หน้าแรก · บทความ

โทรมาอ้างการไฟฟ้า การประปา คืนเงินประกันมิเตอร์ ให้แอดไลน์ คือมิจฉาชีพ รู้ทันก่อนโดนดูดเงิน

เผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569 · ทีมงาน SpamInThai · อ้างอิงนโยบายการตรวจสอบข้อมูล

โทรมาอ้างการไฟฟ้า การประปา คืนเงินประกันมิเตอร์ ให้แอดไลน์ คือมิจฉาชีพ รู้ทันก่อนโดนดูดเงิน

คำตอบสั้น: ถ้ามีสายหรือ SMS อ้างว่าเป็นการไฟฟ้าหรือการประปา แจ้งว่าคุณมีสิทธิ์รับเงินประกันมิเตอร์คืน แล้วให้ "แอดไลน์เจ้าหน้าที่" หรือ "โหลดแอปเวอร์ชันใหม่" ให้วางสายทันที นี่คือรูปแบบกลโกงที่ตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานเคยออกมาเตือน เป้าหมายจริงคือหลอกให้ติดตั้งแอปปลอมเพื่อควบคุมมือถือแล้วโอนเงินออกจากบัญชี ถ้าอยากรู้ว่ามีสิทธิ์จริงไหม ให้โทรคอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงานเอง เช่น การไฟฟ้านครหลวง 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129 การประปานครหลวง 1125 การประปาส่วนภูมิภาค 1662

ทำไมเรื่อง "คืนเงินประกันมิเตอร์" ถึงหลอกได้ผล

กลโกงนี้ได้ผลเพราะมันเริ่มจากเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง ในปี 2563 หน่วยงานด้านไฟฟ้าและประปาเคยเปิดให้ผู้ใช้ประเภทบ้านอยู่อาศัยขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาคืนตามมติคณะรัฐมนตรี ผ่านเว็บไซต์ แอป และสาขาของแต่ละหน่วยงาน คนจำนวนมากจึงจำได้ลาง ๆ ว่า "เคยมีคืนเงินประกันมิเตอร์" และหลายบ้านก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเคยไปขอรับแล้วหรือยัง

มิจฉาชีพใช้ช่องว่างตรงนี้ เขาไม่ต้องคิดเรื่องใหม่ แค่เล่าเรื่องเดิมให้ฟังดูเหมือนยังมีเงินค้างอยู่ ยิ่งช่วงที่ค่าไฟหรือค่าน้ำเป็นข่าว หรือช่วงที่มีการเปลี่ยนมิเตอร์ในหมู่บ้าน คนยิ่งเชื่อง่าย เพราะฟังดูเข้ากับสถานการณ์

อีกเหตุผลคือจำนวนเงินที่อ้างไม่สูงจนน่าสงสัย ตามที่ตำรวจไซเบอร์เคยเตือน มิจฉาชีพมักอ้างยอดหลักพันบาทตามขนาดมิเตอร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ "พอดีจะเชื่อ" ไม่ใช่รางวัลหลักล้านที่ฟังแล้วรู้ทันทีว่าหลอก คนจึงยอมทำตามขั้นตอนโดยไม่ทันคิดว่าขั้นตอนเหล่านั้นอันตรายแค่ไหน

กลโกงทำงานอย่างไร ทีละขั้น

รูปแบบที่มีรายงานและหน่วยงานเตือนไว้ มักเดินตามลำดับนี้ รายละเอียดอาจต่างกันบ้าง แต่โครงหลักคล้ายกันเกือบทุกครั้ง

