SMS และสายอ้างโครงการรัฐแจกเงิน เยียวยา ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ให้กดลิงก์: วิธีแยกของจริงกับของปลอม

คำตอบสั้น: ถ้าได้ SMS หรือสายที่บอกว่าคุณ "มีสิทธิ์รับเงินจากรัฐ" "ได้เงินเยียวยา" หรือ "ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ด่วน" แล้วให้กดลิงก์ แอดไลน์ ติดตั้งแอป หรือโอนค่าธรรมเนียม อย่าทำตาม ให้เช็คจากเว็บไซต์หรือแอปที่หน่วยงานประกาศเองเท่านั้น หรือโทรถามสายด่วนรัฐบาล 1111 กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่าหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่ง SMS ถึงประชาชนจากเบอร์ส่วนตัว และย้ำหลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน
บทความนี้ไม่ได้พูดถึงโครงการใดโครงการหนึ่งที่เปิดอยู่ตอนนี้ เพราะโครงการช่วยเหลือของรัฐเปลี่ยนไปตามนโยบายแต่ละช่วง และมิจฉาชีพก็เปลี่ยนชื่อโครงการที่อ้างตามข่าวเช่นกัน สิ่งที่ไม่ค่อยเปลี่ยนคือ "รูปแบบการหลอก" ถ้าคุณจำรูปแบบได้ จะรับมือได้ไม่ว่าข้อความนั้นจะอ้างโครงการชื่ออะไร
ทำไมข้อความ "รัฐแจกเงิน" ถึงหลอกได้ผล
- เกาะกระแสข่าวจริง: เมื่อมีข่าวว่ารัฐเตรียมโครงการช่วยเหลือ คนจำนวนมากรอฟังข่าวอยู่แล้ว ข้อความที่มาถึงในช่วงนั้นจึงดูสมเหตุสมผล
- ใช้ชื่อหน่วยงานหรือระบบที่คนคุ้นเคย: เช่น ชื่อกระทรวง ชื่อกรม หรือชื่อระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ตัวอย่างที่สื่อเคยรายงานคือ บัญชี LINE ที่ตั้งชื่อเลียนแบบระบบบัตรประชาชนดิจิทัลของกรมการปกครอง แล้วให้ผู้เสียหายติดตั้งแอป
- สร้างความกลัวว่าจะเสียสิทธิ์: ข้อความมักบอกว่า "ยืนยันภายในวันนี้" หรือ "สิทธิ์จะถูกตัด" คนจึงรีบทำโดยไม่ได้ตรวจสอบ
- คนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงคือกลุ่มเป้าหมาย: ผู้สูงอายุ คนที่รายได้ลดลง หรือคนที่เพิ่งประสบภัย มักมีเหตุผลที่จะเชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์
ขั้นตอนการหลอก ทีละขั้น
รูปแบบที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาและที่สื่อเคยเตือน มักไปในทางเดียวกัน ดังนี้
- ข้อความหรือสายแรก: แจ้งว่าคุณผ่านเกณฑ์รับเงินช่วยเหลือ ได้เงินคืน หรือมีเงินเยียวยาค้างจ่าย พร้อมลิงก์ หรือให้แอดไลน์ "เจ้าหน้าที่"
- หน้าเว็บหรือบัญชีที่ดูเป็นทางการ: ใช้ตราสัญลักษณ์ สีประจำหน่วยงาน และชื่อที่คล้ายของจริง บางครั้งมีแบบฟอร์มให้กรอกเลขบัตรประชาชน วันเกิด และเบอร์มือถือ
- ขอข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ: เริ่มจากข้อมูลส่วนตัว แล้วขอเลขบัญชี ขอให้ถ่ายรูปบัตร ขอสแกนหน้า หรือขอรหัส PIN 6 หลัก
- ให้ติดตั้งแอป: อ้างว่าต้องใช้แอป "ยืนยันสิทธิ์" ส่งเป็นลิงก์ไฟล์ติดตั้ง (บน Android มักเป็นไฟล์ .apk) แล้วขอให้กดอนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล
