จะเลิกใช้หรือเปลี่ยนเบอร์มือถือ ต้องย้ายอะไรบ้าง: ธนาคาร พร้อมเพย์ LINE อีเมล และแอปรัฐ ก่อนเบอร์เก่าถูกนำไปเปิดใช้ใหม่

คำตอบสั้น: ก่อนเลิกใช้เบอร์มือถือ ให้ย้ายทุกบริการที่ผูกกับเบอร์เดิมไปยังเบอร์ใหม่ให้เสร็จก่อน โดยเริ่มจากแอปธนาคารและพร้อมเพย์ ตามด้วยบัตรเครดิต อีเมล LINE Facebook วอลเล็ต และแอปของรัฐ แล้วค่อยยกเลิกเบอร์เดิม เพราะเบอร์ที่ถูกยกเลิกหรือซิมเติมเงินที่หมดวันใช้งานจนถูกเลิกสัญญา อาจถูกค่ายนำกลับไปให้ผู้ใช้รายใหม่ คนที่ได้เบอร์ต่อจากคุณจะได้รับ OTP และ SMS ที่ยังส่งมาที่เบอร์นั้นทั้งหมด ส่วนคุณอาจถูกล็อกออกจากบัญชีของตัวเอง
ทำไมการทิ้งเบอร์เก่าโดยไม่ย้ายบัญชีถึงเสี่ยง
หลายคนคิดว่าเบอร์มือถือเป็นแค่ช่องทางให้คนโทรหา แต่ทุกวันนี้เบอร์มือถือทำหน้าที่เหมือน "กุญแจสำรอง" ของชีวิตดิจิทัล ธนาคารส่ง OTP ยืนยันรายการไปที่เบอร์นี้ อีเมลและ Facebook ใช้เบอร์นี้กู้รหัสผ่าน LINE ใช้เบอร์นี้ยืนยันตอนเข้าเครื่องใหม่ และพร้อมเพย์ใช้เบอร์นี้เป็นเลขรับเงินแทนเลขบัญชี
ปัญหาคือเบอร์มือถือไม่ได้เป็นของเราตลอดไป เบอร์เป็นทรัพยากรที่ค่ายมือถือบริหารและนำกลับมาหมุนเวียนได้ เมื่อเบอร์ถูกยกเลิก ไม่ว่าจะเพราะเราแจ้งยกเลิกเอง ไม่จ่ายค่าบริการรายเดือน หรือซิมเติมเงินหมดวันใช้งานจนค่ายเลิกสัญญา เบอร์นั้นอาจถูกนำไปเปิดให้คนอื่นใช้ในภายหลัง สื่อที่รายงานหลักเกณฑ์ซิมเติมเงินของ กสทช. ก็ระบุตรงกันว่าเบอร์ที่ถูกยกเลิกจะถูกนำไปหมุนเวียนให้บริการต่อ
เมื่อเบอร์ไปอยู่กับคนใหม่ อาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้
- คุณถูกล็อกออกจากบัญชี วันที่เปลี่ยนมือถือหรือลืมรหัส ระบบจะส่งรหัสยืนยันไปที่เบอร์เก่าที่ไม่ใช่ของคุณแล้ว
- เงินโอนเข้าผิดคน ถ้าพร้อมเพย์ของคุณยังผูกเบอร์เก่า คนที่โอนให้คุณด้วยเบอร์ใหม่จะโอนไม่ได้ และถ้าเจ้าของเบอร์คนใหม่ไปผูกพร้อมเพย์เมื่อเบอร์ว่าง เงินที่คนอื่นตั้งใจโอนให้คุณผ่านเบอร์เดิมอาจไปเข้าบัญชีเขา
- ข้อมูลส่วนตัวรั่ว SMS แจ้งยอดบัตรเครดิต แจ้งพัสดุ นัดหมายโรงพยาบาล หรือข้อความจากที่ทำงาน อาจไปถึงคนที่คุณไม่รู้จัก
- เปิดช่องให้ยึดบัญชี ถ้าคนที่ได้เบอร์ไม่สุจริต เขาอาจลองกด "ลืมรหัสผ่าน" ในบริการยอดนิยมเพื่อดูว่าเบอร์นี้ผูกกับบัญชีอะไรอยู่บ้าง
