สายอ้างบริษัทประกันหรือ คปภ. บอกว่าจะคืนเบี้ย จ่ายเคลม ให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน: รู้ทันและวิธีเช็คกับสายด่วน 1186

คำตอบสั้น: ถ้ามีสายอ้างเป็นบริษัทประกัน ตัวแทนประกัน หรือเจ้าหน้าที่ คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) บอกว่าคุณมีเงินคืนเบี้ยประกันหรือเงินเคลมค้างจ่าย แต่ต้องโอนค่าธรรมเนียมก่อน หรือขอเลขบัญชีและ OTP ให้วางสาย แล้วตรวจสอบเองผ่านเบอร์ในกรมธรรม์หรือเว็บไซต์ทางการของบริษัทประกัน หรือโทรสายด่วน คปภ. 1186 สำนักงาน คปภ. เคยชี้แจงว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรหาประชาชนเพื่อขอข้อมูลทางการเงิน
คนที่มีประกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันรถ หรือประกันที่ซื้อแนบกับสินเชื่อ มักไม่ได้จำรายละเอียดกรมธรรม์ของตัวเองได้ทั้งหมด จุดนี้เองที่ทำให้สายอ้างเรื่อง "เงินคืน" ฟังดูเป็นไปได้ บทความนี้อธิบายรูปแบบที่พบบ่อย วิธีแยกของจริงกับของปลอม และสิ่งที่ต้องทำถ้าพลาดไปแล้ว
สายแบบนี้มักอ้างเรื่องอะไร
- คืนเบี้ยส่วนเกิน: บอกว่าคุณจ่ายเบี้ยเกิน หรือบริษัทปรับลดเบี้ยย้อนหลัง จึงมีเงินคืน
- เงินเคลมค้างจ่าย: บอกว่าเคลมเก่าที่คุณเคยยื่นได้รับอนุมัติเพิ่ม หรือมีเงินชดเชยที่ยังไม่ได้รับ
- คืนเงินจากการยกเลิกกรมธรรม์: บอกว่ากรมธรรม์ของคุณถูกยกเลิกหรือครบกำหนด แล้วต้อง "ยืนยันบัญชี" เพื่อรับเงิน
- อ้างเป็น คปภ. ช่วยตามเงินคืน: บอกว่าจะช่วยเร่งเรื่องเงินชดเชยจากบริษัทประกันให้ แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการก่อน
- อ้างว่าคุณทำผิด: เช่น บอกว่าเอกสารเคลมของคุณผิดปกติหรือเป็นเอกสารปลอม แล้วเสนอ "เคลียร์เรื่อง" ไม่ให้ถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นรูปแบบที่สำนักงาน คปภ. เคยออกมาเตือน
- ชวนยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อซื้อแบบใหม่: อ้างว่าแบบใหม่ให้ผลประโยชน์มากกว่า สมาคมประกันชีวิตไทยเคยเตือนว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของบริษัทประกันชีวิตโทรมาในลักษณะนี้
ขั้นตอนการหลอก ทีละขั้น
- เปิดด้วยข้อมูลที่ฟังดูถูกต้อง: อีกฝ่ายอาจรู้ชื่อคุณ รู้ว่าคุณมีประกันกับบริษัทไหน หรือรู้ทะเบียนรถ ซึ่งทำให้คุณเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง
- แจ้งข่าวดี: บอกว่ามีเงินคืนเป็นจำนวนที่ไม่มากจนน่าสงสัย และไม่น้อยจนไม่อยากได้
- ขอยืนยันตัวตน: ขอเลขบัตรประชาชน เลขกรมธรรม์ เลขบัญชีธนาคาร หรือให้ถ่ายรูปบัตร
- ย้ายช่องทาง: ให้แอดไลน์ "ฝ่ายการเงิน" หรือส่งลิงก์แบบฟอร์มให้กรอก
- เรียกเก็บเงินก่อน: บอกว่าต้องโอนค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ค่าอากร หรือค่าเปิดระบบก่อน แล้วเงินคืนจะเข้าบัญชีภายในวันนั้น
