หน้าแรก · บทความ

SMS และสายอ้างโครงการรัฐแจกเงิน เยียวยา ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ให้กดลิงก์: วิธีแยกของจริงกับของปลอม

เผยแพร่ 3 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

SMS และสายอ้างโครงการรัฐแจกเงิน เยียวยา ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ให้กดลิงก์: วิธีแยกของจริงกับของปลอม

คำตอบสั้น: ถ้าได้ SMS หรือสายที่บอกว่าคุณ "มีสิทธิ์รับเงินจากรัฐ" "ได้เงินเยียวยา" หรือ "ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ด่วน" แล้วให้กดลิงก์ แอดไลน์ ติดตั้งแอป หรือโอนค่าธรรมเนียม อย่าทำตาม ให้เช็คจากเว็บไซต์หรือแอปที่หน่วยงานประกาศเองเท่านั้น หรือโทรถามสายด่วนรัฐบาล 1111 กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่าหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่ง SMS ถึงประชาชนจากเบอร์ส่วนตัว และย้ำหลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน

บทความนี้ไม่ได้พูดถึงโครงการใดโครงการหนึ่งที่เปิดอยู่ตอนนี้ เพราะโครงการช่วยเหลือของรัฐเปลี่ยนไปตามนโยบายแต่ละช่วง และมิจฉาชีพก็เปลี่ยนชื่อโครงการที่อ้างตามข่าวเช่นกัน สิ่งที่ไม่ค่อยเปลี่ยนคือ "รูปแบบการหลอก" ถ้าคุณจำรูปแบบได้ จะรับมือได้ไม่ว่าข้อความนั้นจะอ้างโครงการชื่ออะไร

ทำไมข้อความ "รัฐแจกเงิน" ถึงหลอกได้ผล

ขั้นตอนการหลอก ทีละขั้น

รูปแบบที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาและที่สื่อเคยเตือน มักไปในทางเดียวกัน ดังนี้

  1. ข้อความหรือสายแรก: แจ้งว่าคุณผ่านเกณฑ์รับเงินช่วยเหลือ ได้เงินคืน หรือมีเงินเยียวยาค้างจ่าย พร้อมลิงก์ หรือให้แอดไลน์ "เจ้าหน้าที่"
  2. หน้าเว็บหรือบัญชีที่ดูเป็นทางการ: ใช้ตราสัญลักษณ์ สีประจำหน่วยงาน และชื่อที่คล้ายของจริง บางครั้งมีแบบฟอร์มให้กรอกเลขบัตรประชาชน วันเกิด และเบอร์มือถือ
  3. ขอข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ: เริ่มจากข้อมูลส่วนตัว แล้วขอเลขบัญชี ขอให้ถ่ายรูปบัตร ขอสแกนหน้า หรือขอรหัส PIN 6 หลัก
  4. ให้ติดตั้งแอป: อ้างว่าต้องใช้แอป "ยืนยันสิทธิ์" ส่งเป็นลิงก์ไฟล์ติดตั้ง (บน Android มักเป็นไฟล์ .apk) แล้วขอให้กดอนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล
  5. เก็บค่าธรรมเนียม หรือดูดเงินจากบัญชี: บางกรณีขอให้โอน "ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย" ก่อนรับเงิน บางกรณีใช้สิทธิ์ที่ได้จากแอปเข้าแอปธนาคารแล้วโอนเงินออก

ตัวอย่างบทสนทนา (เขียนขึ้นใหม่เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ถ้อยคำจริงของใคร):

"สวัสดีค่ะ ติดต่อจากศูนย์ประสานงานโครงการช่วยเหลือประชาชนนะคะ ระบบแจ้งว่าคุณมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน ถ้าไม่ยืนยันภายในวันนี้สิทธิ์จะถูกโอนให้คนอื่น เดี๋ยวดิฉันส่งลิงก์ไลน์ให้ แอดเข้ามาแล้วกดลงทะเบียนตามที่เจ้าหน้าที่บอกได้เลยค่ะ"