สถานการณ์นี้ต่างจากการโดนซิมสวอป ซึ่งเป็นการที่มิจฉาชีพไปออกซิมใหม่ในเบอร์ที่คุณยังใช้อยู่ (อ่านเพิ่มที่ซิมสวอปคืออะไร) ในกรณีเบอร์รีไซเคิล ไม่มีใครทำผิดกฎ คนที่ได้เบอร์ต่ออาจเป็นผู้ใช้ธรรมดาที่ซื้อซิมมาอย่างถูกต้อง ความเสี่ยงเกิดจากการที่เราลืมย้ายบัญชีเอง จึงป้องกันได้ทั้งหมดถ้าทำตามลำดับ
ซิมเติมเงินที่ไม่ได้ใช้ หายไปได้โดยไม่รู้ตัว
คนจำนวนมากไม่ได้ตั้งใจเลิกใช้เบอร์ แต่มีซิมเติมเงินเบอร์เก่าวางไว้ในลิ้นชัก หรือใส่ไว้ในมือถือเครื่องเก่าที่ไม่ได้เปิด เบอร์แบบนี้มีวันใช้งานจำกัด เมื่อวันใช้งานหมดและไม่มีการเติมเงิน ค่ายสามารถยกเลิกเบอร์ได้
ตามที่สื่อรายงาน ตั้งแต่ 14 พฤษภาคม 2569 กสทช. มีหลักเกณฑ์ให้ค่ายต่ออายุซิมเติมเงินอัตโนมัติโดยหักจากยอดเงินคงเหลือได้จำนวนรอบจำกัด และต้องส่ง SMS แจ้งก่อนหัก แต่ถ้าเงินคงเหลือไม่พอหรือครบจำนวนรอบแล้วยังไม่เติมเงิน ค่ายจะเลิกสัญญาและเบอร์จะถูกยกเลิก หลักเกณฑ์นี้จึงแค่ยืดเวลา ไม่ได้ทำให้เบอร์อยู่กับเราตลอดไป รายละเอียดจำนวนวันและเงื่อนไขของแต่ละค่ายอาจต่างกัน ให้เช็กกับค่ายของคุณโดยตรง
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ถ้ายังมีบัญชีสำคัญผูกกับเบอร์เติมเงินเบอร์ใดอยู่ ให้เช็กวันใช้งานคงเหลือเป็นประจำ และเติมเงินไว้จนกว่าจะย้ายบัญชีเสร็จ ถ้าไม่แน่ใจว่ามีเบอร์อะไรอยู่ในชื่อตัวเองบ้าง ให้ดูวิธีตรวจในบทความเช็คเบอร์ที่ลงทะเบียนในชื่อเรา
ก่อนตัดสินใจ: ย้ายค่ายเบอร์เดิมอาจเป็นทางที่ง่ายกว่า
ถ้าเหตุผลที่อยากเปลี่ยนเบอร์คือแพ็กเกจแพง สัญญาณไม่ดี หรืออยากเปลี่ยนจากรายเดือนเป็นเติมเงิน คุณไม่จำเป็นต้องทิ้งเบอร์ เพราะไทยมีบริการย้ายค่ายโดยใช้เบอร์เดิม เบอร์ยังเป็นของคุณ บัญชีทุกอย่างไม่ต้องแก้ ไม่มีช่วงที่เบอร์ว่างให้คนอื่นได้ไป
- ย้ายค่ายเบอร์เดิม เหมาะเมื่อ ปัญหาอยู่ที่ราคาหรือคุณภาพบริการ และเบอร์นี้ผูกกับบัญชีจำนวนมาก
- เปลี่ยนเบอร์ใหม่ เหมาะเมื่อ เบอร์เดิมโดนสายขายของและสายแปลกถี่จนรับไม่ไหว เบอร์รั่วไปกับข้อมูลหลุด หรือต้องการแยกเบอร์ส่วนตัวกับเบอร์งาน
- ทางสายกลาง เปิดเบอร์ใหม่ใช้งานประจำ แต่เก็บเบอร์เดิมไว้เป็นซิมเติมเงินราคาถูกในเครื่องสำรองช่วงหนึ่ง เพื่อรับ OTP ที่หลงมา ระหว่างทยอยย้ายบัญชี
ก่อนย้ายค่าย ให้สอบถามเงื่อนไขกับค่ายปลายทางและค่ายเดิม เช่น สัญญาผูกมัดที่ยังไม่หมด หรือยอดค้างชำระ ซึ่งอาจทำให้ย้ายไม่ผ่าน และต้องใช้บัตรประชาชนของผู้ที่ลงทะเบียนเบอร์นั้น