- เก็บค่าธรรมเนียม หรือดูดเงินจากบัญชี: บางกรณีขอให้โอน "ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย" ก่อนรับเงิน บางกรณีใช้สิทธิ์ที่ได้จากแอปเข้าแอปธนาคารแล้วโอนเงินออก
ตัวอย่างบทสนทนา (เขียนขึ้นใหม่เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ถ้อยคำจริงของใคร):
"สวัสดีค่ะ ติดต่อจากศูนย์ประสานงานโครงการช่วยเหลือประชาชนนะคะ ระบบแจ้งว่าคุณมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน ถ้าไม่ยืนยันภายในวันนี้สิทธิ์จะถูกโอนให้คนอื่น เดี๋ยวดิฉันส่งลิงก์ไลน์ให้ แอดเข้ามาแล้วกดลงทะเบียนตามที่เจ้าหน้าที่บอกได้เลยค่ะ"
สังเกตสามจุดในประโยคนี้ คือ ชื่อหน่วยงานที่ฟังดูกว้างๆ ไม่ระบุว่าเป็นกรมไหน, การเร่งให้ทำภายในวันนี้, และการย้ายไปคุยต่อในไลน์ ทั้งสามอย่างเป็นสัญญาณที่ควรวางสาย หน่วยงานจริงที่ติดต่อเรื่องสิทธิ์ของคุณ จะบอกชื่อหน่วยงานและช่องทางที่คุณไปตรวจสอบเองได้ และไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลต้องย้ายไปคุยในแชทส่วนตัว
ตัวอย่าง SMS (เขียนขึ้นใหม่เพื่อให้เห็นภาพ): "แจ้งเตือน: ท่านมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ กรุณายืนยันตัวตนภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นสิทธิ์จะถูกยกเลิก กดที่ลิงก์" ตามด้วยลิงก์ย่อ ข้อความแบบนี้ไม่ระบุชื่อหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ ไม่มีเลขอ้างอิงที่คุณเอาไปเช็คกับเว็บทางการได้ และบังคับให้ทำผ่านลิงก์เท่านั้น
สัญญาณอันตราย ที่ควรหยุดทันที
- มาทาง SMS จากเบอร์มือถือธรรมดา หรือสายจากเบอร์ส่วนตัว แต่บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
- มีลิงก์ย่อ หรือชื่อเว็บที่สะกดเพี้ยนไปจากเว็บของหน่วยงาน
- ให้แอดไลน์ "เจ้าหน้าที่" เพื่อดำเนินการต่อ
- ให้ติดตั้งแอปจากลิงก์ ไม่ใช่จาก Google Play หรือ App Store
- ขอรหัส PIN, OTP, รหัสแอปธนาคาร หรือขอให้สแกนหน้าในแอปที่ไม่รู้จัก
- ขอให้โอนค่าธรรมเนียม ค่ายืนยันตัวตน หรือค่าภาษีก่อนรับเงิน
- เร่งว่าสิทธิ์จะหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง
- บอกว่าคุณมีสิทธิ์ ทั้งที่คุณไม่เคยลงทะเบียนโครงการใดเลย
บัญชี LINE ที่ผ่านการยืนยันจะมีโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงิน ถ้าเป็นโล่สีเทาหรือไม่มีโล่ แปลว่ายังไม่ผ่านการยืนยัน แต่โล่อย่างเดียวไม่พอ หน่วยงานจริงก็ไม่มีเหตุผลต้องขอ OTP, รหัส PIN หรือให้โอนเงินผ่านแชท
วิธีเช็คว่าโครงการมีจริงไหม แบบไม่ต้องเสี่ยง
- อย่าใช้ช่องทางในข้อความ: ไม่กดลิงก์ ไม่โทรเบอร์ที่ให้มา ไม่แอดไลน์ที่ส่งมา
- หาเว็บไซต์ทางการเอง: พิมพ์ชื่อหน่วยงานในเสิร์ชเอนจิน แล้วดูว่าชื่อเว็บลงท้ายด้วย .go.th ของหน่วยงานนั้น อ่านประกาศโครงการว่าลงทะเบียนผ่านช่องทางไหน
