หน้าแรก · บทความ

โทรมาอ้างเป็นร้านค้าออนไลน์ แจ้งสินค้ามีปัญหา จะคืนเงินให้ ขอให้แอดไลน์หรือสแกน QR: รู้ทันก่อนเงินหาย

เผยแพร่ 3 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

โทรมาอ้างเป็นร้านค้าออนไลน์ แจ้งสินค้ามีปัญหา จะคืนเงินให้ ขอให้แอดไลน์หรือสแกน QR: รู้ทันก่อนเงินหาย

คำตอบสั้น: ถ้ามีคนโทรมาบอกว่าเป็นร้านค้าออนไลน์หรือเจ้าหน้าที่แพลตฟอร์ม แจ้งว่าสินค้าที่คุณสั่งมีปัญหาและ "จะคืนเงินให้" แต่ขอให้แอดไลน์ สแกน QR กดลิงก์ หรือติดตั้งแอป ให้วางสายก่อน การคืนเงินจริงไม่ต้องให้คุณทำอะไรเหล่านี้ ให้เข้าแอปหรือเว็บที่คุณสั่งซื้อด้วยตัวเอง ดูหน้าคำสั่งซื้อ แล้วติดต่อร้านผ่านแชตในระบบเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจเบอร์ที่โทรมา ให้เช็คเบอร์ก่อน

สายแบบนี้คืออะไร ทำไมคนหลงเชื่อ

กลโกง "คืนเงินสินค้า" เป็นการแอบอ้างว่าเป็นฝ่ายร้านค้า ฝ่ายบริการลูกค้าของแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ หรือบางครั้งอ้างเป็นบริษัทขนส่ง เรื่องที่ใช้เปิดบทสนทนามักฟังดูเป็นข่าวดีหรือเป็นความผิดพลาดของร้าน เช่น สินค้าล็อตที่คุณสั่งมีตำหนิ ถูกเรียกคืน หรือระบบหักเงินซ้ำ จึงต้องคืนเงินให้

สิ่งที่ทำให้สายแบบนี้ได้ผลคือ คนส่วนใหญ่สั่งของออนไลน์บ่อยจนจำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง พอได้ยินว่า "ของที่สั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน" ก็เชื่อได้ง่าย อีกเหตุผลคือ เรื่องคืนเงินไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ากำลังจะเสียเงิน ระดับความระวังจึงต่ำกว่าสายที่ขู่เรื่องคดีหรือหนี้

บทความนี้เน้นเจาะลึกเฉพาะสาย "ร้านโทรมาคืนเงิน" ถ้าคุณเจอปัญหาซื้อของแล้วไม่ได้ของ ตั๋วปลอม หรือมัดจำแล้วเงียบ ดูภาพรวมได้ในบทความโดนโกงซื้อของออนไลน์

กลโกงทำงานอย่างไร ทีละขั้น

  1. สร้างความน่าเชื่อถือ ปลายสายเรียกชื่อคุณ บอกชื่อสินค้าหรือประเภทสินค้า บางรายบอกที่อยู่จัดส่งได้ด้วย ทำให้ดูเหมือนมีข้อมูลคำสั่งซื้อจริง
  2. แจ้งเรื่องที่ต้องรีบจัดการ เช่น "สินค้าล็อตนี้ถูกเรียกคืน ต้องคืนเงินภายในวันนี้" หรือ "ระบบหักเงินคุณสองครั้ง ถ้าไม่ยืนยันวันนี้ยอดจะถูกตัดเป็นรายเดือน"
  3. ย้ายคุณออกจากระบบของแพลตฟอร์ม ขั้นนี้สำคัญที่สุด ปลายสายจะขอให้แอดไลน์ "เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน" หรือส่งลิงก์มาทาง SMS อ้างว่าระบบในแอปคืนเงินไม่ได้ ต้องทำผ่านช่องทางพิเศษ
  4. ให้กรอกข้อมูลหรือทำรายการ รูปแบบที่พบบ่อยคือ ให้กรอกเลขบัญชี ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือเลขบัตรในฟอร์ม ให้สแกน QR ที่จริงเป็น QR จ่ายเงิน หรือให้ติดตั้งแอปที่ขอสิทธิ์ควบคุมเครื่อง
  5. สร้างเหตุให้โอนเพิ่ม ถ้าคุณโอนไปครั้งแรกแล้ว ปลายสายจะบอกว่า "ระบบผิดพลาด โอนกลับมาเกิน" หรือ "ต้องยืนยันยอดอีกรอบ" เพื่อให้โอนซ้ำ

