไว้ อย่าเชื่อไอดีใหม่ที่ส่งมาทาง SMS และถ้าร้านจะโอนคืน คุณเป็นฝ่ายรอรับเงินเข้าบัญชี แล้วเช็คยอดในแอปธนาคารเอง
เรื่องที่มักเข้าใจผิด
- "เขารู้ชื่อและที่อยู่ แปลว่าเป็นร้านจริง" ไม่จริงเสมอไป ข้อมูลเหล่านี้หาได้จากฉลากพัสดุหรือข้อมูลที่รั่วไหล ร้านจริงจะให้คุณเช็คในแอปได้เสมอ
- "เบอร์ที่โทรมาไม่มีใครรายงาน แปลว่าปลอดภัย" ไม่ใช่ เบอร์ที่เพิ่งเปิดยังไม่มีรายงาน ให้ดูที่พฤติกรรมของปลายสายเป็นหลัก
- "แค่สแกน QR ไม่ได้กดโอน คงไม่เป็นไร" การสแกนอย่างเดียวยังไม่ตัดเงิน แต่หน้าจอถัดไปมักเป็นหน้ายืนยันการโอนที่ถูกพูดหลอกว่าเป็น "การยืนยันตัวตน" ถ้าเห็นหน้าโอนเงิน ให้ยกเลิกทันที
- "คืนเงินจริงต้องให้เลขบัญชี" ถ้าคุณจ่ายผ่านแพลตฟอร์ม เงินคืนมักกลับช่องทางเดิมหรือเข้ากระเป๋าเงินในแอป การให้เลขบัญชีกับคนที่โทรมาจึงไม่จำเป็น และไม่ควรให้ทางไลน์
ถ้าคุณเพิ่งรับสายแบบนี้มา การรายงานเบอร์สั้นๆ ว่าปลายสายอ้างอะไรและขอให้ทำอะไร จะช่วยให้คนถัดไปเห็นคำเตือนก่อนรับสาย ข้อมูลที่รายงานควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวของคุณ อ่านแนวทางได้ที่นโยบายเนื้อหา
คำถามที่พบบ่อย
ร้านค้าออนไลน์โทรมาบอกจะคืนเงิน เป็นไปได้ไหม
เป็นไปได้ที่ร้านจะติดต่อลูกค้า แต่การคืนเงินจริงบนแพลตฟอร์มจะทำผ่านระบบคำสั่งซื้อหรือคืนเข้าช่องทางที่จ่ายเงินไว้ ไม่ต้องแอดไลน์ ไม่ต้องสแกน QR และไม่ต้องกรอกเลขบัตรหรือ OTP ในลิงก์ใดๆ
มิจฉาชีพรู้ได้อย่างไรว่าเราสั่งของอะไร
ข้อมูลอาจรั่วจากหลายทาง เช่น ฉลากพัสดุที่ทิ้งไปโดยไม่ทำลาย การกรอกข้อมูลในเว็บปลอม หรือการสุ่มพูดกว้างๆ แล้วให้เหยื่อเล่าเอง การที่ปลายสายรู้ชื่อและที่อยู่จึงไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นร้านจริง
สแกน QR เพื่อรับเงินคืนได้ไหม
การรับเงินไม่จำเป็นต้องสแกนอะไรเลย QR ที่ปลายสายส่งมามักเป็น QR สำหรับจ่ายเงินหรือพาไปหน้าเว็บที่ขอข้อมูลบัญชี ถ้ามีคนบอกให้สแกนเพื่อรับเงิน ให้ถือว่าผิดปกติและหยุดทันที
ถ้าติดตั้งแอปตามที่ปลายสายบอกไปแล้ว ต้องทำอะไร
ปิดอินเทอร์เน็ตและ Wi-Fi ทันที ใช้เครื่องอื่นโทรหาธนาคารตามเบอร์หลังบัตรเพื่อระงับการใช้งาน แล้วลบแอปที่ติดตั้ง ถ้ามีเงินหายให้โทร 1441 และแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th
ควรรายงานเบอร์ที่โทรมาไหม
ควรรายงานที่ SpamInThai เพื่อให้คนอื่นเห็นก่อนรับสาย โดยเล่าเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เช่น อ้างเป็นร้านค้า ขอให้แอดไลน์ ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวของคุณ
อ่านต่อ: โดนโกงซื้อของออนไลน์ ตั๋วปลอม มัดจำแล้วเงียบ · SMS พัสดุตกค้าง · QR code ปลอม · แอปปลอมควบคุมเครื่อง