เช็กลิสต์ย้ายเบอร์ตามลำดับ: ก่อน ระหว่าง และหลัง
หลักสำคัญที่สุดคือ เปิดเบอร์ใหม่ก่อน แล้วถือทั้งสองเบอร์ไว้พร้อมกัน จนกว่าจะย้ายทุกอย่างเสร็จ เพราะการเปลี่ยนเบอร์ในหลายบริการต้องยืนยันด้วยรหัสที่ส่งไปทั้งเบอร์เก่าและเบอร์ใหม่
ระยะที่ 1: ก่อนยกเลิกเบอร์เดิม
- เปิดเบอร์ใหม่ในชื่อตัวเอง ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนของคุณเอง ไม่ใช้ซิมที่ลงทะเบียนในชื่อคนอื่น เพราะเวลามีปัญหาต้องยืนยันตัวตนกับค่าย
- ทำรายการบัญชีที่ผูกกับเบอร์เดิม เปิด SMS ย้อนหลังในมือถือแล้วดูว่าใครเคยส่ง OTP มาบ้าง วิธีนี้ช่วยให้นึกถึงบริการที่ลืมไปแล้วได้ดีที่สุด
- ผูกอีเมลและตั้งรหัสผ่านให้บัญชีหลัก โดยเฉพาะ LINE และอีเมล เพื่อให้มีทางเข้าบัญชีที่ไม่ขึ้นกับเบอร์ (วิธีตั้งรหัสและ 2FA ดูได้ที่บทความรหัสผ่านและ 2FA)
- ย้ายธนาคารและพร้อมเพย์ก่อนอย่างอื่น เพราะผลกระทบสูงสุดและบางธนาคารอาจให้ไปทำที่สาขา
- ย้ายบัตรเครดิต วอลเล็ต และแอปที่มีเงินอยู่
- ย้ายอีเมล LINE Facebook และโซเชียลอื่น
- ย้ายแอปของรัฐ ประกัน โรงพยาบาล และบริการรายเดือน
ระยะที่ 2: ช่วงถือสองเบอร์
- ใส่ซิมเดิมไว้ในเครื่องสำรองหรือเครื่องที่รองรับสองซิม และเปิดไว้เป็นระยะเพื่อดู SMS ที่ยังเข้ามา
- ทุกครั้งที่มี OTP หรือ SMS เข้าเบอร์เดิม ให้จดว่ามาจากบริการไหน แล้วไปเปลี่ยนเบอร์ในบริการนั้น
- แจ้งเบอร์ใหม่ให้ครอบครัว ที่ทำงาน ร้านประจำ และคนที่เคยโอนเงินให้คุณ
- ถ้าเบอร์เดิมเป็นเติมเงิน ให้เติมเงินรักษาวันใช้งานไว้ตลอดช่วงนี้
ระยะที่ 3: ยกเลิกเบอร์เดิมและหลังจากนั้น
- เมื่อไม่มี SMS สำคัญเข้าเบอร์เดิมมาระยะหนึ่งแล้ว จึงแจ้งยกเลิกกับค่าย ถ้ายังมีเงินคงเหลือในซิมเติมเงิน ให้สอบถามเรื่องการขอคืนเงิน
- ลองล็อกเอาต์และล็อกอินบัญชีสำคัญด้วยเบอร์ใหม่ เพื่อยืนยันว่าเข้าได้จริง
- ทำลายซิมเดิมด้วยการตัดชิปก่อนทิ้ง อย่าทิ้งทั้งชิ้นหรือให้คนอื่นไป
- หลังจากนั้นราวหนึ่งถึงสองเดือน ทบทวนอีกรอบว่ามีบริการไหนที่ยังติดต่อคุณไม่ได้
บัญชีแต่ละประเภท ต้องย้ายอย่างไร