  1. เปิดเรื่องด้วยสายโทรหรือ SMS: บางรายโทรมาตรง ๆ บางรายส่ง SMS ว่า "ท่านมีสิทธิ์รับเงินประกันมิเตอร์คืน" หรือ "มิเตอร์ของท่านต้องเปลี่ยน" พร้อมลิงก์
  2. พูดข้อมูลส่วนตัวให้เชื่อ: ปลายสายอาจรู้ชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ หรือเขตที่อยู่ของคุณ ทำให้ดูเหมือนดึงข้อมูลจากระบบของหน่วยงานจริง
  3. ให้เตรียมเอกสาร: เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือใบเสร็จค่าไฟ เพื่อให้ดูเป็นงานราชการที่มีขั้นตอน
  4. ให้แอดไลน์ "เจ้าหน้าที่": บัญชีไลน์นั้นใช้รูปโปรไฟล์คล้ายโลโก้หน่วยงาน ชื่อบัญชีดูเป็นทางการ บางครั้งมีอีกคนโทรผ่านไลน์มาเป็น "เจ้าหน้าที่อีกฝ่าย"
  5. ถามว่าใช้มือถือระบบอะไร: คำถามนี้ฟังดูธรรมดา แต่ที่จริงคือการเลือกว่าจะส่งไฟล์แอปแบบไหนให้
  6. ส่งลิงก์ให้โหลด "แอปเวอร์ชันล่าสุด": ไม่ใช่ลิงก์จาก Play Store หรือ App Store แต่เป็นลิงก์ไฟล์ติดตั้งโดยตรง และสอนให้กดอนุญาตการติดตั้งจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  7. ให้ตั้งรหัส 6 หลัก: บอกว่าเป็นรหัสยืนยันตัวตน หลายคนเผลอตั้งเลขเดียวกับรหัสแอปธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่มิจฉาชีพต้องการ
  8. ขอสิทธิ์ควบคุมเครื่อง: แอปขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility) หรือขอแชร์หน้าจอ ทำให้อีกฝ่ายเห็นและกดหน้าจอแทนเราได้
  9. หน้าจอค้าง แล้วเงินหาย: มิจฉาชีพมักทำให้หน้าจอดูเหมือนกำลังโหลดหรือค้าง ระหว่างนั้นจะเปิดแอปธนาคารแล้วโอนเงินออก เจ้าของเครื่องรู้ตัวอีกทีเมื่อเห็นข้อความแจ้งยอดเงิน

ถ้าอยากเข้าใจกลไกของแอปควบคุมเครื่องเพิ่มเติม อ่านได้ที่ แอปปลอมควบคุมเครื่องทำงานอย่างไร

ตัวอย่างบทสนทนา (เขียนขึ้นเพื่อให้เห็นภาพ)

บทพูดด้านล่างไม่ได้คัดมาจากเหตุการณ์ใดโดยตรง แต่เรียบเรียงจากรูปแบบที่หน่วยงานเตือนไว้ เพื่อให้คุณจำ "จังหวะ" ของการหลอกได้

ปลายสาย: "สวัสดีค่ะ ติดต่อจากการไฟฟ้านะคะ เรียนสายคุณสมศรี บ้านเลขที่ 12 ใช่ไหมคะ ทางเราตรวจพบว่าคุณยังไม่ได้รับเงินประกันมิเตอร์คืน ยอด 2,xxx บาทค่ะ"
เรา: "อ้าว ยังมีอยู่เหรอคะ"
ปลายสาย: "ใช่ค่ะ ตอนนี้ระบบเปลี่ยนเป็นออนไลน์แล้ว รบกวนแอดไลน์เจ้าหน้าที่ไว้ เดี๋ยวจะส่งลิงก์แอปให้ลงทะเบียน ใช้มือถือแอนดรอยด์หรือไอโฟนคะ"
ปลายสาย (ทางไลน์): "กดลิงก์นี้นะคะ ถ้าเครื่องเตือนว่าไม่ปลอดภัย ให้กดอนุญาตได้เลย เป็นแอปของหน่วยงาน แล้วตั้งรหัส 6 หลักที่จำง่าย ๆ ค่ะ"

สังเกตว่าทุกประโยคพาไปสู่การ "กดอนุญาต" และ "ตั้งรหัส" นี่คือจุดที่ต้องหยุด ไม่มีหน่วยงานไหนต้องให้คุณปิดระบบป้องกันของมือถือเพื่อรับเงินคืน