- ใช้แอปที่ติดตั้งจากร้านค้าแอปทางการเท่านั้น: ถ้าหน่วยงานประกาศให้ใช้แอปใด ให้ค้นชื่อแอปนั้นใน Google Play หรือ App Store เอง และดูชื่อผู้พัฒนาว่าเป็นหน่วยงานจริง
- โทรถามสายด่วนรัฐบาล 1111: เป็นช่องทางรับเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลฯ แนะนำให้โทรสอบถามได้เมื่อสงสัย
- เช็คเบอร์ที่โทรหรือส่ง SMS มา: ที่spaminthai.com/check เพื่อดูว่ามีคนรายงานไว้หรือยัง แต่จำไว้ว่าเบอร์ที่ยังไม่มีรายงานก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
- ถามคนในบ้านหรือคนที่ไว้ใจก่อนทำอะไรเกี่ยวกับเงิน: การเว้นเวลาสักครึ่งชั่วโมงทำให้ความรีบที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นหายไป
ถ้าสายนั้นอ้างหน่วยงานเฉพาะ เช่น กรมสรรพากรหรือกรมที่ดิน ดูวิธีรับมือเพิ่มในสายอ้างสรรพากร กรมที่ดิน หน่วยงานรัฐ และถ้าอ้างการไฟฟ้าหรือการประปาคืนเงินประกันมิเตอร์ ดูบทความนี้
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน (แยกตามสถานการณ์)
- กดลิงก์ แต่ยังไม่ได้กรอกอะไร: ปิดหน้านั้น ล้างประวัติเบราว์เซอร์ ตรวจว่ามีไฟล์ถูกดาวน์โหลดหรือแอปใหม่ที่คุณไม่ได้ตั้งใจติดตั้งหรือไม่ แล้วรายงานเบอร์ที่ส่งมา
- กรอกเลขบัตรประชาชน วันเกิด หรือที่อยู่ไปแล้ว: ข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนไม่ได้ ให้ระวังสายที่ตามมาซึ่งจะอ้างข้อมูลนี้เพื่อให้ดูน่าเชื่อ เช่น "ผมเห็นเลขบัตรของคุณในระบบแล้ว" และพิจารณาตรวจว่ามีเบอร์มือถือเปิดในชื่อคุณเพิ่มหรือไม่ ดูวิธีเช็คเบอร์ที่ลงทะเบียนในชื่อเรา
- ให้เลขบัญชี รหัส PIN หรือ OTP ไปแล้ว: โทรธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตรหรือในแอปทันที ขอระงับบริการและเปลี่ยนรหัส
- ติดตั้งแอปจากลิงก์ หรือกดอนุญาตสิทธิ์การเข้าถึง: ปิดเน็ตมือถือและ Wi-Fi ทันที โทรธนาคารจากเครื่องอื่น แล้วทำตามขั้นตอนในแอปดูดเงิน ควบคุมมือถือระยะไกล
- โอนเงินไปแล้ว หรือเงินในบัญชีหายไป: โทรธนาคาร แล้วโทรสายด่วน AOC 1441 เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง จากนั้นแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th พร้อมหลักฐาน ดูรายละเอียดในเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ขั้นตอนการระงับบัญชีและการแจ้งความขึ้นกับธนาคารและหน่วยงานแต่ละแห่ง ถ้ามีความเสียหายสูง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง
บทพูดสำหรับคุยกับพ่อแม่ ก่อนมีข่าวโครงการรอบหน้า
ข้อความหลอกเรื่องเงินช่วยเหลือมักมาเป็นระลอกตามข่าว ช่วงที่ดีที่สุดในการเตือนพ่อแม่คือ "ก่อน" ที่ข่าวโครงการใหม่จะออก ลองพูดตามนี้ หรือพิมพ์เก็บไว้ในโทรศัพท์ของท่าน