ขั้นตอนจริงของแต่ละบริการเปลี่ยนได้ตามการอัปเดตแอป รายการนี้จึงบอกว่าต้องดูตรงไหนและระวังอะไร ไม่ใช่เมนูทีละปุ่ม ถ้าหาเมนูไม่เจอ ให้ค้นในหน้าช่วยเหลือทางการของบริการนั้น หรือโทรเบอร์ที่อยู่หลังบัตรหรือในเว็บไซต์ทางการ ไม่ใช่เบอร์ที่ค้นเจอจากโฆษณา
- แอปธนาคาร (เบอร์รับ OTP และเบอร์ติดต่อ): หลายธนาคารให้เปลี่ยนเบอร์ในแอป ตู้ ATM หรือสาขา บางแห่งต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์เดิมหรือสแกนใบหน้า ถ้ามีหลายธนาคาร ต้องทำครบทุกแห่ง เพราะแต่ละแห่งเก็บเบอร์แยกกัน
- พร้อมเพย์ที่ผูกกับเบอร์มือถือ: ธนาคารระบุว่าเมื่อเปลี่ยนเบอร์ ลูกค้าต้องแจ้งยกเลิกการผูกบัญชีกับเบอร์เดิมโดยเร็ว และเบอร์ที่ผูกพร้อมเพย์อยู่แล้วจะผูกกับบัญชีอื่นไม่ได้จนกว่าจะยกเลิกการลงทะเบียนเดิม ให้ยกเลิกพร้อมเพย์เบอร์เดิมผ่านช่องทางของธนาคารที่ผูกไว้ แล้วลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเบอร์ใหม่ ถ้าจำไม่ได้ว่าผูกพร้อมเพย์ไว้กับธนาคารไหน ให้ดูในเมนูพร้อมเพย์ของแต่ละแอปธนาคาร
- บัตรเครดิต: เบอร์สำหรับรับ OTP ซื้อของออนไลน์และ SMS แจ้งยอดใช้จ่าย บางผู้ออกบัตรแยกจากเบอร์ในแอปธนาคาร ต้องเปลี่ยนแยกกัน
- วอลเล็ตและแอปชำระเงิน: แอปกระเป๋าเงินบางตัวใช้เบอร์เป็นชื่อบัญชีโดยตรง ให้เปลี่ยนเบอร์ในแอป หรือถอนเงินออกให้หมดก่อนถ้าเปลี่ยนไม่ได้
- อีเมล: ในหน้าตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีอีเมล ให้เพิ่มเบอร์ใหม่เป็นเบอร์กู้คืน แล้วลบเบอร์เดิมออก ตรวจด้วยว่ามีอีเมลสำรองที่ยังใช้ได้ ถ้าใช้ SMS เป็นรหัสยืนยันชั้นที่สอง ให้เปลี่ยนเบอร์ตรงนั้นด้วย
- Apple ID หรือบัญชี Google บนมือถือ: ตรวจหมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อถือได้ (trusted number) และเบอร์กู้คืน เพิ่มเบอร์ใหม่ก่อนแล้วค่อยลบเบอร์เก่า
- LINE: เปลี่ยนเบอร์ได้ในเมนูตั้งค่าบัญชีขณะที่ยังเข้า LINE ได้ แล้วยืนยันด้วย SMS ที่ส่งไปเบอร์ใหม่ ก่อนทำ ให้ตรวจว่าผูกอีเมลและตั้งรหัสผ่านไว้แล้ว และสำรองแชตไว้ หน้าช่วยเหลือของ LINE เตือนว่าถ้ามือถือหายหรือเสียก่อนเตรียมการ อาจโอนย้ายได้เฉพาะเมื่อมีอีเมลหรือบัญชี Apple/Google ที่ผูกไว้ ถ้าไม่มีทางใดเลย อาจต้องสร้างบัญชีใหม่
- Facebook Instagram และโซเชียลอื่น: ดูในส่วนข้อมูลติดต่อและความปลอดภัย ลบเบอร์เดิมออก เพิ่มเบอร์ใหม่ และเปลี่ยนวิธียืนยันชั้นที่สองถ้าตั้งเป็น SMS