- เก็บเพิ่มเรื่อยๆ: เมื่อคุณโอนแล้ว มักมี "ค่าใช้จ่ายรายการใหม่" ตามมา เช่น ค่าปรับเพราะโอนเกินเวลา หรือค่ายืนยันบัญชีรอบสอง
ตัวอย่างบทสนทนา (เขียนขึ้นใหม่เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ถ้อยคำจริงของใคร):
"สวัสดีครับ ผมโทรจากฝ่ายคืนเบี้ยประกันนะครับ ระบบตรวจพบว่าคุณชำระเบี้ยเกินไปในปีที่แล้ว บริษัทจะคืนส่วนต่างให้ แต่เนื่องจากเงินคืนเกินเกณฑ์ ต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอนข้ามระบบก่อนครับ เดี๋ยวผมส่งเลขบัญชีฝ่ายการเงินให้ทางไลน์ โอนแล้วส่งสลิปกลับมา เงินจะเข้าภายในหนึ่งชั่วโมงครับ"
จุดที่ผิดปกติชัดเจนคือ บริษัทที่จะคืนเงินให้คุณ สามารถหักค่าธรรมเนียมออกจากเงินคืนได้เองโดยไม่ต้องให้คุณโอนเข้ามาก่อน การขอให้โอนเงินเพื่อรับเงิน จึงเป็นตรรกะที่ไม่เข้ากับการคืนเงินจริง
สัญญาณอันตราย
- ต้องโอนเงินก่อนจึงจะได้เงินคืนหรือเงินเคลม ไม่ว่าจะเรียกว่าค่าอะไร
- บัญชีที่ให้โอนเป็นชื่อบุคคล ไม่ใช่ชื่อบริษัทประกัน
- โทรจากเบอร์มือถือธรรมดา และให้ย้ายไปคุยในไลน์
- ขอ OTP รหัสแอปธนาคาร หรือให้ติดตั้งแอปจากลิงก์
- อ้างว่าคุณมีความผิด แล้วเสนอช่วยไม่ให้ถูกดำเนินคดีแลกกับเงิน
- เร่งว่าต้องทำภายในวันนี้ ไม่อย่างนั้นสิทธิ์จะหมด
- บอกให้ยกเลิกกรมธรรม์เดิมทันที โดยไม่ยอมให้คุณปรึกษาบริษัทประกันเดิมก่อน
- ไม่ยอมบอกชื่อ-นามสกุลและเลขที่ใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้า หรือบอกแล้วตรวจสอบไม่พบ
สำนักงาน คปภ. เคยชี้แจงว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรหาประชาชนเพื่อขอข้อมูลทางการเงิน หรือเสนอช่วยไม่ให้ถูกดำเนินคดี และพฤติกรรมแอบอ้างลักษณะนี้อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
วิธีเช็คว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แบบไม่ต้องเสี่ยง
- วางสายก่อน แล้วโทรกลับเอง: ใช้เบอร์ศูนย์บริการที่พิมพ์อยู่ในกรมธรรม์ ใบเสร็จ หรือเว็บไซต์ทางการของบริษัทประกัน ไม่ใช้เบอร์ที่อีกฝ่ายให้มา
- ถามบริษัทประกันตรงๆ: ว่ามีเงินคืนเบี้ยหรือเงินเคลมค้างจ่ายในชื่อคุณหรือไม่ และถ้ามี บริษัทจะจ่ายผ่านช่องทางไหน
- โทรสายด่วน คปภ. 1186: ถ้าอีกฝ่ายอ้างชื่อ คปภ. หรือคุณไม่แน่ใจว่าบริษัทหรือบุคคลนั้นมีตัวตนจริง
- ตรวจใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้า: ที่ www.oic.or.th เมนูสำหรับผู้บริโภค หัวข้อตรวจสอบใบอนุญาต หรือทาง LINE @OICConnect หรือแอป คนกลาง For Sure ใช้ชื่อ-นามสกุลกับเลขที่ใบอนุญาต แล้วดูว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
- เช็คเบอร์ที่โทรมา: ที่spaminthai.com/check เพื่อดูว่ามีผู้ใช้รายงานไว้หรือไม่ ถ้าไม่มีรายงาน ก็ยังต้องตรวจสอบตามข้อข้างบน