สัญญาณอันตรายที่ต้องวางสายทันที

ข้อเดียวที่จำไว้แล้วกันได้เกือบทุกกรณีคือ "เงินคืนไม่ต้องโหลดแอปจากลิงก์" ถ้ามีใครให้ทำแบบนั้น ไม่ว่าจะอ้างหน่วยงานไหน ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพไว้ก่อน

วิธีเช็คว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แบบไม่ต้องเสี่ยง

หลักการคือ อย่าใช้ช่องทางที่อีกฝ่ายให้มา ให้ติดต่อกลับผ่านช่องทางที่คุณหาเองเท่านั้น

  1. วางสายอย่างสุภาพ: พูดว่า "เดี๋ยวจะโทรกลับไปที่คอลเซ็นเตอร์เองนะคะ" แล้ววางเลย ไม่ต้องอธิบายหรือโต้เถียง
  2. โทรเบอร์คอลเซ็นเตอร์ที่หน่วยงานประกาศเอง: การไฟฟ้านครหลวง 1130 (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129 (จังหวัดอื่น) การประปานครหลวง 1125 การประปาส่วนภูมิภาค 1662 ถามตรง ๆ ว่ามีการคืนเงินประกันในชื่อคุณหรือไม่
  3. เข้าเว็บไซต์ด้วยการพิมพ์ชื่อเว็บเอง: เช่น mea.or.th, pea.co.th, mwa.co.th, pwa.co.th ไม่กดลิงก์จาก SMS ระวังเว็บที่ชื่อคล้ายแต่ต่างกันหนึ่งตัวอักษร หรือลงท้ายแปลก ๆ
  4. โหลดแอปของหน่วยงานจาก Play Store หรือ App Store เท่านั้น: ค้นชื่อแอปเอง ดูชื่อผู้พัฒนาให้ตรงกับหน่วยงาน
  5. เช็คเบอร์ที่โทรมา: นำเบอร์ไปค้นหาในฐานข้อมูล SpamInThai ถ้ามีคนรายงานไว้จะเห็นทันที ถ้าไม่มี ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะมิจฉาชีพเปลี่ยนเบอร์บ่อย

ข้อสังเกตเรื่องเบอร์: สายแบบนี้มักมาจากเบอร์มือถือธรรมดา (เช่น 08x-xxx-xxxx) หรือเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย + ไม่ใช่เบอร์สั้นของหน่วยงาน ถ้าคุณเห็นเบอร์สั้น 4 หลักก็ยังต้องระวัง ดูเพิ่มที่ เบอร์สั้น 4 หลักคืออะไร และถ้าเป็นเบอร์ที่มี + นำหน้า อ่าน เบอร์ต่างประเทศโทรมา ควรรับไหม

พลาดไปแล้ว ทำอย่างไร (แยกตามสถานการณ์)

ทำตามสถานการณ์ที่ตรงกับคุณ ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสหยุดความเสียหาย

หมายเหตุ: ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยให้ลงมือได้เร็ว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ขั้นตอนการอายัดบัญชีและการขอเงินคืนขึ้นกับธนาคารและเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง

การ์ดตรวจสอบ 30 วินาที (พิมพ์ติดตู้เย็นได้)

บ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่คนเดียวหรืออยู่บ้านช่วงกลางวัน คือกลุ่มที่มิจฉาชีพชอบโทรหาด้วยเรื่องค่าไฟค่าน้ำ เพราะเป็นคนจ่ายบิลประจำ ลองใช้การ์ดนี้ ถ้าตอบ "ใช่" ข้อใดข้อหนึ่ง ให้วางสายทันที

  1. เขาให้แอดไลน์ใช่ไหม
  2. เขาส่งลิงก์ให้โหลดแอปใช่ไหม
  3. เขาให้กด "อนุญาต" อะไรบางอย่างในมือถือใช่ไหม
  4. เขาให้ตั้งรหัสหรือถามรหัสใช่ไหม
  5. เขาบอกว่าต้องทำวันนี้เท่านั้นใช่ไหม