- แอปของรัฐ: แอปบริการภาครัฐหลายตัวใช้เบอร์มือถือยืนยันตัวตนตอนเข้าเครื่องใหม่ ให้เปิดหน้าข้อมูลส่วนตัวในแต่ละแอปแล้วแก้เบอร์ ถ้าแอปไม่มีเมนูเปลี่ยนเบอร์ ให้ดูช่องทางติดต่อในแอปหรือเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้น อย่ากดลิงก์จาก SMS ที่อ้างว่าให้อัปเดตข้อมูล
- ประกัน โรงพยาบาล โรงเรียน และนายจ้าง: เบอร์เหล่านี้ไม่ได้ใช้ล็อกอิน แต่ใช้แจ้งเรื่องสำคัญ เช่น ผลตรวจ หรือการเคลมประกัน ให้แจ้งเปลี่ยนผ่านช่องทางทางการ
- แอปส่งอาหาร ขนส่ง ช้อปปิ้ง และค่าสาธารณูปโภค: ผลกระทบต่ำกว่า แต่บางแอปผูกบัตรไว้ ถ้าไม่ใช้แล้วให้ลบบัตรออกหรือปิดบัญชี
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน ขั้นตอนของธนาคารและผู้ให้บริการแต่ละรายอาจเปลี่ยนแปลงได้ ให้ยึดตามประกาศในแอปหรือเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการนั้น
เบอร์เดิมหายไปแล้ว ทำอย่างไรตามสถานการณ์
ถ้าคุณอ่านบทความนี้เพราะเบอร์เก่าหลุดไปแล้ว ยังแก้ได้ แต่ต้องใช้เวลามากกว่า ให้ดูว่าตรงกับกรณีไหน
- เบอร์ถูกยกเลิกไม่นาน และยังไม่ถูกเปิดให้คนอื่น: ติดต่อค่ายเดิมพร้อมบัตรประชาชน สอบถามว่ายังขอใช้เบอร์เดิมกลับได้หรือไม่ ถ้าได้ ให้รีบทำเช็กลิสต์ข้างบนทันที
- เบอร์ไปอยู่กับคนอื่นแล้ว และยังล็อกอินแอปธนาคารอยู่: เปลี่ยนเบอร์ในแอปทันทีถ้าระบบยอมให้ทำโดยไม่ต้องใช้ OTP ของเบอร์เดิม ถ้าไม่ได้ ให้ไปสาขาพร้อมบัตรประชาชน และขอยกเลิกพร้อมเพย์ที่ผูกเบอร์เดิมด้วย
- เข้าแอปธนาคารไม่ได้แล้ว: โทรหาธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตรหรือเว็บไซต์ทางการ แจ้งว่าเบอร์ที่ลงทะเบียนไว้ไม่ใช่ของคุณแล้ว ขอให้ระงับการส่ง OTP ไปเบอร์นั้นและนัดเปลี่ยนเบอร์ที่สาขา
- เข้า LINE ไม่ได้: ถ้าเคยผูกอีเมลหรือบัญชี Apple/Google ไว้ ให้ใช้วิธีนั้นโอนย้ายบัญชีบนเครื่องใหม่ ถ้าไม่เคยผูก อาจกู้ไม่ได้ ให้แจ้งเพื่อนและครอบครัวทางช่องทางอื่นว่าบัญชีเดิมไม่ใช่คุณแล้ว เพราะบัญชีที่ถูกคนอื่นใช้มักถูกเอาไปทักยืมเงิน (ดูLINE ถูกแฮกแล้วทักยืมเงิน)
- เข้าอีเมลไม่ได้: ใช้หน้ากู้คืนบัญชีทางการ เลือกวิธียืนยันด้วยอีเมลสำรอง อุปกรณ์ที่เคยล็อกอินไว้ หรือคำถามยืนยันตัวตน อย่าใช้บริการ "กู้บัญชีรับจ้าง" ที่โฆษณาในโซเชียล