ตัวอย่างบทสนทนา (เขียนขึ้นเพื่อให้เห็นภาพ)

บทสนทนาด้านล่างเป็นตัวอย่างที่เราเขียนขึ้นจากลักษณะที่ผู้ใช้เล่าไว้ในรายงาน ไม่ใช่การถอดเสียงจากสายจริง

จุดที่ควรหยุดตั้งแต่ต้นคือประโยค "ระบบในแอปคืนเงินไม่ได้ ต้องแอดไลน์" เพราะแพลตฟอร์มที่มีระบบคืนเงินจะไม่ให้ลูกค้าออกไปทำนอกระบบ และจุดที่สองคือ "สแกนแล้วขึ้นหน้าโอนเงิน" การรับเงินไม่มีทางต้องกดยืนยันการโอนออกจากบัญชีของคุณ

สัญญาณอันตรายที่ต้องวางสายทันที

กฎเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี: เงินเข้าบัญชีคุณ ไม่ต้องใช้ OTP ไม่ต้องสแกน และไม่ต้องจ่ายอะไรก่อน ถ้าขั้นตอนไหนให้คุณทำสามอย่างนี้ แปลว่าเงินกำลังจะออกจากบัญชีคุณ ไม่ใช่เข้า

วิธีเช็คว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แบบไม่ต้องเสี่ยง

  1. วางสายก่อน บอกสั้นๆ ว่า "เดี๋ยวเช็คในแอปเองครับ" ไม่ต้องอธิบายหรือโต้เถียง ร้านจริงจะไม่มีปัญหากับคำตอบนี้
  2. เปิดแอปหรือเว็บที่สั่งซื้อด้วยตัวเอง ไม่กดจากลิงก์ใน SMS หรือแชต ไปที่หน้าคำสั่งซื้อของฉัน ดูว่ามีสถานะคืนเงิน ยกเลิก หรือข้อความจากร้านหรือไม่
  3. ทักร้านผ่านแชตในแอป ถามตรงๆ ว่า "มีเจ้าหน้าที่โทรมาเรื่องคืนเงินคำสั่งซื้อนี้ใช่ไหม" ถ้าร้านไม่รู้เรื่อง ก็ชัดเจนแล้ว
  4. ดูช่องทางคืนเงินที่แพลตฟอร์มแจ้งไว้ โดยทั่วไปเงินคืนจะกลับไปยังช่องทางที่จ่ายไว้ หรือเข้ากระเป๋าเงินในแอป ไม่ใช่ให้ลูกค้าส่งเลขบัญชีให้ใครทางไลน์
  5. เช็คเบอร์ที่โทรมา ค้นที่ spaminthai.com/check ดูว่ามีคนรายงานลักษณะคล้ายกันหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีรายงานก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะเบอร์ใหม่ยังไม่มีใครรายงาน
  6. ถ้าปลายสายอ้างว่าเป็นธนาคารร่วมด้วย ให้โทรหาธนาคารตามเบอร์หลังบัตรหรือในแอปธนาคารเอง อย่าใช้เบอร์ที่ปลายสายให้มา

พลาดไปแล้ว ทำอย่างไร (แยกตามสถานการณ์)

หลักฐานที่ควรเก็บไว้ก่อนลบอะไรทิ้ง ได้แก่ ภาพหน้าจอประวัติการโทร ภาพแชตไลน์พร้อมชื่อบัญชีและไอดี ลิงก์ที่ได้รับ (ไม่ต้องกดซ้ำ) สลิปหรือรายการโอนในแอปธนาคาร และเลขคำสั่งซื้อจริงที่ปลายสายอ้างถึง

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน ขั้นตอนการอายัดบัญชีและการติดตามเงินคืนขึ้นอยู่กับธนาคารและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี

เช็กลิสต์ 6 ข้อ เมื่อได้รับสาย "คืนเงิน"

บันทึกข้อนี้ไว้ในโน้ตโทรศัพท์ หรือส่งให้คนในบ้าน ถ้าตอบว่า "ใช่" แม้แต่ข้อเดียว ให้หยุดและเช็คในแอปเอง

  1. ปลายสายขอให้ฉันออกจากแอปที่สั่งซื้อ ไปคุยในไลน์หรือแชตอื่น ใช่หรือไม่
  2. มีลิงก์ให้กดหรือฟอร์มให้กรอกข้อมูลบัญชี ใช่หรือไม่
  3. มี QR ให้สแกน ทั้งที่ฉันเป็นฝ่ายรับเงิน ใช่หรือไม่
  4. มีการขอ OTP รหัสผ่าน หรือเลขหลังบัตร ใช่หรือไม่
  5. มีการให้ติดตั้งแอปหรือแชร์หน้าจอ ใช่หรือไม่
  6. มีการเร่งเวลา ห้ามวางสาย หรือขู่ว่าจะถูกหักเงิน ใช่หรือไม่