- "ถ้ามีข้อความบอกว่าได้เงินจากรัฐ อย่ากดลิงก์ ส่งรูปข้อความมาให้ลูกดูก่อน"
- "เงินช่วยเหลือของจริงไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ใครให้โอนก่อนคือไม่ใช่"
- "ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนต้องขอรหัสแอปธนาคารหรือรหัสที่ส่งมาทาง SMS"
- "ถ้าเขาให้ลงแอป ให้ตอบว่าเดี๋ยวให้ลูกช่วยลง แล้ววางสายเลย ไม่ต้องเกรงใจ"
- "ถ้าอยากรู้ว่ามีโครงการจริงไหม โทร 1111 ถามเองได้ หรือให้ลูกเปิดเว็บของหน่วยงานให้ดู"
สิ่งที่ช่วยได้มากคือ ตกลงกันในบ้านว่าเรื่องลงทะเบียนรับสิทธิ์ใดๆ จะทำด้วยกันเสมอ ท่านจะได้มีคำตอบสำเร็จรูปไว้ปฏิเสธคนที่โทรมา อ่านแนวทางเพิ่มเติมในคู่มือสอนพ่อแม่ผู้สูงอายุรับมือมิจฉาชีพ
ตัวช่วยตัดสินใจ: ข้อความนี้ควรเชื่อไหม
ตอบคำถามต่อไปนี้ทีละข้อ ถ้าตอบว่า "ใช่" แม้แต่ข้อเดียว ให้หยุดแล้วไปเช็คผ่านช่องทางทางการ
- ข้อความมีลิงก์ให้กด หรือให้แอดไลน์ใช่ไหม
- ข้อความหรือสายมาจากเบอร์มือถือธรรมดาใช่ไหม
- มีการเร่งเวลา เช่น ต้องทำภายในวันนี้ใช่ไหม
- ขอให้ติดตั้งแอปจากลิงก์ใช่ไหม
- ขอข้อมูลธนาคาร รหัส PIN หรือ OTP ใช่ไหม
- ขอให้โอนเงินก่อนรับเงินใช่ไหม
- คุณไม่เคยสมัครหรือลงทะเบียนโครงการนี้มาก่อนใช่ไหม
ข้อความจริงจากหน่วยงานรัฐ ถ้ามี มักบอกให้คุณไปตรวจสอบเองที่เว็บไซต์หรือแอปทางการ โดยไม่บังคับให้กดลิงก์ในข้อความ และไม่มีการขอรหัสหรือเงิน
เรื่องที่มักเข้าใจผิด
- "ข้อความขึ้นชื่อผู้ส่งเป็นชื่อหน่วยงาน แปลว่าของจริง" ชื่อผู้ส่งที่แสดงใน SMS ไม่ใช่หลักฐานว่าส่งมาจากหน่วยงานนั้นจริง และในบางกรณีข้อความปลอมอาจไปแสดงรวมอยู่ในกล่องข้อความเดียวกับข้อความจริง ให้ยึดที่เนื้อหา ถ้ามีลิงก์ให้กรอกข้อมูลหรือติดตั้งแอป ให้ไปเช็คที่เว็บทางการแทน
- "เขารู้ชื่อและเลขบัตรของเรา แปลว่าเป็นเจ้าหน้าที่" ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้จากหลายทาง การที่อีกฝ่ายรู้ข้อมูลบางอย่างไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กลับเป็นวิธีที่ใช้บ่อยเพื่อทำให้เหยื่อเชื่อ
- "เว็บมีตราหน่วยงานและภาพบุคคลสำคัญ ต้องเป็นของรัฐ" ตราสัญลักษณ์และภาพบุคคลคัดลอกได้ง่าย ให้ดูชื่อเว็บในแถบที่อยู่แทน และยังต้องระวังชื่อที่สะกดคล้ายกัน
- "แค่กรอกข้อมูล ไม่ได้โอนเงิน ไม่เป็นไร" ข้อมูลที่กรอกไปอาจถูกใช้หลอกต่อในรอบถัดไป หรือใช้เปิดบัญชีและซิมในชื่อคุณ จึงควรเฝ้าระวังแม้ยังไม่เสียเงิน
- "ถ้าไม่รีบลงทะเบียน จะเสียสิทธิ์" โครงการของรัฐโดยทั่วไปมีประกาศช่วงเวลาลงทะเบียนชัดเจนในช่องทางทางการ การเสียเวลาเช็คสักวันไม่ได้ทำให้คุณเสียสิทธิ์ที่มีจริง แต่การรีบกดลิงก์อาจทำให้เสียเงินทั้งบัญชี
- "เบอร์นี้ไม่มีใครรายงาน แปลว่าปลอดภัย" เบอร์ที่ใช้ส่งข้อความหลอกมักเปลี่ยนบ่อย เบอร์ใหม่ยังไม่มีประวัติ ผลเช็คเบอร์จึงเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ใบรับรอง