- พบรายการเงินที่ไม่ได้ทำ: โทรธนาคารทันทีเพื่อระงับบัญชี แล้วทำตามเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน และแจ้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ที่สายด่วน 1441
ถ้าติดต่อค่ายมือถือแล้วเรื่องไม่คืบหน้า สามารถร้องเรียนสำนักงาน กสทช. ได้ที่สายด่วน 1200
ถ้าคุณเป็นคนที่ได้เบอร์รีไซเคิล แล้วมี OTP หรือสายของคนอื่นเข้ามา
อีกด้านของเรื่องนี้คือคนที่ซื้อซิมใหม่แล้วพบว่ามี SMS ธนาคาร รหัสยืนยัน หรือสายทวงหนี้ของเจ้าของเดิมเข้ามา สิ่งที่ควรทำคือ
- อย่ากดลิงก์และอย่าใช้รหัสใดๆ แม้จะอยากรู้ว่าเป็นบัญชีอะไร การนำรหัสของคนอื่นไปเข้าบัญชีอาจผิดกฎหมาย
- อย่าส่งรหัสต่อให้ใคร ถ้ามีคนโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าของเบอร์เดิมและขอให้อ่าน OTP ให้ฟัง ให้ปฏิเสธ เพราะคุณยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเจ้าของจริง และนี่เป็นมุกที่มิจฉาชีพใช้ขอ OTP เพื่อยึดบัญชีคนอื่น
- แจ้งค่ายมือถือ ว่าเบอร์ยังมี SMS ของบริการอื่นเข้ามา ถ้ามีมากจนรบกวน อาจขอเปลี่ยนเป็นเบอร์อื่น ซึ่งง่ายที่สุดถ้าเพิ่งเปิดซิม
- ตอบสายทวงหนี้หรือสายธุระของเจ้าของเดิมสั้นๆ ว่า "เบอร์นี้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว ไม่รู้จักบุคคลนี้" และไม่ต้องให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณเพิ่ม ถ้าโดนโทรซ้ำ ให้เช็คเบอร์และบล็อก
- ระวังข้อความที่ดูเหมือนส่งถึงคุณ SMS ที่บอกว่ามียอดค้างหรือบัญชีถูกระงับ อาจไม่ได้เป็นของคุณ และอาจเป็นข้อความหลอกลวง ดูวิธีแยกที่SMS ธนาคารปลอม
เมื่อพ่อแม่ผู้สูงอายุจะเปลี่ยนเบอร์หรือเปลี่ยนมือถือ
ผู้สูงอายุมักมีบัญชีไม่มาก แต่บัญชีที่มีมักสำคัญ เช่น แอปธนาคารที่รับเงินบำนาญหรือเงินจากลูก และ LINE ที่ใช้คุยกับครอบครัว ปัญหาที่พบบ่อยคือซิมเติมเงินเบอร์เก่าหมดอายุเพราะลืมเติม หรือลูกหลานซื้อซิมใหม่ให้แล้วทิ้งซิมเก่าไปเลย
เช็กลิสต์สำหรับลูกหลาน ทำไปพร้อมกับพ่อแม่:
1. นั่งดูด้วยกันว่าแอปธนาคารของพ่อแม่ผูกเบอร์ไหน และพร้อมเพย์ผูกกับเบอร์ไหน
2. ถ้าจะเปลี่ยนเบอร์ ให้พาไปเปลี่ยนเบอร์ที่ธนาคารก่อน แล้วค่อยยกเลิกซิมเดิม
3. ตั้งอีเมลและรหัสผ่านให้ LINE ของพ่อแม่ จดไว้ในที่ปลอดภัยที่ครอบครัวรู้
4. ถ้าพ่อแม่ใช้ซิมเติมเงิน ตั้งเตือนในปฏิทินให้เช็กวันใช้งานทุกเดือน หรือเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจที่ไม่ต้องจำวันเติม