เรื่องการจ่ายเงินให้ยึดหลักเดียว คือ จ่ายเบี้ยประกันผ่านช่องทางของบริษัทประกันเท่านั้น เช่น แอปหรือเว็บไซต์ของบริษัท เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือ QR ที่ออกในนามบริษัท ไม่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของใคร และเก็บหลักฐานการชำระไว้เสมอ
ระหว่างที่ตรวจสอบ ให้จดเบอร์ที่โทรมา วันเวลา ชื่อที่อีกฝ่ายอ้าง และสิ่งที่อีกฝ่ายขอ แล้วเก็บภาพหน้าจอแชทหรือ SMS ไว้ ถ้าสุดท้ายพบว่าเป็นการแอบอ้าง ข้อมูลชุดนี้จะใช้แจ้งบริษัทประกัน คปภ. และตำรวจได้ทันที โดยไม่ต้องนั่งนึกย้อนหลัง
ตารางตัดสินใจ: เจอแบบนี้ทำอย่างไร
- บอกว่ามีเงินคืน แต่ไม่ขออะไรเลย และให้คุณไปตรวจสอบในแอปบริษัทเอง: มีโอกาสเป็นการแจ้งจริง แต่ยังควรเปิดแอปหรือโทรศูนย์บริการเองเพื่อยืนยัน
- บอกว่ามีเงินคืน แล้วขอเลขบัญชีเพื่อโอนเข้า: อย่าให้ทางโทรศัพท์ บอกว่าจะติดต่อกลับทางศูนย์บริการ แล้ววางสาย
- ขอให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน: วางสายทันที รายงานเบอร์ และไม่ต้องโทรกลับ
- ขอ OTP หรือให้ติดตั้งแอป: วางสายทันที ถ้าให้ไปแล้วให้โทรธนาคาร
- อ้างว่าคุณทำผิดและเสนอเคลียร์คดี: วางสาย หน่วยงานที่มีอำนาจจริงจะติดต่อผ่านช่องทางทางการ ไม่ใช่เรียกเงินทางโทรศัพท์ ดูเพิ่มที่สายอ้างเป็นตำรวจหรือ DSI
- ชวนยกเลิกกรมธรรม์เดิม: ไม่ตัดสินใจทางโทรศัพท์ โทรถามบริษัทประกันเดิมว่าถ้ายกเลิกจะเสียอะไรบ้าง
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน (แยกตามสถานการณ์)
- ให้เลขกรมธรรม์หรือเลขบัตรประชาชนไป แต่ไม่ได้โอนเงิน: แจ้งบริษัทประกันว่ามีคนแอบอ้าง ขอให้บันทึกไว้ และระวังสายถัดไปที่จะอ้างข้อมูลนี้ให้ดูน่าเชื่อ
- ให้เลขบัญชีธนาคารไป: เลขบัญชีอย่างเดียวโดยทั่วไปยังไม่พอให้ถอนเงินได้ แต่ให้ระวังสายหรือข้อความถัดไปที่ขอ OTP หรือขอให้ติดตั้งแอป และแจ้งธนาคารว่าอาจมีคนพยายามเข้าถึงบัญชี
- ให้ OTP หรือติดตั้งแอปจากลิงก์: โทรธนาคารทันทีเพื่อระงับบริการ ปิดเน็ตในเครื่อง และทำตามขั้นตอนเมื่อเผลอติดตั้งแอปดูดเงิน
- โอนค่าธรรมเนียมไปแล้ว: โทรธนาคารของคุณ แล้วโทรสายด่วน AOC 1441 เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th แนบสลิป แชท และเบอร์ที่ติดต่อมา และแจ้ง คปภ. 1186 ถ้าอีกฝ่ายอ้างชื่อ คปภ. หรือบริษัทประกัน ดูรายละเอียดในเช็กลิสต์โดนหลอกโอนเงิน
- ยกเลิกกรมธรรม์ตามคำแนะนำไปแล้ว: ติดต่อบริษัทประกันเดิมโดยเร็วเพื่อสอบถามว่ามีทางแก้ไขหรือกู้คืนกรมธรรม์ได้หรือไม่ เงื่อนไขขึ้นกับแต่ละบริษัทและแต่ละแบบประกัน
ขั้นตอนการระงับบัญชี การแจ้งความ และการแก้ไขกรมธรรม์ขึ้นกับธนาคาร หน่วยงาน และบริษัทประกันแต่ละแห่ง ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือคำแนะนำด้านการเงิน ถ้าความเสียหายสูงควรปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือนักกฎหมาย
เรื่องที่มักเข้าใจผิด
- "เขารู้เลขกรมธรรม์และชื่อบริษัทประกันของเรา ต้องเป็นพนักงานจริง" ข้อมูลกรมธรรม์อาจรั่วไหลได้จากหลายทาง เช่น เอกสารที่ทิ้งโดยไม่ทำลาย หรือข้อมูลที่ถูกขายต่อ การรู้ข้อมูลจึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตน สมาคมประกันชีวิตไทยเคยระบุว่าผู้เสนอขายต้องบอกได้ว่าได้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมาจากไหน
- "โอนแค่ค่าธรรมเนียมนิดเดียว ถ้าไม่จริงก็เสียไม่มาก" รูปแบบที่พบบ่อยคือการเก็บเงินหลายรอบ ยอดแรกจึงมักไม่ใช่ยอดสุดท้าย และเมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าคุณยอมโอน ก็มีแนวโน้มจะติดต่อกลับมาอีก
- "เขาส่งรูปบัตรพนักงานและใบอนุญาตมาให้ดูแล้ว" รูปภาพปลอมได้ง่าย ให้นำชื่อและเลขใบอนุญาตไปตรวจในระบบของ คปภ. เอง และต่อให้ใบอนุญาตเป็นของจริง ตัวแทนก็ไม่ควรรับเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
- "ลิงก์ที่เขาส่งมาเป็นเว็บของบริษัทประกัน" ชื่อเว็บปลอมอาจสะกดต่างจากของจริงเพียงตัวอักษรเดียว ให้เข้าเว็บบริษัทประกันโดยพิมพ์ชื่อเองหรือใช้แอปที่ติดตั้งจากร้านค้าแอปทางการ
- "ถ้าไม่รีบยืนยัน เงินคืนจะถูกยกเลิก" เงินที่บริษัทต้องคืนให้คุณจริง ไม่ได้หายไปเพราะคุณใช้เวลาโทรตรวจสอบหนึ่งวัน ความเร่งรีบเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่อยากให้คุณมีเวลาคิด
- "เบอร์นี้เช็คแล้วไม่มีใครรายงาน แปลว่าเชื่อได้" เบอร์ที่ใช้โทรหลอกเปลี่ยนบ่อย ผลเช็คเบอร์เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น สิ่งที่เชื่อถือได้กว่าคือการโทรกลับหาบริษัทผ่านเบอร์ที่คุณหาเอง
ป้องกันพ่อแม่และผู้สูงอายุที่มีประกันหลายฉบับ
ผู้สูงอายุมักมีประกันหลายฉบับที่ซื้อไว้คนละช่วง บางฉบับซื้อผ่านธนาคาร บางฉบับซื้อผ่านตัวแทนที่รู้จัก จึงจำได้ยากว่ามีอะไรบ้าง สายอ้างเรื่องเงินคืนจึงได้ผลกับกลุ่มนี้เป็นพิเศษ สิ่งที่ช่วยได้จริงคือ
- ทำบัญชีประกันของบ้าน: จดชื่อบริษัท เลขกรมธรรม์ ประเภท วันครบกำหนดชำระ และเบอร์ศูนย์บริการของแต่ละบริษัท ลงกระดาษแผ่นเดียว ติดไว้ใกล้โทรศัพท์บ้านหรือเก็บในแฟ้ม
- ตกลงกฎหนึ่งข้อ: "เรื่องเงินคืนจากประกัน เราโทรถามบริษัทเองเสมอ ไม่ทำตามสายที่โทรเข้ามา"
- ซ้อมประโยคปฏิเสธ: "ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวลูกจะโทรถามบริษัทเองตามเบอร์ในกรมธรรม์" แล้ววางสาย ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม และไม่ต้องกลัวว่าจะเสียมารยาท เพราะพนักงานจริงเข้าใจเรื่องนี้ดี
- ตั้งค่ามือถือ: เปิดการปิดเสียงสายที่ไม่รู้จัก ดูวิธีตั้งค่า Android และ iPhone หรือติดตั้งแอป SpamInThaiให้เตือนเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามีคนรายงาน
ถ้าอยากได้แนวทางรับมือมิจฉาชีพแบบครบชุดสำหรับคนในบ้าน อ่านคู่มือสอนพ่อแม่ผู้สูงอายุ
สายขายประกันที่โทรบ่อย ต่างจากสายหลอกอย่างไร
ไม่ใช่ทุกสายที่พูดเรื่องประกันจะเป็นการหลอกลวง หลายสายเป็นพนักงานขายจริงที่โทรเสนอขายผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจน่ารำคาญแต่ไม่ได้มุ่งเอาเงินคุณไปโดยไม่ให้อะไรตอบแทน วิธีแยกง่ายๆ คือ
- สายขาย เสนอให้คุณซื้อ บอกชื่อบริษัท ยอมให้คุณขอเอกสารไปอ่านก่อน และชำระเงินผ่านช่องทางของบริษัท
- สายหลอก บอกว่าคุณจะได้เงิน แต่ต้องจ่ายก่อน ไม่ยอมให้คุณตรวจสอบ และให้โอนเข้าบัญชีบุคคล
ถ้าสายขายโทรมาบ่อยจนรบกวน คุณมีสิทธิ์ขอให้หยุดโทรได้ อ่านวิธีในขอให้หยุดโทรขายตาม PDPA และถ้าเจอสายที่เข้าข่ายหลอกลวง ช่วยรายงานเบอร์โดยเลือกประเภท "แอบอ้างหน่วยงานรัฐ/ธนาคาร" หรือ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์/หลอกโอนเงิน" ตามที่เจอจริง เพื่อเตือนคนที่ได้รับสายถัดไป
คำถามที่พบบ่อย
คปภ. โทรหาประชาชนเพื่อคืนเงินหรือขอข้อมูลบัญชีไหม
สำนักงาน คปภ. เคยชี้แจงว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรหาประชาชนเพื่อขอข้อมูลทางการเงิน หรือเสนอช่วยไม่ให้ถูกดำเนินคดี ถ้ามีสายแบบนี้ ให้วางแล้วโทรสอบถามสายด่วน คปภ. 1186 เอง
รับเงินคืนเบี้ยประกันหรือเงินเคลม ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อนไหม
ถ้าถูกขอให้โอนค่าธรรมเนียม ค่าภาษี หรือค่าดำเนินการเข้าบัญชีบุคคลก่อนรับเงิน ให้ถือเป็นสัญญาณอันตราย ให้ติดต่อบริษัทประกันผ่านเบอร์ในกรมธรรม์หรือเว็บไซต์ทางการเพื่อถามว่ามีเงินค้างจ่ายจริงหรือไม่
ตรวจสอบว่าตัวแทนหรือนายหน้าประกันมีใบอนุญาตจริงได้ที่ไหน
ตรวจได้ที่เว็บไซต์ www.oic.or.th เมนูสำหรับผู้บริโภค หัวข้อตรวจสอบใบอนุญาต หรือทาง LINE @OICConnect หรือแอป คนกลาง For Sure โดยใช้ชื่อ-นามสกุลของตัวแทนกับเลขที่ใบอนุญาต
มีคนโทรมาแนะนำให้ยกเลิกกรมธรรม์เดิมแล้วซื้อใหม่ ควรทำไหม
ควรระวัง สมาคมประกันชีวิตไทยเคยเตือนว่าการยกเลิกกรมธรรม์เดิมอาจทำให้เสียสิทธิประโยชน์ เช่น ได้เงินคืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่าย หรือต้องเริ่มระยะรอคอยใหม่ ให้ปรึกษาบริษัทประกันเดิมผ่านช่องทางทางการก่อนตัดสินใจ
โอนค่าธรรมเนียมไปแล้ว ต้องทำอะไร
โทรธนาคารของคุณทันที แล้วโทรสายด่วน AOC 1441 เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง จากนั้นแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th และแจ้ง คปภ. 1186 ถ้าอีกฝ่ายอ้างชื่อ คปภ. หรือบริษัทประกัน
อ่านต่อ: สายอ้างการไฟฟ้า การประปา คืนเงินประกันมิเตอร์ · ขายประกันโทรมาบ่อย ขอให้หยุดได้ไหม · โดนหลอกโอนเงินไปแล้ว ต้องทำอะไร