ถ้าคุณได้ข้อความแบบนี้ ลองเก็บภาพหน้าจอไว้ก่อนลบ แล้วส่งให้คนในครอบครัวดูเป็นตัวอย่าง การเห็นข้อความหลอกจริงสักครั้งช่วยให้คนในบ้านจำรูปแบบได้ดีกว่าการอ่านคำเตือนหลายรอบ
ลดโอกาสเจอข้อความแบบนี้ซ้ำ
- อย่าตอบกลับ SMS หลอก แม้แต่จะพิมพ์ด่า เพราะเป็นการยืนยันว่าเบอร์นี้มีคนใช้งาน
- อย่าส่งต่อข้อความหลอกพร้อมลิงก์ไปในกลุ่มครอบครัวเพื่อเตือน ถ้าจะเตือน ให้ส่งเป็นภาพหน้าจอที่ครอปลิงก์ออกแล้ว เพื่อไม่ให้ใครเผลอกด
- บล็อกเบอร์ผู้ส่ง และรายงานเบอร์บน SpamInThai โดยเลือกประเภท "แอบอ้างหน่วยงานรัฐ/ธนาคาร" หรือ "SMS หลอกลวง/ลิงก์ปลอม" ตามที่เจอ
- ตั้งค่าปิดเสียงสายที่ไม่รู้จัก ดูวิธีตั้งค่า Android และ iPhone
- ติดตั้งแอป SpamInThai เพื่อให้มือถือเตือนก่อนรับสายจากเบอร์ที่มีคนรายงานไว้
- ถ้าเจอ SMS อ้างธนาคารร่วมด้วย ดูวิธีสังเกตในSMS ปลอมจากธนาคาร
คำถามที่พบบ่อย
หน่วยงานรัฐส่ง SMS ให้กดลิงก์ลงทะเบียนรับเงินไหม
อย่าใช้ SMS เป็นช่องทางลงทะเบียนเลย กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่าหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่ง SMS ถึงประชาชนจากเบอร์ส่วนตัว และแนะนำหลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ให้เช็คโครงการจากเว็บไซต์หรือแอปที่หน่วยงานประกาศเองเท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่ามีโครงการนี้จริงไหม ถามใครได้
โทรสายด่วนรัฐบาล 1111 หรือดูประกาศบนเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานที่ถูกอ้างถึง โดยพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือค้นจากเสิร์ชเอนจิน ไม่ใช้ลิงก์จากข้อความที่ได้รับ
ลงทะเบียนรับสิทธิ์ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมไหม
ถ้ามีคนขอให้โอนค่าธรรมเนียม ค่ายืนยันตัวตน หรือค่าปลดล็อกสิทธิ์ก่อนรับเงิน ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายระดับสูงสุด การรับเงินช่วยเหลือไม่ควรต้องโอนเงินให้ใครก่อน
กดลิงก์ไปแล้วแต่ยังไม่ได้กรอกอะไร ต้องทำอย่างไร
ปิดหน้านั้น อย่ากรอกข้อมูลหรือดาวน์โหลดไฟล์ใดๆ ตรวจว่ามีแอปแปลกถูกติดตั้งหรือไม่ แล้วรายงานเบอร์ที่ส่งมา ถ้าเผลอติดตั้งแอปหรือกรอกข้อมูลธนาคาร ให้โทรธนาคารและ AOC 1441 ทันที
LINE ที่อ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ดูอย่างไรว่าของจริง
บัญชีทางการที่ผ่านการยืนยันจะมีโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงิน โล่สีเทาหรือไม่มีโล่แปลว่ายังไม่ผ่านการยืนยัน แต่ต่อให้เป็นบัญชีจริง หน่วยงานก็ไม่ควรขอรหัส PIN, OTP หรือให้โอนเงิน
อ่านต่อ: สายอ้างสรรพากร กรมที่ดิน หน่วยงานรัฐ · แอปดูดเงิน ควบคุมมือถือระยะไกล · SMS ปลอมจากธนาคาร