5. แจ้งเบอร์ใหม่ให้ญาติทุกคนในกลุ่มครอบครัว และบอกว่าถ้ามีใครทักมาจากบัญชีเก่าขอยืมเงิน ให้โทรถามก่อน
6. ตัดชิปซิมเดิมทิ้งต่อหน้าพ่อแม่ เพื่อไม่ให้ซิมไปอยู่กับคนอื่น
ประโยคง่ายๆ ที่ช่วยให้พ่อแม่จำได้คือ "เปลี่ยนเบอร์ต้องไปธนาคารก่อน ทิ้งซิมทีหลัง" และ "ถ้ามีคนโทรมาบอกว่าช่วยย้ายเบอร์ให้ แล้วขอรหัสที่ส่งไปในมือถือ ห้ามบอก" เพราะเจ้าหน้าที่ตัวจริงไม่ต้องให้คุณอ่านรหัสให้ฟัง อ่านวิธีคุยกับผู้สูงอายุเพิ่มเติมได้ที่คู่มือป้องกันพ่อแม่จากมิจฉาชีพ
ระวังมิจฉาชีพที่อาศัยช่วงเปลี่ยนเบอร์
ช่วงที่คุณกำลังย้ายบัญชี คุณจะได้รับ OTP และ SMS ยืนยันจำนวนมาก ซึ่งทำให้แยกข้อความจริงกับข้อความปลอมยากขึ้น ให้ยึดหลักต่อไปนี้
- เปลี่ยนเบอร์ด้วยตัวเองจากในแอปหรือเว็บไซต์ทางการเท่านั้น ไม่ทำผ่านลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS อีเมล หรือ LINE
- ถ้ามีคนโทรมาเสนอ "ช่วยย้ายพร้อมเพย์" หรือ "อัปเดตเบอร์ในระบบให้" ให้วางสาย แล้วโทรกลับธนาคารเองด้วยเบอร์ทางการ
- OTP ที่ได้รับ ใช้กรอกในหน้าจอที่คุณเปิดเองเท่านั้น อ่านข้อความ OTP ทุกครั้งว่าใช้ทำรายการอะไร ถ้าไม่ตรงกับที่คุณกำลังทำ อย่ากรอก
- ถ้าได้ OTP โดยไม่ได้ทำรายการอะไรเลย แปลว่ามีคนพยายามเข้าบัญชีของคุณ ให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีนั้น และติดต่อผู้ให้บริการผ่านช่องทางทางการ
ถ้ามีสายแปลกโทรเข้าเบอร์ใหม่ในช่วงนี้ ให้เช็คเบอร์บน SpamInThaiก่อนรับหรือโทรกลับ และรายงานเบอร์ถ้าเจอสายที่น่าสงสัย หรือใช้แอป SpamInThaiให้ขึ้นเตือนอัตโนมัติ
สรุป: เช็กลิสต์ฉบับพกพา
ก่อนทิ้งเบอร์เดิม ทำครบทุกข้อหรือยัง
☐ เปิดเบอร์ใหม่ในชื่อตัวเอง และถือสองเบอร์คู่กันไว้ก่อน
☐ ไล่ดู SMS ย้อนหลังเพื่อหาบริการที่ส่ง OTP มาที่เบอร์เดิม
☐ เปลี่ยนเบอร์ในแอปธนาคารทุกแห่ง
☐ ยกเลิกพร้อมเพย์เบอร์เดิม แล้วผูกพร้อมเพย์ด้วยเบอร์ใหม่
☐ เปลี่ยนเบอร์รับ OTP บัตรเครดิต และวอลเล็ต
☐ เพิ่มเบอร์ใหม่และลบเบอร์เดิมในอีเมล Apple ID หรือบัญชี Google
☐ ผูกอีเมลกับรหัสผ่าน LINE แล้วเปลี่ยนเบอร์ในเมนูตั้งค่าบัญชี
☐ แก้เบอร์ใน Facebook และโซเชียลอื่น รวมถึงวิธียืนยันชั้นที่สอง
☐ แก้เบอร์ในแอปของรัฐ ประกัน โรงพยาบาล และที่ทำงาน