สอนพ่อแม่และคนในบ้าน: ประโยคเดียวที่ใช้ได้

ผู้สูงอายุหลายคนไม่ได้สั่งของออนไลน์เอง แต่ลูกหลานใช้ชื่อและที่อยู่ของท่านในการรับของ จึงอาจได้รับสายแบบนี้ได้เช่นกัน วิธีที่ได้ผลคือให้ท่านจำประโยคตอบเดียว ไม่ต้องจำรายละเอียดกลโกง

ดูวิธีคุยเรื่องภัยโทรศัพท์กับผู้สูงอายุแบบละเอียดได้ในคู่มือป้องกันพ่อแม่จากมิจฉาชีพ

ร้านจริงติดต่อลูกค้าเรื่องคืนเงินอย่างไร

เพื่อแยกสายจริงกับสายปลอมได้ง่ายขึ้น ให้รู้ไว้ว่าการคืนเงินที่เกิดขึ้นจริงมักมีลักษณะเหล่านี้

ถ้าคุณซื้อของนอกแพลตฟอร์ม เช่น สั่งผ่านเพจหรือไลน์ของร้านโดยตรง ให้ติดต่อกลับผ่านช่องทางเดิมที่คุณเคยคุยกับร้านไว้ อย่าเชื่อไอดีใหม่ที่ส่งมาทาง SMS และถ้าร้านจะโอนคืน คุณเป็นฝ่ายรอรับเงินเข้าบัญชี แล้วเช็คยอดในแอปธนาคารเอง

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

ถ้าคุณเพิ่งรับสายแบบนี้มา การรายงานเบอร์สั้นๆ ว่าปลายสายอ้างอะไรและขอให้ทำอะไร จะช่วยให้คนถัดไปเห็นคำเตือนก่อนรับสาย ข้อมูลที่รายงานควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวของคุณ อ่านแนวทางได้ที่นโยบายเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อย

ร้านค้าออนไลน์โทรมาบอกจะคืนเงิน เป็นไปได้ไหม

เป็นไปได้ที่ร้านจะติดต่อลูกค้า แต่การคืนเงินจริงบนแพลตฟอร์มจะทำผ่านระบบคำสั่งซื้อหรือคืนเข้าช่องทางที่จ่ายเงินไว้ ไม่ต้องแอดไลน์ ไม่ต้องสแกน QR และไม่ต้องกรอกเลขบัตรหรือ OTP ในลิงก์ใดๆ

มิจฉาชีพรู้ได้อย่างไรว่าเราสั่งของอะไร

ข้อมูลอาจรั่วจากหลายทาง เช่น ฉลากพัสดุที่ทิ้งไปโดยไม่ทำลาย การกรอกข้อมูลในเว็บปลอม หรือการสุ่มพูดกว้างๆ แล้วให้เหยื่อเล่าเอง การที่ปลายสายรู้ชื่อและที่อยู่จึงไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นร้านจริง

สแกน QR เพื่อรับเงินคืนได้ไหม

การรับเงินไม่จำเป็นต้องสแกนอะไรเลย QR ที่ปลายสายส่งมามักเป็น QR สำหรับจ่ายเงินหรือพาไปหน้าเว็บที่ขอข้อมูลบัญชี ถ้ามีคนบอกให้สแกนเพื่อรับเงิน ให้ถือว่าผิดปกติและหยุดทันที

ถ้าติดตั้งแอปตามที่ปลายสายบอกไปแล้ว ต้องทำอะไร

ปิดอินเทอร์เน็ตและ Wi-Fi ทันที ใช้เครื่องอื่นโทรหาธนาคารตามเบอร์หลังบัตรเพื่อระงับการใช้งาน แล้วลบแอปที่ติดตั้ง ถ้ามีเงินหายให้โทร 1441 และแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th

ควรรายงานเบอร์ที่โทรมาไหม

ควรรายงานที่ SpamInThai เพื่อให้คนอื่นเห็นก่อนรับสาย โดยเล่าเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เช่น อ้างเป็นร้านค้า ขอให้แอดไลน์ ไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวของคุณ

อ่านต่อ: โดนโกงซื้อของออนไลน์ ตั๋วปลอม มัดจำแล้วเงียบ · SMS พัสดุตกค้าง · QR code ปลอม · แอปปลอมควบคุมเครื่อง