สังเกตสามจุดในประโยคนี้ คือ ชื่อหน่วยงานที่ฟังดูกว้างๆ ไม่ระบุว่าเป็นกรมไหน, การเร่งให้ทำภายในวันนี้, และการย้ายไปคุยต่อในไลน์ ทั้งสามอย่างเป็นสัญญาณที่ควรวางสาย หน่วยงานจริงที่ติดต่อเรื่องสิทธิ์ของคุณ จะบอกชื่อหน่วยงานและช่องทางที่คุณไปตรวจสอบเองได้ และไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลต้องย้ายไปคุยในแชทส่วนตัว

ตัวอย่าง SMS (เขียนขึ้นใหม่เพื่อให้เห็นภาพ): "แจ้งเตือน: ท่านมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ กรุณายืนยันตัวตนภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นสิทธิ์จะถูกยกเลิก กดที่ลิงก์" ตามด้วยลิงก์ย่อ ข้อความแบบนี้ไม่ระบุชื่อหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ ไม่มีเลขอ้างอิงที่คุณเอาไปเช็คกับเว็บทางการได้ และบังคับให้ทำผ่านลิงก์เท่านั้น

สัญญาณอันตราย ที่ควรหยุดทันที

บัญชี LINE ที่ผ่านการยืนยันจะมีโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงิน ถ้าเป็นโล่สีเทาหรือไม่มีโล่ แปลว่ายังไม่ผ่านการยืนยัน แต่โล่อย่างเดียวไม่พอ หน่วยงานจริงก็ไม่มีเหตุผลต้องขอ OTP, รหัส PIN หรือให้โอนเงินผ่านแชท

วิธีเช็คว่าโครงการมีจริงไหม แบบไม่ต้องเสี่ยง

  1. อย่าใช้ช่องทางในข้อความ: ไม่กดลิงก์ ไม่โทรเบอร์ที่ให้มา ไม่แอดไลน์ที่ส่งมา
  2. หาเว็บไซต์ทางการเอง: พิมพ์ชื่อหน่วยงานในเสิร์ชเอนจิน แล้วดูว่าชื่อเว็บลงท้ายด้วย .go.th ของหน่วยงานนั้น อ่านประกาศโครงการว่าลงทะเบียนผ่านช่องทางไหน
  3. ใช้แอปที่ติดตั้งจากร้านค้าแอปทางการเท่านั้น: ถ้าหน่วยงานประกาศให้ใช้แอปใด ให้ค้นชื่อแอปนั้นใน Google Play หรือ App Store เอง และดูชื่อผู้พัฒนาว่าเป็นหน่วยงานจริง
  4. โทรถามสายด่วนรัฐบาล 1111: เป็นช่องทางรับเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลฯ แนะนำให้โทรสอบถามได้เมื่อสงสัย
  5. เช็คเบอร์ที่โทรหรือส่ง SMS มา: ที่spaminthai.com/check เพื่อดูว่ามีคนรายงานไว้หรือยัง แต่จำไว้ว่าเบอร์ที่ยังไม่มีรายงานก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
  6. ถามคนในบ้านหรือคนที่ไว้ใจก่อนทำอะไรเกี่ยวกับเงิน: การเว้นเวลาสักครึ่งชั่วโมงทำให้ความรีบที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นหายไป

ถ้าสายนั้นอ้างหน่วยงานเฉพาะ เช่น กรมสรรพากรหรือกรมที่ดิน ดูวิธีรับมือเพิ่มในสายอ้างสรรพากร กรมที่ดิน หน่วยงานรัฐ และถ้าอ้างการไฟฟ้าหรือการประปาคืนเงินประกันมิเตอร์ ดูบทความนี้

ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน (แยกตามสถานการณ์)

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ขั้นตอนการระงับบัญชีและการแจ้งความขึ้นกับธนาคารและหน่วยงานแต่ละแห่ง ถ้ามีความเสียหายสูง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง

บทพูดสำหรับคุยกับพ่อแม่ ก่อนมีข่าวโครงการรอบหน้า

ข้อความหลอกเรื่องเงินช่วยเหลือมักมาเป็นระลอกตามข่าว ช่วงที่ดีที่สุดในการเตือนพ่อแม่คือ "ก่อน" ที่ข่าวโครงการใหม่จะออก ลองพูดตามนี้ หรือพิมพ์เก็บไว้ในโทรศัพท์ของท่าน