ถ้าทุกข้อตอบว่า "ไม่" แต่ยังไม่แน่ใจ ก็ยังวางสายแล้วโทร 1130 / 1129 / 1125 / 1662 ด้วยตัวเองได้ การโทรเช็คเองไม่เคยทำให้ใครเสียสิทธิ์

ป้องกันคนในบ้าน โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้สูงอายุ

การบอกว่า "ระวังมิจฉาชีพนะ" มักไม่พอ เพราะตอนรับสายจริง ผู้สูงอายุไม่ได้คิดว่าปลายสายคือมิจฉาชีพ เขาคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่โทรมาช่วย สิ่งที่ได้ผลกว่าคือการตั้ง "กฎบ้าน" ง่าย ๆ ที่ไม่ต้องตัดสินใจเอง

มีบทพูดและวิธีคุยกับพ่อแม่แบบละเอียดใน คู่มือป้องกันพ่อแม่ผู้สูงอายุจากมิจฉาชีพ

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

ถ้าคุณเจอสายหรือ SMS แบบนี้ การรายงานเบอร์เข้ามาช่วยให้คนถัดไปเห็นคำเตือนก่อนรับสาย อ่านหลักการตรวจสอบและเผยแพร่ข้อมูลของเราได้ที่ นโยบายบรรณาธิการ

คำถามที่พบบ่อย

การไฟฟ้าหรือการประปาโทรมาให้แอดไลน์เพื่อรับเงินคืน เป็นของจริงไหม

ให้ถือว่าไม่ใช่ของจริงไว้ก่อน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเคยประกาศว่าไม่มีการให้ลูกค้าแอดไลน์หรือส่ง SMS แนบลิงก์เพื่อตรวจสอบสิทธิ์คืนเงิน ให้วางสายแล้วโทรถามคอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงานเองโดยตรง

เงินประกันมิเตอร์มีการคืนจริงไหม

เคยมีการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาให้ผู้ใช้ประเภทบ้านอยู่อาศัยจริงในช่วงปี 2563 ผ่านเว็บไซต์และแอปทางการของแต่ละหน่วยงาน มิจฉาชีพจึงหยิบเรื่องจริงนี้มาเล่าใหม่ให้ดูน่าเชื่อ

เบอร์คอลเซ็นเตอร์การไฟฟ้าและการประปาคือเบอร์อะไร

การไฟฟ้านครหลวง 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129 การประปานครหลวง 1125 และการประปาส่วนภูมิภาค 1662 ให้กดเบอร์เหล่านี้เอง อย่าโทรกลับเบอร์ที่ได้จาก SMS หรือจากคนที่โทรมา

ถ้าติดตั้งแอปที่เขาส่งลิงก์มาแล้ว ต้องทำอย่างไร

ตัดอินเทอร์เน็ตทันทีด้วยโหมดเครื่องบิน หรือปิดเครื่องแล้วถอดซิม จากนั้นใช้เครื่องอื่นโทรหาธนาคารเพื่ออายัดบัญชี และแจ้งสายด่วน 1441 แล้วค่อยถอนการติดตั้งแอปและเปลี่ยนรหัสทั้งหมด

มิจฉาชีพรู้ชื่อและบ้านเลขที่เรา แปลว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือเปล่า

ไม่ใช่ ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ หรือเลขผู้ใช้ไฟอาจรั่วไหลจากหลายทาง การที่ปลายสายรู้ข้อมูลเราเป็นเทคนิคสร้างความน่าเชื่อ ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นเจ้าหน้าที่

อ่านต่อ: อ้างเป็นสรรพากร กรมที่ดิน ให้ติดตั้งแอปรัฐปลอม · แอปปลอมควบคุมเครื่อง · ป้องกันพ่อแม่จากมิจฉาชีพ · SMS ปลอมอ้างธนาคาร