☐ แจ้งครอบครัวและคนที่โอนเงินให้คุณเป็นประจำ
☐ เติมเงินรักษาเบอร์เดิมไว้จนไม่มี SMS สำคัญเข้ามาแล้ว
☐ ยกเลิกเบอร์เดิม ขอคืนเงินคงเหลือ และตัดชิปซิมก่อนทิ้ง
☐ ลองล็อกอินบัญชีสำคัญด้วยเบอร์ใหม่ให้แน่ใจว่าเข้าได้
การเปลี่ยนเบอร์ใช้เวลาเตรียมตัวไม่กี่ชั่วโมงหากทำตามลำดับ แต่ถ้าทำกลับลำดับ คือทิ้งเบอร์ก่อนแล้วค่อยย้ายบัญชี อาจต้องเสียเวลาไปสาขาหลายแห่งและเสี่ยงเสียบัญชีที่กู้คืนไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจขั้นตอนของบริการใด ให้ถามผู้ให้บริการนั้นผ่านช่องทางทางการก่อนยกเลิกเบอร์เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
เบอร์ที่ยกเลิกไปแล้ว จะมีคนอื่นได้เบอร์นั้นจริงไหม
จริง เบอร์มือถือเป็นทรัพยากรที่ค่ายนำกลับมาหมุนเวียนให้บริการได้ เมื่อเบอร์ถูกยกเลิก ไม่ว่าจะเพราะเจ้าของแจ้งยกเลิกเองหรือซิมเติมเงินหมดวันใช้งานจนถูกเลิกสัญญา เบอร์นั้นอาจถูกนำไปเปิดให้ผู้ใช้รายใหม่ในภายหลัง
ควรยกเลิกพร้อมเพย์ก่อนหรือยกเลิกเบอร์ก่อน
ยกเลิกหรือย้ายพร้อมเพย์ก่อนเสมอ ขณะที่เบอร์เดิมยังใช้รับ OTP ได้ เพราะธนาคารหลายแห่งต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์เดิม ถ้าเบอร์หายไปก่อน อาจต้องไปติดต่อที่สาขาด้วยตัวเอง
เปลี่ยนเบอร์แล้ว LINE จะหายไหม
ไม่หาย ถ้าเปลี่ยนเบอร์ในเมนูตั้งค่าบัญชีของ LINE ขณะที่ยังเข้าใช้ได้ และผูกอีเมลกับรหัสผ่านไว้แล้ว ปัญหาเกิดเมื่อเบอร์เดิมหายไปก่อนและไม่ได้ผูกอีเมลไว้ ซึ่งอาจทำให้โอนย้ายบัญชีไม่ได้
ได้ซิมใหม่แล้วมี OTP หรือสายของคนอื่นเข้ามา ควรทำอย่างไร
อย่ากดลิงก์ อย่าใช้รหัสนั้น และอย่าส่งต่อให้ใครที่โทรมาขอ ให้ลบข้อความ แจ้งค่ายมือถือว่าเบอร์นี้ยังมีบริการของเจ้าของเดิมผูกอยู่ ถ้ามีคนโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าของเบอร์และขอรหัส ให้ปฏิเสธ
ย้ายค่ายเบอร์เดิมดีกว่าเปลี่ยนเบอร์ไหม
ถ้าเหตุผลที่อยากเปลี่ยนคือค่าบริการหรือสัญญาณ การย้ายค่ายโดยใช้เบอร์เดิมช่วยให้ไม่ต้องแก้บัญชีใดเลย แต่ถ้าต้องการเลิกเบอร์เพราะโดนสายรบกวนหนักหรือเบอร์รั่วไปมาก การเปลี่ยนเบอร์อาจคุ้มกว่า โดยต้องทำเช็กลิสต์ให้ครบ
อ่านต่อ: ซิมสวอปคืออะไร ทำไมห้ามบอก OTP · เช็คเบอร์ที่ลงทะเบียนในชื่อเรา · ตั้งรหัสผ่านและเปิด 2FA · ตั้งค่าแอปธนาคารให้ปลอดภัย