สิ่งที่ช่วยได้มากคือ ตกลงกันในบ้านว่าเรื่องลงทะเบียนรับสิทธิ์ใดๆ จะทำด้วยกันเสมอ ท่านจะได้มีคำตอบสำเร็จรูปไว้ปฏิเสธคนที่โทรมา อ่านแนวทางเพิ่มเติมในคู่มือสอนพ่อแม่ผู้สูงอายุรับมือมิจฉาชีพ

ตัวช่วยตัดสินใจ: ข้อความนี้ควรเชื่อไหม

ตอบคำถามต่อไปนี้ทีละข้อ ถ้าตอบว่า "ใช่" แม้แต่ข้อเดียว ให้หยุดแล้วไปเช็คผ่านช่องทางทางการ

  1. ข้อความมีลิงก์ให้กด หรือให้แอดไลน์ใช่ไหม
  2. ข้อความหรือสายมาจากเบอร์มือถือธรรมดาใช่ไหม
  3. มีการเร่งเวลา เช่น ต้องทำภายในวันนี้ใช่ไหม
  4. ขอให้ติดตั้งแอปจากลิงก์ใช่ไหม
  5. ขอข้อมูลธนาคาร รหัส PIN หรือ OTP ใช่ไหม
  6. ขอให้โอนเงินก่อนรับเงินใช่ไหม
  7. คุณไม่เคยสมัครหรือลงทะเบียนโครงการนี้มาก่อนใช่ไหม

ข้อความจริงจากหน่วยงานรัฐ ถ้ามี มักบอกให้คุณไปตรวจสอบเองที่เว็บไซต์หรือแอปทางการ โดยไม่บังคับให้กดลิงก์ในข้อความ และไม่มีการขอรหัสหรือเงิน

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

ถ้าคุณได้ข้อความแบบนี้ ลองเก็บภาพหน้าจอไว้ก่อนลบ แล้วส่งให้คนในครอบครัวดูเป็นตัวอย่าง การเห็นข้อความหลอกจริงสักครั้งช่วยให้คนในบ้านจำรูปแบบได้ดีกว่าการอ่านคำเตือนหลายรอบ

ลดโอกาสเจอข้อความแบบนี้ซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย

หน่วยงานรัฐส่ง SMS ให้กดลิงก์ลงทะเบียนรับเงินไหม

อย่าใช้ SMS เป็นช่องทางลงทะเบียนเลย กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่าหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่ง SMS ถึงประชาชนจากเบอร์ส่วนตัว และแนะนำหลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ให้เช็คโครงการจากเว็บไซต์หรือแอปที่หน่วยงานประกาศเองเท่านั้น

ถ้าอยากรู้ว่ามีโครงการนี้จริงไหม ถามใครได้

โทรสายด่วนรัฐบาล 1111 หรือดูประกาศบนเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานที่ถูกอ้างถึง โดยพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือค้นจากเสิร์ชเอนจิน ไม่ใช้ลิงก์จากข้อความที่ได้รับ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมไหม

ถ้ามีคนขอให้โอนค่าธรรมเนียม ค่ายืนยันตัวตน หรือค่าปลดล็อกสิทธิ์ก่อนรับเงิน ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายระดับสูงสุด การรับเงินช่วยเหลือไม่ควรต้องโอนเงินให้ใครก่อน

กดลิงก์ไปแล้วแต่ยังไม่ได้กรอกอะไร ต้องทำอย่างไร

ปิดหน้านั้น อย่ากรอกข้อมูลหรือดาวน์โหลดไฟล์ใดๆ ตรวจว่ามีแอปแปลกถูกติดตั้งหรือไม่ แล้วรายงานเบอร์ที่ส่งมา ถ้าเผลอติดตั้งแอปหรือกรอกข้อมูลธนาคาร ให้โทรธนาคารและ AOC 1441 ทันที

LINE ที่อ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ดูอย่างไรว่าของจริง

บัญชีทางการที่ผ่านการยืนยันจะมีโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงิน โล่สีเทาหรือไม่มีโล่แปลว่ายังไม่ผ่านการยืนยัน แต่ต่อให้เป็นบัญชีจริง หน่วยงานก็ไม่ควรขอรหัส PIN, OTP หรือให้โอนเงิน

อ่านต่อ: สายอ้างสรรพากร กรมที่ดิน หน่วยงานรัฐ · แอปดูดเงิน ควบคุมมือถือระยะไกล · SMS ปลอมจากธนาคาร